Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

105


หวังมูดี้ส์ช่วยปิดรู FUND FLOW ไหลออกหุ้นไทยบ้าง


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านล้มเหลว อย่างไรก็ตามยังมีสัญญาณเชิงบวกในเชิงความรุนแรงสงครามเบาลง จากการประกาศของ ปธน. ทรัมป์ ขยายเวลาข้อตกลงพักรบกับอิหร่านออกไปจนกว่าการเจรจาจะได้ข้อสรุป แต่ยังคงปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การเดินเรือแทบหยุดชะงัก
• การสำรวจของ POLYMARKET กำลังเดิมพันว่าสงครามจะไม่บานปลาย และจะจบด้วยการเจรจา โดยมีความน่าจะเป็น 64% ที่คาดว่าการทำข้อตกลงสันติภาพถาวรระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน จะเกิดขึ้นภายในเดือน มิ.ย. 2026 และมีความน่าจะเป็นสูงถึง 83% ที่คาดว่าปธน.ทรัมป์ จะประกาศยกเลิกการปิดช่องแคบ HORMUZ ภายในเดือน พ.ค. 2026

 

REGION RADAR
• UNITEDHEALTH (UNH US) เผยผลประกอบการไตรมาส 1/26ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $1.11 แสนล้าน +2% YOY (สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $7.23 +0.4% YOY (สูงกว่าคาด10%) หลังได้รับแรงหนุนของทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีผลงานดีเกินคาด
• ข้อมูลสถิติจาก QUESTMOBILE พบว่า MEITUAN มีส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจ QUICK COMMERCE เพิ่มขึ้นในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาสู่ระดับ 53% (เดิม 52%) แนะนำเก็งกำไร DR: MEITUAN80

 

THAI FOCUS
• โครงสร้างเศรษฐกิจและการคลังของไทยในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงประคองตัว การมีหนี้สาธารณะระดับ 66% และภาระชำระหนี้ต่องบประมาณที่ 11.2% เป็นโจทย์ท้าทายที่ทำให้รัฐบาลขยับตัวได้ยากขึ้นในการใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
• อย่างไรก็ตามการที่ MOODY'S ปรับมุมมองเป็น STABLE จากNEGATIVE เป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นฐานโดยรวมของเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งพอที่จะรับมือความเสี่ยงได้ และถือเป็น 1 ในปัจจัยหนุนให้FLOW ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 

SYNAPSE STRATEGY
• ทรัมป์ขยายเวลาจะเจรจาออกไป แบบไม่มีกำหนด แม้จะยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดสงคราม แต่ก็ถือเป็นการพักรบไประยะหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกMSCI ACWI ที่ขึ้นมาเยอะในเดือนนี้+9%ถูกจำกัด UPSIDE
• ขณะที่ไทย มูดี้ส์ปรับเพิ่ม OUTLOOK อันดับเครดิต BAA1 ขึ้นเป็น'มีเสถียรภาพ' หนุน FUND FLOW มีโอกาสขยับมาซื้อหุ้นไทยเพิ่มหลังจากปีนี้ซื้อสุทธิหุ้นไทยสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค 623 ล้านเหรียญ (YTD) แนะนำเก็งกำไรหุ้นใหญ่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว BBL,KTB, KBANK, BTS, BEM, COM7, ICHI


HORIZON MARKET VIEW
พักเบรคความรุนแรงสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน
วานนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ –อิหร่านล้มเหลว อย่างไรก็ตามยังมีสัญญาณเชิงบวกในเชิงความรุนแรงสงครามเบาลง จากการประกาศของปธน. ทรัมป์ ขยายเวลาข้อตกลงพักรบกับอิหร่านออกไปจนกว่าการเจรจาจะได้ข้อสรุป แต่ยังคงปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การเดินเรือแทบหยุดชะงัก

การสำรวจของ POLYMARKET กำลังเดิมพันว่าสงครามจะไม่บานปลาย และจะจบด้วยการเจรจา สะท้อนจากผล
โพลที่น่าสนใจ ดังนี้
• การทำข้อตกลงสันติภาพถาวรระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน จะเกิดขึ้นภายในเดือน มิ.ย. 2026 มีความน่าจะเป็น 64%
• ปธน.ทรัมป์จะประกาศยกเลิกการปิดช่องแคบ HORMUZ ภายในเดือน พ.ค.2026 มีความน่าจะเป็นสูงถึง83%
• ปธน.ทรัมป์ จะประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านภายในเดือน มิ.ย. 2026 มีความน่าจะเป็น74%

