Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

19

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 22 เม.ย.69 ปิด -3.76 จุด อยู่ที่ 1,479.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,498 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,836 ลบ. สถาบันซื้อ 890 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,415 ลบ. และรายย่อยขาย 1,312 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 4,586 ลบ.ซื้อ KBANK,SCC,PTTEP,KTB,TRUE และขาย SCB,GULF,TISCO,CPALL,TTB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,956 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,BH,MINT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 7,445 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 30,647 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 8,819 ลบ.

Market View

  • DJIA +0.69%, S&P500 +1.05%, Nasdaq +1.64% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +2.31%, บริการสื่อสาร +1.41% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +2.7% ได้แรงหนุนจากหุ้นผู้ผลิตชิป Micron Tech +8.48% ขณะที่กลุ่มอสังหา ฯ -0.69%, อุตสาหกรรม -0.20% หลัง ปธน.ทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงอย่างไม่มีกำหนดตามคำขอของปากีสถาน แต่ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่อไป ระหว่างรอการเจรจากับอิหร่าน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันนี้ติดตาม US PMI ภาคผลิต & บริการเบื้องต้น เม.ย. และวันพรุ่งนี้ ม.มิชิแกนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เม.ย. , คาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐ 1 ปีข้าหน้า
  • Stoxx600 ยุโรป -0.35% ยังกังวลต่อสถานการณ์การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่ออิหร่าน ส่งผลให้ Euro Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.02% และราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นอยู่ที่ $101.91/บาร์เรล ส่งผลให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว -2.1%, อวกาศ & กลาโหม -2.4% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +2.3%, เทคโนโลยี +0.6% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ZEW เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน เม.ย.ลดลงอยู่ที่ระดับ -20.4 & คาด -3.6 และค่ำวันนี้ติดตามข้อมูล PMI ภาคการผลิต & บริการยูโรโซนเบื้องต้น เม.ย.
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ +0.40% นำโดยกลุ่มสารสนเทศและสื่อสาร, กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มเทคโนโลยี เช่น SoftBank Group ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.46% ทำ New High ได้แรงหนุนจากกลุ่มแบตเตอรี่ เช่น LG Energy Solution +1.3%, Samsung SDI +2.1% และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็ก ฯ Samsung Electro-Mechanics +5.1% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.52% จากคาดการณ์จีนจะสามารถรับมือวิกฤตตะวันออกกลางได้ดี เนื่องจากจีนมีคลังสำรองทางยุทธ์ การนำเข้าได้จากหลายแหล่ง การเพิ่มผลผลิตภายในประเทศ และการใช้พลังงานหมุนเวียน
  • SET -0.25% ปริมาณการซื้อขาย 94 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,836 ลบ. สถาบันซื้อ 890 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,415 ลบ. และรายย่อยขาย 1,312 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ, รับเหมาก่อสร้าง, ไอซีที และขนส่ง หลังสหรัฐขยายเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ยังคงใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ดังนั้นเรือบรรทุกน้ำมันจึงยังไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและสเปรดปิโตรเคมีที่ปรับสูงขึ้น ส่วนประเด็นข่าวในประเทศ หลัง Moody’s คงอันดับเครดิตไทยที่ Baa1 และปรับเพิ่มมุมมองจาก Negative เป็น Stable เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมือง & การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งส่งผลบวกกลุ่มที่ต้องพึ่งพาเงินกู้ เช่น โรงไฟฟ้า, ไฟแนนท์ ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การประชุม กบงเพื่อพิจารณาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลงอีก >2 บาทต่อลิตร และวันพรุ่งนี้ ก.พาณิชย์จะรายงานข้อมูลส่งออก – นำเข้าไทย มี.ค.

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,465 – 1,475 แนวต้าน 1,490 – 1,500 แนวโน้มดัชนีประคองตัวบวกจากการขยายเวลาหยุดยิงของสหรัฐฯสหรัฐฯ ส่งผลให้ความตึงเครียดลดลง และรอผลการประชุม ครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์ เพื่อพิจารณาออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจ แนะนำทยอยชื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากม.กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน GULF, GPSC, AMATA, WHA, CK, STECON, INSET, GUNKUL, BTS, BEM / พักเงินกลุ่ม High Yield เช่น CPNREIT, DIF,3BBIF     
  • SCC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 224.00 บาท) กำไร 1Q69 มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ, YoY หนุนจากการรับรู้ Stock Gain และ product spread (HDPE/PP) ธุรกิจปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว ชดเชยการปิดโรงงาน ROC ได้ทั้งหมด ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP ทยอยฟื้นตัว จากต้นทุนเศษกระดาษที่ลดลงและผลประกอบการของ Fajar ดีขึ้น ในระยะถัดไปยังคงต้องติดตามภาระ fixed cost ที่ต้องหยุดเดินเครื่องโรงงาน ROC รวมถึงการบริหารจัดการ feedstock Naphtha ที่มีอยู่อย่างจำกัด หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อใน 2H69 ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 14 หมื่นล้านบาท -19%YoY และ 1.43 หมื่นล้านบาท +26%YoY
  • BEM* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 8.26 บาท) ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากข่าวนโยบายตั๋วร่วมของรัฐบาล ซึ่งคาดว่ารฟม. และหน่วยงานคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องคือ กทม. จะเริ่มกระบวนการเจรจากับ BTS และ BEM ในช่วงพ.ค.นี้ ขณะที่สถิติ Operation ในช่วง 1Q69 ยังพอประคองตัวได้ โดยฝั่งจราจร ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวัน +1.6%YoY +0.0%QoQ/ รายได้ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อวัน +1.3%YoY -0.1%QoQ และฝั่งรถไฟฟ้า จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวัน -0.8%YoY +1.0%QoQ / รายได้ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อวัน +2.6%YoY +1.1%QoQ ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ BEM* จะอยู่ที่ 3,991 ลบ.(+6%YoY) และ 4,137 ลบ.(+4%YoY) ตามลำดับ

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI พ.ค. +$3.29 อยู่ที่ $92.96 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$3.43 อยู่ที่ $101.91/บาร์เรล หลังเรือคอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านได้ยึดเรือ 2 ลำ ซึ่งกดดันต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ส่วน EIA รายงานสต็อคน้ำมันเบนซินสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 4.6 ล.บาร์เรล

 

Gold Update (+)Comex Gold มิ.ย. +$33.40 ปิดที่ 4,753.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สัญญาทองคำทรงตัวรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง ปธน.ทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงอย่างไม่มีกำหนด

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +0.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +57.03 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -48.17 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -8.27 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 4.312 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +35 จุด อยู่ที่ 2,675

(+) BitCoin เช้านี้  +2.45% อยู่ที่ 78,167 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

29 เม.ย.    ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569

30 เม.ย.    ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ

ชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่5 สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,

                ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

                สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม       

 

ต่างประเทศ

21 เม.ย.    US ดัชนียอดขายปลีก (มี.ค.)

22 เม.ย.    US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ 

23 เม.ย.    US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  (เม.ย.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (เม.ย.)

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio April 2026: NER*, SCC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้