Market Wrap-Up
- SET วันที่ 5 ก.พ.69 ปิด -0.31 จุด อยู่ที่ 1,346.23 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,388 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,152 ลบ.สถาบันขาย 1,771 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 336 ลบ. และรายย่อยขาย 2,717 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 4,364 ลบ. ซื้อ PTT,TRUE,CPALL,THAI,TOP และขาย DELTA,KBANK,AOT,OR,HANA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,941 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,BPP,JAPAN10001 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,082 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 78,165 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,038 ลบ
Market View
- DJIA -1.20%, S&P500 -1.23%, Nasdaq -1.59% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังราคาหุ้น Amazon หลังปิดตลาด -11.2% แม้ว่ารายได้ไตรมาสที่ผ่านมา +13.6% YoY แต่งบ Capex ปีนี้คาดจะสูงถึง $ 2 แสน ล. ซึ่งมากกว่าตลาดคาดไว้ที่ $46 แสน ล.โดยนักลงทุนกังวลต่องบ Capex ด้าน AI ของกลุ่มนี้ที่สูงมากกว่า 5 แสน ล.ดอลลาร์สหรัฐ อาจจะยังไม่สามารถสร้างกำไรได้ในระยะสั้น ส่งผลให้ Alphabet -0.5%, MSFT -4.9%, Oracle -6.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟแวร์ -4.6% หลัง Antropic ได้เปิดตัว AI รุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานด้าน กม.& การเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มบริการซอฟแวร์ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ JOLTs เผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานสหรัฐ ธ.ค. ลดลง 386,000 อยู่ที่ 6.54 ล.ราย ต่ำกว่าคาดที่ 7.2 ล.ราย และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 22,000 อยู่ที่ 231,000 สูงกว่าคาดที่ 212,000 ราย ซึ่งบ่งชี้ตลาดแรงงานสหรัฐมีสัญญาณชะลอตัว สัปดาห์หน้าวันพุธติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร & อัตราว่างงานสหรัฐ ม.ค.
- Stoxx600 ยุโรป -1.05% จากแรงขายกลุ่มอสังหา -0.8%, ก่อสร้าง -0.4% หลัง ECB คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.0% และ ปธ.ECB ชี้เงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ในระดับเหมาะสม ส่วน BOE อังกฤษมีมติ 5 – 4 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% แต่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคาร -3.5% หลัง BBVA ธนาคารสเปน -8.8% รับข่าวต้นทุนการบริหารมีแนวโน้มสูง,กลุ่มเหมืองแร่ -3.4% รับข่าว Rio Tinto ได้ยุติการเจรจาซื้อกิจการของ Glencore และกลุ่มกลาโหม Rheinmetall -6.5% รอผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐ – อิหร่านวันนี้ที่ประเทศโอมาน
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -0.88% จากแรงขายกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ & AI ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ จากความกังวลต่องบ Capex ของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.64% จากแรงขายหุ้น AI เช่น Eoptolink Tech -4.1% และหุ้นกลุ่มทรัพยากร เช่น Zijin Mining -4.4% ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ -3.86% จากแรงขายกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์, พลังงานนิวเคลียร์ และกลุ่มไฟฟ้า กอปรกับกังวลต่อภาวะฟองสบู่ของ AI ส่งผลให้ Samsung Electronics -5.8%, SK Hynix -6.4%
- SET วานนี้ปิดทรงตัว -0.02% ปริมาณการซื้อขาย 7 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,152 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 336 ลบ. สถาบันขาย 1,771 ลบ. และรายย่อยขาย 2,717 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -3.2% ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐจากความกังวลต่อภาวะฟองสบู่ในหุ้นกลุ่ม AI กอปรกับเงินลงทุน Capex ในการพัฒนาระบบ AI ยังอยู่ในระดับสูง และอาจจะยังไม่สามารถสร้างกำไรในระยะสั้น สวนกลุ่มไอซีที -1.0% หลัง ADVANC ถูกแรงขายกำไร หลังราคาหุ้นได้ปรับขึ้นรับข่าวเงินปันผลพิเศษรอบนี้สูงถึง 19.00 บาท/หุ้น ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี เช่น ไฟแนนท์, ค้าปลีก, รพ., อสังหา ฯ ที่เป็นกลุ่ม