Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

22

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 13 มี.ค.69 ปิด -20.45 จุด อยู่ที่ 1,409.35 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,444 ลบ.ลบ. ต่างขาติขาย 4,870 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 803 ลบ. สถาบันซื้อ 1,679 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,994 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 4,400 ลบ. ซื้อ PTTEP,TTB,BANPU,SCB,TFG และขาย DELTA,AOT,GULF,PTT,KTB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,873 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น ITC,JAPAN1001,TPIPP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 17,758 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Short สุทธิรวม 1,606 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 6,626 ลบ..

Market View

  • DJIA -0.26%, S&P500 -0.61%, Nasdaq -0.93% นำโดยกลุ่มเทค ฯ -1.29%, วัสดุ -1.04% ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภค +0.94%, สินค้าอุปโภค +0.54% หลังข้อมูล US GDP Q4/68 ครั้งที่สอง +0.7% ต่ำกว่าคาด +1.5% & Q3/68 +4.4% QoQ สาเหตุจากภาวะชัตดาวน์ และการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุน -16.7% กอปรกับการใช้จ่ายผู้บริโภชะลอตัว +2% & Q3/68 +3.5% ขณะที่ข้อมูล US PCE ม.ค.ชะลอตัวอยู่ที่ 8% & ธ.ค. 2.9% YoY สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -1.99%, S&P500 -1.6%, Nasdaq -1.26% WoW หลังอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นเหนือระดับ $100/บาร์เรล แม้ว่า IEA จะระบายสต็อคน้ำมันสำรองจำนวน 400 ล.บาร์เรล และสหรัฐผ่อนคลาย ม.คว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ประเด็นที่ต้องติดตามวันที่ 18 มี.ค.ผลการประชุมเฟดซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ย รวมถึงการเปิดเผย Fed Dot Plot ที่บ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐในปีนี้
  • Stoxx600 ยุโรป -0.50% จากแรงขายหุ้นกลุ่มอุต ฯ, เหมืองแร่, สถาบันการเงิน และ -0.48% WoW ปรับลดลงจากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮฮร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วันศุกร์ปิด +2.67% อยู่ที่ $103.14/บาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อยุโรปมีแนวโน้มสูงขึ้น โดย LSEG ชี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 25% ภายในปีนี้ ส่วนข้อมูล CPI ฝรั่งเศส ก.พ. ปรับขึ้นอยู่ที่ 1.1% & ม.ค. 0.4% YoY สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตามผลการประชุม ECB คาดจะยังคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.0%
  • MSCI Asia Pacific X Japan -2.0% WoW นำโดยดัชนีนิเกอิ -3.2% และ Kospi เกาหลีใต้ -1.75% WoW เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่น & เกาหลีใต้พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนที่ 90% และ 70% ตามลำดับ จึงได้รับผลกระทบมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.7% WoW ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากจีนมีอัตราน้ำมันสำรองอยู่ในระดับสูงที่ 2 พัน ล.บาร์เรล เพียงพอใช้ได้ 90 - 120 วัน และนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วน 50% โดยรัฐบาลจีนได้สั่งห้ามส่งออกน้ำมันแล้ว เช้านี้ติดตามข้อมูลผลผลิตภาคอุตฯ, ยอดค้าปลีก, การลงทุนสินทรัพยถาวร และราคาบ้านจีน ก.พ.,วันพฤหัสผลการประชุม BOJ และวันศุกร์ประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ของจีน   
  • SET -0.07% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 0 หมื่น ลบ. -35.9% WoW ต่างชาติขาย 20,036 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 3,000 ลบ. สถาบันซื้อ 8,810 ลบ. และรายย่อยซื้อ 14,226 ลบ. WoW โดยช่วงต้นสัปดาห์ดัชนี SET เริ่มฟื้นตัว หลัง ปธน.ทรัมป์เผยสถานการณ์ใกล้จะยุติในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงต่ำสุดที่ $81.20/บาร์เรล ก่อนที่สุดสัปดาห์จะปรับขึ้นยืนเหนือระดับ $100/บาร์เรล หลังผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และมีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ หนึ่งในนั้นคือ เรือมยุรีนารีของไทย และได้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน, ท่าเรือ และจุดเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งในตะวันออกกกลาง ส่งผลให้ภาวะสงครามอาจยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ ส่วนผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั้น ม.หอการค้าไทยคาดฉากทัศน์ที่ 1) ขัดแย้งระยะสั้น 1 เดือน ราคาน้ำมันเฉลี่ย $90/บาร์เรล คากกระทบ GDP -0.35% มีโอกาสเกิด 45% 2) ยืดเยื้อ 3 เดือน ราคาน้ำม้นทรงตัวที่ $90/บาร์เรล และราคาก๊าซปรับขึ้นสูง คาดกระทบ GDP -1.1% มีโอกาสเกิด 45% 3) หากเกิน 6 เดือน คาด GDP ไทยมีโอกาสติดลบ มีโอกาสเกิด 10% ส่วนปัจจัยการเมืองสัปดาห์นี้ติดตามการโหวตนายก ฯ และรายชื่อ ครม.ชุดใหม่

