Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส : Daily Trading Focus

29

 ภาวะตลาด: SET Index วานนี้แกว่งตัว แต่ก็ปิดบวกในระดับสูงสุดของวันที่ 1429.80 ปรับขึ้น +22.46 จุด มูลค่าซื้อขาย 6.4 หมื่นลบ. แม้มีแรงขายหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว & สุขภาพ แต่ก้มีแรงซื้อหุ้นพลังงาน ค้าปลีก สื่อสาร ปิโตรเคมี ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อ -2.4 พันลบ. ส่วนสถาบันในปท.ซื้อสุทธิ +2.6 พันลบ.


ปัจจัยต่างประเทศ
- โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำ สูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อเป็นเครื่องมือในการกดดันศัตรู พร้อมกับเตือนให้สหรัฐปิดฐานทัพทั้งหมดในตะวันออกกลางทันที เพราะฐานทัพเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีหากยังคงเปิดทำการต่อไป
- ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรง เพราะวิตกสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเงินเฟ้อพุ่งจากน้ำมันแพง สัญญาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 9% เป็น 96-100 US$/bbl สูงสุดในรอบกว่า 4 ปี หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดและรุนแรงขึ้น สัญญาทองคำ ลดลง 53.30 US$ เป็น 5,125.80 US$/ออนซ์ ดัชนีค่าเงิน US$ แข็งขึ้นเป็น 99.63; เงินบาทอ่อนเป็น 32.11 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปีปรับขึ้นเป็น 4.255% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ปรับขึ้นสู่ 135 ดัชนี Baltic Dry Index บวกเป็น 1,972
- คาดเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุม 17-18 มี.ค.นี้ แม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอลง แต่เงินเฟ้อพุ่งขึ้นจากราคาพลังงานสูงขึ้นในช่วงสงคราม


ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- DBS Group Research ประเมินกรณีแย่ที่สุด (Worse case) จีดีพีไทยปี 26F เตบิ โตเหลือเพียง 0.2% (จากไมมี่สงครามที่ 1.6%) หากสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบ BRENT อยู่ระดับ 100 US$/bbl เป็นเวลานานหลายเดือน เงินเฟ้อทั่วไปพุ่งขึ้นเป็น 2.1% (จากไม่มีสงครามที่ 0.5%) ทั้งนี้เนื่องจากไทยมีการนา เข้าน้ำมันดิบสุทธิที่ 46-58 ล้านตันต่อปี คิดเป็นประมาณ 5-6% ของจีดีพี โดยนำเข้าจากตะวันออกกลาง 55-65%, จากเอเชียแปซิฟิก 15-20%, จากสหรัฐ 10-15% และจากแอฟริกา 5-10%
- DBS มองว่าการปล่อยสต๊อกน้ำมันของ IEA เป็นเพียง “สะพานชั่วคราว” มากกว่าทางแก้ปัญหาถาวร ประเด็นสำคัญของการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงในสงครามอิหร่าน คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยขณะนี้อุปทานน้ำมันหายไปจากระบบราว 10% ของอุปทานโลก


กลยุทธ์ : วิตกน้ำมันแพง เงินเฟ้อพุ่ง...แต่อ่อนตัวก็เป็นจังหวะเลือกซื้อสะสม…ระยะสั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยยังผันผวนตามข่าวสงครามตะวันออกกลาง ระยะสั้นให้แนวรับ 1410-1400, 1380, 1360-1350 กรณีมีเด้งให้แนวต้านไว้ที่ 1430, 1450, 1470-1480 ตามลำดับ


หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: GULF : คาดกำไรปกติจะเพิ่มจาก 34,890 ลบ.ในปี 2025 เป็น 60,760 ลบ.ในปี 2034F คิดเป็น CAGR ราว 6.4% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 1) EBITDA ที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และซินเนอร์ยีจากการบูรณาการธุรกิจก๊าซธรรมชาติกับธุรกิจไฟฟ้า, 2) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น ตามผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโทรคมนาคม และแนวโน้มขาขึ้นของธุรกิจดิจิทัล (ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์) ซึ่งก้อนหลักมาจาก ADVANC, 3) การบูรณาการ LNG-to-power ด้วยกำลังการจัดหาและขนส่ง LNG 7.8 ล้านตันต่อปี บริษัทสามารถสร้างมูลค่าได้ครบห่วงโซ่ การถือหุ้นใน KBANK 10% จะได้ปันผลรับราว 2.8 พันลบ./ปี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 79 บาท


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ทรงตัว By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ SET เช้าที่ผ่านมา ทรงตัวในแดนบวก หลังรับรู้ผลประชุมเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด......

PTG – ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 ขยายพลังแห่งการให้ ณ "นันยางการทอ อุตสาหกรรม"

PTG – ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 ขยายพลังแห่งการให้ ณ "นันยางการทอ อุตสาหกรรม"

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้