Domestic Play ที่คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลชุดใหม่ โดยภาพรวมนักลงทุนยังรอผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ ซึ่งฉากทัศน์ที่คาดส่งผลบวกต่อดัชนี SET มากที่สุด คือ 1 ) พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสี่ยงเป็นที่ 1 และเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่หาก 2) พรรคประชาชนได้คะแนนเสี่ยงเป็นที่ 1 คาดดัชนีมีโอกาสผันผวนจากนโยบายปฏิรูปของพรรค เช่น การปฏิรูปด้านพลังงาน และยังรอประเมินว่าพรรคประชาชนจะสามารถจับขั้วตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ซึ่งอาจเกิดภาวะสุญญากาศการเมืองในระยะสั้น
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,330 – 1,340 แนวต้าน 1,350 – 1,360 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ ว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วหรือไม่ แนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value Stock เช่น ADVANC,GULF,PTT,SCC,BH,CPALL เป็นกลุ่มเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติ/ กลุ่มได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ เช่น BJC,MTC,TIDLOR,AMATA,WHA,STECON
- MTC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 52.75 บาท) แนวโน้มกำไร 4Q68 คาดยังคงมีปัจจัยหนุนจากยอดการจัดเก็บหนี้ที่ทำได้ดีส่งผลบวกต่อคุณภาพสินทรัพย์ ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องไปยังปี 69 และการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง ทั้งนี้ปี 69 บริษัทยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายสินเชื่อโตในระดับ double digit เน้นสินเชื่อจำนำทะเบียน มีแผนเปิดสาขาเพิ่ม 300-400 ขณะที่ credit cost มีแนวโน้มลดลงการค่าใช้จ่ายสำรอง ECL ส่วน NIM แนวโน้มน่าจะดีขึ้นจากการลดดอกเบี้ยนโยบายใน 2H68 ต่อเนื่องไปยังไป 69 ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 68-69 ที่ 69 พันล้านบาท +14%YoY และ 7.67 พันล้านบาท +15%YoY
- MC* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายBloomberg Consensus 14.20 บาท) แนวโน้มการดำเนินงานปกติในช่วงบัญชี 2Q69(ต.ค.-ธ.ค.68) ของ MC* มีโอกาสจะได้แรงหนุนทั้งตามฤดูกาลการใช้จ่าย และประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐฯ ขณะที่ช่วง 3Q69(ม.ค.-มี.ค.69) คาดว่าจะมีปัจจัยบวกจากเงินสะพัดช่วงเลือกตั้ง โดยทาง MC* เอง ตั้งเป้ารายได้ปี69 +6%YoY และ ขยับสัดส่วนยอดขายออนไลน์มาที่ 25% ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69 และ70 กำไรของ MC* จะอยู่ที่ 806ลบ.(+6%YoY) และ 849ลบ.(+5%YoY) PE69F ที่ 11x และ Dividend Yield ที่ 9%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI มี.ค. -$1.85 อยู่ที่ $63.29 / บาร์เรล, Brent เม.ย. -$1.91 อยู่ที่ $67.55/บาร์เรล รอผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในช่วงค่ำวันนี้
Gold Update(-) Comex Gold เม.ย.-$61.30 อยู่ที่ $4,889.50/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.21% อยู่ที่ 97.824 และรอผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐ – อิหร่านในช่วงค่ำวันนี้
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +102.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไทย +130.79 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -27.92 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -0.38 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 31.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.178 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -19 จุด อยู่ที่ 1,936
(-) BitCoin เช้านี้ -11.32% อยู่ที่ 64,196 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
(ก.พ.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
ต่างประเทศ
10 ก.พ. US ดัชนียอดขายปลีก (ธ.ค.)
11 ก.พ. US อัตราการว่างงาน (ม.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ม.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ม.ค.)
12 ก.พ. US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ธ.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ม.ค.)
13 ก.พ. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th