REGION RADAR
UNITEDHEALTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 แข็งแกร่ง
UNITEDHEALTH (UNH US) +6.9%หลังบริษัทเผยผลประกอบการไตรมาส 1/26 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้
รวมอยู่ที่ $1.11 แสนล้าน +2% YOY (สูงกว่าคาด 2%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $7.23 +0.4% YOY (สูงกว่าคาด 10%)หลังได้รับแรงหนุนของทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีผลงานดีเกินคาดจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการจัดการทางการแพทย์ที่เข้มงวดช่วยลดค่าใช้จ่าย อีกทั้งได้ผลบวกจากฤดูไข้หวัดที่ไม่รุนแรงมากนักในไตรมาสที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเป้าหมายกำไรในปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ $18.25 (เดิม $17.75) และบริษัทประกาศเตรียมซื้อหุ้นคืนอย่างน้อย $2 พันล้าน ภายในสิ้นไตรมาสที่ 2 น

 

MEITUAN เพิ่ม MARKET SHARE ในตลาด QUICK COMMERCE ได้มากขึ้น
ข้อมูลสถิติจาก QUESTMOBILE ได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มการเติบโต การแข่งขัน รวมถึงพฤติกรรมของทั้งไรเดอร์และร้านค้าในระบบของประเทศจีน พบว่าในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ยอดสั่งอาหารเฉลี่ยต่อวันของ 3 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ได้แก่ของบริษัท MEITUAN, ALIBABA และ JD.COM รวมกันอยู่ที่122 ล้านออเดอร์ซึ่ง MEITUAN มีจำนวนออเดอร์อยู่ที่ 62 ล้านออเดอร์ คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ระดับ 53% (VS. เดือนก่อนที่ระดับ 52%)แนะนำเก็งกำไร DR: MEITUAN80 เนื่องจากมองว่าการแข่งขันด้านราคาของธุรกิจ FOOD DELIVERY จะเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลเริ่มเข้ามาควบคุมการแข่งขันในธุรกิจนี้

THAI FOCUS
ระดับหนี้สาธารณะทรงตัวในระดับสูง แต่ความเสี่ยงเริ่มนิ่งจน MOODY’S ปรับมุมมองดีขึ้นหากเปรียบเทียบการขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ของไทยกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (เช่น สหรัฐฯ,จีน, ญี่ปุ่น และยูโรโซน) จะเห็นได้ว่าไทยมีทิศทางปรับตัวลดลงลึกในช่วงวิกฤต (เช่น COVID-19) และปัจจุบันก็ยังคงอยู่ในสถานะขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่หลายประเทศทั่วโลกต่างก็ใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุลเพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามผลจากการขาดดุลสะสมทำให้ปัจจุบันหนี้สาธารณะคงค้างของไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 66.09% ต่อ GDP (คิดเป็นมูลค่าประมาณ12.59 ล้านล้านบาท) โดยสัดส่วนหลักกว่า 86% เป็นการกู้ยืมโดยตรงของรัฐบาล ตัวเลขหนี้ระดับ 66%ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอดีตอีก 1 สิ่งที่ต้องดูควบคู่กันไป คือ ภาระหนี้ต่องบประมาณในปีงบประมาณ 2569 ของไทยที่ขยับสูงขึ้นมาอยู่ระดับ 11.2% โดยแนวโน้มในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งเม็ดเงินที่ต้องจ่ายคืนเงินต้น รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่ภาระหนี้มีสัดส่วนถึง 11.2% ของงบประมาณแผ่นดินหมายความว่า พื้นที่ทางการคลัง(FISCAL SPACE) ของรัฐบาลจะลดลง เนื่องจากงบประมาณต้องถูกกันไว้เพื่อชำระหนี้เดิม ทำให้เหลือเม็ดเงินสำหรับนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้น้อยลง

