Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : MEGA แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.60 บาท

98

 

Mega Lifesciences (MEGA TB)
คาดธุรกิจในเมียนมาร์ดีขึ้นในปี 69 พร้อมแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว

เริ่มวิเคราะห์อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.60 บาท
เรากลับมาเริ่มต้นบทวิเคราะห์ MEGA อีกครั้งด้วยคำแนะนำ ซื้อ จากมุมมองการพลิกฟื้นของกำไรในปี 2569 (+13% YoY) และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4–5% ในช่วงปี 2569-70 นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรหลักจะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 68-73 หนุนโดยการขยายกำลังการผลิตใน 3 ประเทศ ราคาเป้าหมายที่ 41.60 บาท อิง P/E ปี 69 ที่ 16.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 18.3 เท่า ราว 10% ปัจจัยกระตุ้นการปรับมูลค่า (re-rating) ได้แก่ 1) การเติบโตของกำไรหลักแบบ QoQ ใน 4Q68 2) การแล้วเสร็จของกำลังการผลิตใหม่ในอินโดนีเซียเร็วกว่าคาด ความเสี่ยงสำคัญคือ การแข็งค่าของเงินบาท (กระทบรายได้) และความพร้อมของใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาร์
บริษัทด้านการดูแลสุขภาพที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง
MEGA มีธุรกิจหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตนเองในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและยา (คิดเป็น 59% ของรายได้ ปี 68) และธุรกิจจัดจำหน่าย (คิดเป็น 39% ของรายได้) ในตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จุดแข็งสำคัญของ MEGA คือ คุณภาพสูงและความเชื่อมั่นในแบรนด์ ส่งผลให้มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย และอันดับ 2 ในมาเลเซีย สำหรับธุรกิจยา MEGA มุ่งเน้น 1) คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ และ 2) การเลือกตลาดเฉพาะ (niche market) เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลก ทั้งนี้ ตลาดทั้ง 35 ประเทศที่ MEGA ดำเนินธุรกิจคิดเป็นเพียง 2–3% ของยอดขายยาทั่วโลก อีกทั้งบริษัทยังมุ่งเน้นยาที่มีขนาดตลาดต่อประเทศต่อรายการไม่สูงมาก (ประมาณ 10–15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อยา)
การฟื้นตัวในเมียนมาร์ เป็นแรงหนุนใหกำไรกลับมาโตในปี 69
เราคาดว่ากำไรหลักปี 2569 จะเติบโต 13% (หลังจากกำไรหดตัวในปี 67-68) โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ 9% เมียนมาร์ ซึ่งคิดเป็น 31% ของรายได้ปี 69 จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก หลังรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าใน 3Q68 เราคาดว่ารายได้จากเมียนมาร์จะเติบโต 18% ในปี 69 หลังจากหดตัว 13% และ 27% ในปี 67 และปี 68 ตามลำดับ
กำลังการผลิตใหม่หนุนการเติบโตตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
เราคาดว่ากำไรหลักช่วงปี 68-73 จะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี บนสมมติฐานการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 7% ต่อปี หนุนจากกำลังการผลิตใหม่ในอินโดนีเซีย (ต้นปี 70) เมียนมาร์ (ปี 72) และเวียดนาม (ปี 73) ทั้งนี้ กฎระเบียบในอินโดนีเซีย (ตลาดยาขนาด 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ, CAGR 7% ในปี 68-73) และ เวียดนาม (ตลาด 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, CAGR 8% ในปี 68-73) เอื้อต่อการผลิตในประเทศอย่างมาก ดังนั้นกำลังการผลิตใหม่จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ MEGA ในทั้งสองประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังต่ำกว่า 1%

 

Wasu Mattanapotchanart
wasu.m@maybank.com
(66) 2658 5000 ext 1392

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: QUICK หุ้น Tech น้องใหม่ ลุย Roadshow 28 ก.ย. นี้

QUICK ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร..

ส่งออกโต By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ ดัชนีตลาด พยายามเหนือ 1610 จุด สูงสุด 1,613.45 จุด ให้ได้ แต่เจอแรงขายทำกำไร....

PTG คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

PTG คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้