สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (25 กันยายน 2569 ) ---- บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) PK แจ้งให้ทราบความคืบหน้าคดีความที่ บริษัท เอส พาเนล จำกัด ในฐานะบริษัทย่อย (บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 80) ถูกฟ้องร้อง ดังนี้
คดีศาลจังหวัดสมุทรปราการ หมายเลขดำที่พ.86/2562 ระหว่าง บริษัท แอลเอฟ โลจิสติกส์ จำกัด โจทก์ บริษัท ซูริค อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์ร่วมที่ 1 และบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ร่วมที่ 2 กับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติคส์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด จำเลยที่ 1 และบริษัท เอส พาเนล จำกัด จำเลยที่ 2
ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่27 กันยายน 2567 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 8,717,151 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 14 มกราคม 2561, โจทก์ร่วมที่ 1 จำนวน 123,564,000 บาท และโจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 45,316,928.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 มกราคม 2562) จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และนับแต่วันที่11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จ ให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี โดยให้ปรับเปลี่ยนไปตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยตราเป็นพระ ราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อย ละ 2 ต่อปี แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่25 กันยายน 2569 โดยพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นบางส่วน ได้แก่ ลดเงินที่ต้องชำระแก่โจทก์จาก 8,717,151 บาท เหลือ 5,986,963.65 บาท และให้เริ่มนับดอกเบี้ยของโจทก์ร่วมที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 (จากเดิมนับถัดจากวัน ฟ้อง 14 มกราคม 2562) ส่วนอื่นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โดยบริษัท เอส พาเนล จำกัด จะยื่นขออนุญาตฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวต่อไป