อย่างไรก็ตามตัวเลขการคลังอาจดูตึงตัว แต่ในฝั่งของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง MOODY'Sกลับมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น โดยล่าสุด เม.ย.26 MOODY'S ได้ปรับมุมมอง (OUTLOOK) ของประเทศไทยจาก NEGATIVE (เชิงลบ) กลับมาเป็น STABLE (มีเสถียรภาพ) โดยยังคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับ BAA1 สาเหตุหลักเป็นเพราะความเสี่ยงขาลง (DOWNSIDE RISK) ลดลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ด้าน ได้แก่

1. การเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ : เสถียรภาพทางการเมืองดูดีขึ้น และเริ่มเห็นนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนขึ้น

2. ปัจจัยภายนอก : แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าหรือกำแพงภาษี (TARIFF /TRADE SHOCK) ที่เคยกังวลในปี 2025 เริ่มผ่อนคลายลง

3. ภาคการคลัง : แม้ปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลจะยังคงอยู่ แต่ความเสี่ยงไม่ได้เร่งตัวลงมากกว่าเดิม ตลาดจึงมองว่าจุดที่น่ากังวลที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว

สรุป โครงสร้างเศรษฐกิจและการคลังของไทยในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงประคองตัว การมีหนี้สาธารณะระดับ 66% และภาระชำระหนี้ต่องบประมาณที่ 11.2% เป็นโจทย์ท้าทายที่ทำให้รัฐบาลขยับตัวได้ยากขึ้น แต่การที่ MOODY'S ปรับมุมมองเป็น STABLE เป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นฐานโดยรวมของเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งพอที่จะรับมือความเสี่ยงได้ และถือเป็น 1 ในปัจจัยหนุนให้ FLOW ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต


SYNAPSE STRATEGY
มูดี้ส์ ปรับมุมมองเครดิตไทยดีขึ้น หวังช่วยให้ต่างชาติจะชะลอการขายหุ้นไทย
ทรัมป์ขยายเวลาจะเจรจาออกไป แบบไม่มีกำหนด แม้จะยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดสงคราม แต่ก็ถือเป็นการพักรบไประยะหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลก MSCI ACWI ที่ขึ้นมาเยอะในเดือนนี้ +9% ถูกจำกัด UPSIDEขณะที่ไทย มูดี้ส์ปรับเพิ่ม OUTLOOK อันดับเครดิต BAA1 ขึ้นเป็น 'มีเสถียรภาพ' หนุน FUND FLOWหลังสงกรานต์ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4 วันทำการ 1.1 หมื่นล้านบาท อาจหยุดขายและกลับมาซื้อเพิ่มหนุนยอดซื้อสุทธิในปีนี้ที่ตลาดหุ้นไทยถูกซื้อสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค 623 ล้านเหรียญ หรือ 1.9หมื่นล้านบาท (YTD) เพิ่มขึ้น แนะนำเก็งกำไรหุ้นใหญ่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว BBL, KTB, KBANK, BTS,BEM, COM7, ICHI

 

FUNDAMENTALINSIGHT
กลุ่มธนาคาร : กำไรฯ 1Q69 สูงกว่าคาดจาก NON – NII แต่ข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอน เน้น ธ.พ.ที่มีกันชน อย่าง KTB, KBANK และ BBLกำไรสุทธิกลุ่มฯ (8 ธนาคาร) งวด 1Q69 อยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท สูงกว่ากว่าฝ่ายวิจัยคาด 8% และ BBCONSENSUS ราว 12% จาก NON – NII ในกลุ่ม CAPITAL MARKET ตามภาวะตลาด โดยส่วนใหญ่รายงานกำไรฯ สูงกว่าตลาดคาดการณ์ ดังนี้ KBANK, KKP, BAY, BBL และ KTB ด้าน TISCO และTTB ใกล้เคียงคาด ขณะที่ SCB ต่ำกว่าฝ่ายวิจัยคาด 7% (มีแผนปรับลดกำไรฯ และ FV ในลำดับถัดไปโดยการเติบโตของกำไรกลุ่มฯ 20% QOQ จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานดีขึ้นตามฤดูกาล ในเชิง YOY ทรงตัวแม้ NON – NII ดีขึ้น แต่รายได้หลักอย่าง NII ชะลอตัว ตามวงจรดอกเบี้ย รายละเอียดดังนี้

