สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(25 กันยายน 2569)--------------สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน แต่พลิกแข็งค่ากลับมาท้ายสัปดาห์
เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางเงินหยวน หลังทางการจีนกำหนดอัตราอ้างอิงเงินหยวนในระดับที่แข็งค่ากว่าที่ตลาดประเมินไว้หลายวันทำการติดต่อกัน ซึ่งทำให้ถูกตีความว่าอาจเป็นสัญญาณของการยอมรับให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน นอกจากนี้ เงินบาทและสกุลเงินอื่นในเอเชียยังมีปัจจัยบวกจากการย่อตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้น พร้อม ๆ กับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟดสะท้อนสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี (อาทิ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.ย. ยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์) ทั้งนี้ เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ เช่นเดียวกับดัชนีเงินดอลลาร์ฯ ที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ส่วนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นไปที่ 5.48% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 และบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี แตะระดับ 5.21% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาเล็กน้อยช่วงท้ายสัปดาห์ตามการฟื้นตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการย่อตัวลงของราคาน้ำมันและเงินเยนที่แข็งค่ากลับมาบางส่วนท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโอกาสความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน โดยเฉพาะหลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้แนว 160 เยนต่อดอลลาร์ฯ
• ในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.32 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 ก.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 21-25 ก.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 3,584 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทยเล็กน้อยที่ 495 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 498 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 3 ล้านบาท)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.-2 ต.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.00-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนส.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.ย. รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 (final) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของยูโรโซนและอังกฤษด้วยเช่นกัน