สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(7 กันยายน 2569)----------------บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (หรือ ธ.ก.ส.) ที่ ‘AAA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
การสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นปัจจัยหนุนอันดับเครดิต: อันดับเครดิตของ ธ.ก.ส. สะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) จะให้การสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติ (extraordinary support) แก่ธนาคารในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากสถานะทางกฎหมายของ ธ.ก.ส. ที่เป็นธนาคารรัฐและการที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมดของธนาคาร
อันดับเครดิตภายในประเทศของ ธ.ก.ส. พิจารณาจากโครงสร้างเครดิตของธนาคารเปรียบเทียบกับธนาคารและบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ ธ.ก.ส. เป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดสำหรับอันดับเครดิตภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารมีโอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทหรือธนาคารอื่นในประเทศไทย
บทบาทเชิงนโยบายที่มีความสำคัญ: ธ.ก.ส. เป็นธนาคารรัฐเพียงแห่งเดียวที่มุ่งเน้นการสนับสนุนทางการเงินแก่ภาคการเกษตรและการพัฒนาชนบทของประเทศไทย ทั้งนี้ฟิทช์คาดว่าประเด็นดังกล่าวจะยังคงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยในระยะยาว อีกทั้งธนาคารได้สั่งสมความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้การช่วยเหลือสนับสนุนทางการเงินแก่เกษตรกรและชุมชนในชนบทมาตลอดระยะเวลาดำเนินงานกว่า 60 ปี ซึ่งฟิทช์คาดว่าการถ่ายโอนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าวไปยังสถาบันการเงินอื่นนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ธ.ก.ส. เป็นธนาคารรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย โดยมีสินทรัพย์รวม 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569
รัฐบาลกำกับการดำเนินงานของธนาคารอย่างใกล้ชิด: กลยุทธ์และการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. สอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับเป้าหมายนโยบายของรัฐบาล ธ.ก.ส. ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นธนาคารรัฐตามกฎหมายเฉพาะเมื่อปี 2509 โดยกระทรวงการคลังมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 99.8% อีกทั้งคณะกรรมการธนาคารยังประกอบไปด้วย ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ซึ่งบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาครัฐ
การสนับสนุนที่ต่อเนื่องจากภาครัฐ: ธ.ก.ส. มีประวัติในการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมาอย่างยาวนาน ซึ่งรวมถึงการเพิ่มทุน การค้ำประกันเงินกู้ และการได้รับการชดเชยจากการดำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐ ทั้งนี้ธนาคารมีโครงการของรัฐทั้งในรูปแบบของสินเชื่อและลูกหนี้โครงการรัฐที่ได้รับมติอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (Public Service Accounts) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของสินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งจะมีสิทธิได้รับการชดเชยความเสียหายหรือการสนับสนุนด้านอัตราดอกเบี้ยผ่านงบประมาณประจำปีของรัฐบาล
ผลประกอบการปรับตัวลดลง ฐานะเงินกองทุนยังพอเพียง: อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เฉลี่ยของธนาคารปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.3% สำหรับปีบัญชี 2569 (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569) จาก 0.4% ในปีบัญชี 2568 โดยธนาคารได้รับผลกระทบจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงตามภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำและการเติบโตสินเชื่อที่ชะลอตัว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้สูญยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง แม้ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ของธนาคารยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ที่ 12.0% ณ สิ้นปีบัญชี 2569 (สิ้นปีบัญชี 2568: 11.6%) ทั้งนี้ฟิทช์ไม่คาดว่าการปรับตัวอ่อนแอลงของผลประกอบการของธนาคารจะส่งผลกระทบต่อโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนช่วยเหลือแก่ ธ.ก.ส.
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตภายในประเทศของ ธ.ก.ส. อาจถูกปรับลดอันดับได้ หากมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่ามีการปรับตัวลดลงของโอกาสที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือสนับสนุนแก่ธนาคาร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดได้จากในกรณีเช่น มีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของ ธ.ก.ส. ในการเป็นธนาคารรัฐ การลดสัดส่วนการถือหุ้นและอำนาจในการควบคุมการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ หรือการที่บทบาทในเชิงนโยบายของ ธ.ก.ส. มีการปรับตัวด้อยลงอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง
การปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทยไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคาร เนื่องจากฟิทช์เชื่อว่าโครงสร้างอันดับเครดิตของ ธ.ก.ส. เมื่อเทียบกับธนาคารและบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากธนาคารรัฐที่มีความสำคัญ ซึ่งรวมถึง ธ.ก.ส. น่าจะยังคงมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นในประเทศ
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตภายในประเทศของ ธ.ก.ส. ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเนื่องจากอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารเป็นอันดับเครดิตที่อยู่ในระดับสูงสุด
แหล่งข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินอันดับเครดิตมีรายละเอียดเปิดเผยอยู่ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้องของฟิทช์
อันดับเครดิตที่เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตภายในประเทศของ ธ.ก.ส. มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างเครดิตของประเทศไทย
รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘AAA(tha)’; ‘แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’