• สินเชื่อกลุ่มฯ ณ สิ้นงวด 1Q69 เพิ่ม 1% QOQ จาก SCB, KTB, BBL และ KKP ราว 2% -3%หนุนด้วยรายใหญ่ จากกลุ่ม WORKING CAPITAL ของ BBL หลังราคาวัตถุดิบขยับขึ้นตามCOST PUSH INFLATION และรัฐบาลของ KTB
• NII กลุ่มฯ ที่ 1.6 แสนล้านบาท ลด 8% YOY หลัง NIM กลุ่มฯ ลง 30 BPS YOY มาที่ 3.0%กดดันจาก ธ.พ. ใหญ่ตามวัฎจักรดอกเบี้ยขาลง
• NON-NII กลุ่มฯ ที่ 8.2 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 17% YOY จากรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ราว 4.5หมื่นล้านบาท เพิ่ม 14% หนุนด้วย บล., บลจ. ตามภาวะตลาด รวมทั้งการขยายฐานลูกค้าWEALTH ของ ธ.พ. ใหญ่ ผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ของ KBANK, SCB และ KTB สูงขึ้น14-18% นอกจากนี้รายได้อื่นมีปัจจัยบวกจากเงินปันผลรับของ VAYU1 และ TRADINGINCOME ของ KTB (เงินลงทุนใน THAI)ภายใต้ภาวะการหารายได้ยังเผชิญความท้าทายจากวงจรดอกเบี้ย จึงเห็นการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเพื่อลดทอนผลกระทบของรายได้ โดย COST TO INCOME RATIO (CIR) กลุ่มฯ ที่ 42% มีพัฒนาการจาก 43% งวดเดียวกันปีก่อน ซึ่ง KTB กับ KBANK ทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ 39%

ขณะที่ CREDIT COST ทรงตัวที่ 1.5% โดยรายได้ส่วนเพิ่มจาก CAPITAL MARKET ในงวดนี้ ทำให้ ธ.พ.ส่วนใหญ่ เสริมการตั้งสำรองหรือทรงตัวอยู่ในระดับสูงเพื่อเป็นกันชนต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคในระยะข้างหน้า ผลักดัน COVERAGE RATIO กลุ่มฯ ขยับมาที่ 193% จาก 189% ณ สิ้นงวดก่อนและสูงกว่าช่วงรัสเซีย – ยูเครน ที่ 177% ซึ่ง BBL (318%), KTB (201%), TISCO (191%) และ KBANK(161%) จะรับมือกับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ข้างหน้าได้ดีกว่ากลุ่มฯ ตามความเห็นฝ่ายวิจัย

NPL / LOAN กลุ่มฯ ใกล้เคียงสิ้นงวดก่อนที่ 3.7% จากนโยบายสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมายังเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยส่วนใหญ่ระดับ NPL ทรงตัวถึงลง ในทางตรงข้ามมี BBL เพิ่มตามฤดูกาล ก่อนจะปรับลดในช่วงปลายปีของทุกปี รวมถึง BAY กับ TTB เพราะฐานสินเชื่อต่ำลงโดยรวมกำไรฯ 1Q69 คิดเป็นสัดส่วน 27% ของประมาณการกำไรฯ ทั้งปี (2.4 แสนล้านบาท ลด 5%YOY) สอดคล้องกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จึงประเมิน DOWNSIDE ต่อประมาณการยังจำกัด ขณะที่ SETBANK เชิง YTD บวกเพียง 3.4% เทียบ SET ที่ปรับขึ้น 18% มองว่าสะท้อนการดำเนินงานชะลอตัวแล้ว ยังเลือก KTB จากแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์คุมได้ดีกว่า ธ.พ. ใหญ่อื่น และ KBANK กับBBL ซึ่งมี PBV ที่ 0.5 – 0.7 เท่า เทียบ ธ.พ. อื่นที่ 0.9 เข้า เป็น LAGGARD PLAY โดยใช้จังหวะราคาหุ้นปรับฐานตามกลไก XD ในการสะสม เพื่อรอรับการฟื้นตัวของราคาหุ้นในช่วงปันผลระหว่างกาล

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เกือบชน.... By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นกลุ่มพลังงาน เป็นดาวเด่น ส่งผลให้ระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ดัชนีเกือบสัมผัส...

PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร

PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้