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,380 – 1,400 แนวต้าน 1,420 – 1,430 คาดดัชนีมีโอกาสทรงตัว รอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง, ราคาน้ำมันดิบ และผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำทยอยซื้อเมือดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value Stock เช่น ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,CPAXT,GULF / เก็งกำไร BBGI, VPO, APO, UBE เป็นกลุ่มพลังงานทางเลือก        
  • BANPU (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 55 บาท)ได้รับ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันกลาง โดยบริษัทได้รับประโยชน์จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แนวโน้ม 1Q69 bottom line ดีขึ้นจากขาดทุน FX ลดลง ส่วนผลการดำเนินงานหลักมีปัจจัยกดดันจากการผลิตถ่านหินชะลอตัวตามสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงตามฤดูกาล โรงไฟฟ้าในไทย-ลาวยังมีการปิดซ่อมตามแผน อย่างไรก็ดีธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะกลับมาฟื้นตัวจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในธุรกิจ Data Center ส่วนการควบรวมกับ BPP เป็น NewCo ในช่วง 3Q69-4Q69 จะช่วยปลดล็อกมูลค่าในระยะยาวและทำให้ตัวเลขทางการเงินดีขึ้นตามลำดับ
  • COM7* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 29.63 บาท) กำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 2 พันลบ. (+17%YoY , +39%QoQ) หนุนจาก 1.ปัจจัยบวกตามฤดูกาล 2.สินค้า Apple ยังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะ IPhone17 และ 3.กลุ่มธุรกิจ Non-IT ที่มีมาร์จิ้นดีจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ (UFUND) การปล่อยเช่า EV Taxi และ iCare ส่วนการดำเนินงานช่วง 1Q69 คาดว่าจะดีต่อเนื่อง YoY จากธุรกิจ Non-IT แม้จะกดดันบ้างจากปีนี้ไม่มีม. Easy E-Receipt โดยทาง COM7* ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี69 +10%YoY ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ COM7* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 4,411ลบ.(+9%YoY) และ 4,693ลบ.(+6%YoY)

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI เม.ย. +$2.98 อยู่ที่ $98.71 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$2.68 อยู่ที่ $103.14/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +8.0%, Brent +11.2% WoW หลังผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ IEA ตกลงระบายคลังน้ำมันสำรองจำนวน 400 ล.บาร์เรล และสหรัฐผ่อนผันให้สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียที่ค้างอยู่ในทะเลได้เป็นเวลา 30 วัน เพื่อบรรเทาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 

 

Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$64.10 อยู่ที่ $5,061.70 /ออนซ์ ถูกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.61% อยู่ที่ 100.357 กอปรเงินเฟ้อที่แนวโน้มสูงขึ้นจากภาวะสงคราม ส่งผลให้เฟดอาจจะยังไม่สามารถลดดอกเบี้ย

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -819.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -618.78 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -93.44 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -107.72 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 32.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.26 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +56 จุด อยู่ที่ 2,028

(+) BitCoin เช้านี้ +2.29% อยู่ที่ 72,623 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 มี.ค.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

18 มี.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  (ก.พ.)

                US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  (ก.พ.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

19 มี.ค.     EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

                EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป

US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

                US ยอดขายบ้านใหม่(ม.ค.)

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

 

               

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้