MAGURO : คาดกำไรเพิ่มขึ้นใน 3Q26F จากการขยายสาขา แม้ SSSG ลดลงจากผลกระทบของน้ำท่วม
สาขาใหม่ช่วยหนุนผลประกอบการ 3Q26F ขณะที่ SSSG มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q26F จะอยู่ที่ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 11% QoQ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) จะลดลงเป็น -9.0% จาก -5.5% ใน 2Q26 เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลให้สาขา 7-8 แห่งต้องปิดให้บริการเป็นเวลา 2 วัน ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวลงในช่วงที่ภาครัฐดำเนินโครงการร่วมจ่าย ดังนั้น การเติบโตของรายได้จึงยังคงมาจากการขยายสาขาเป็นหลัก โดยจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 65 แห่ง หลังจากเปิดสาขาใหม่ 7 แห่ง และปรับชื่อแบรนด์ 1 แห่งเป็น “Lai” จากเดิม “CouCou” อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าที่เหมาะสมที่ 23.50 บาท เนื่องจาก 1) หุ้นซื้อขายที่ P/E ปี FY26F เพียง 12.9 เท่า 2) บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 8 แห่งใน 4Q26F และ 3) อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทรงตัวในระดับใกล้ 48% จากต้นทุนปลาแซลมอนที่เริ่มปรับตัวลดลง
คาดกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY จากการเปิดสาขาใหม่ 7 แห่ง
เราคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.6% YoY และ 12.5% QoQ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการขยายจำนวนสาขาเป็น 65 แห่ง เทียบกับ 49 แห่งใน 3Q25 ซึ่งรวมถึงสาขา Kaiten Ginza Sushi Onodera ที่เราคาดว่าจะสร้างยอดขายได้มากกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือนอย่างไรก็ตาม ยอดขายเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา เนื่องจากคาดว่า SSSG จะอยู่ที่ -9.0% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลง 80bps QoQ มาอยู่ที่ 47.5% แต่ยังใกล้เคียงกับ 47.4% ใน 3Q25 เนื่องจากต้นทุนปลาแซลมอนที่ลดลงถูกหักล้างด้วยต้นทุนเนื้อวัวที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) จะอยู่ที่ 37.2% ของยอดขาย เทียบกับ 36.4% ใน 3Q25 แต่ลดลงจาก 38.0% ใน 2Q26 จากการมีฐานยอดขายที่สูงขึ้น ดังนั้น เราคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) จะอยู่ที่ 10.3% ลดลงจาก 11.0% ใน 3Q25 แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับ 2Q26 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (NPM) คาดว่าจะอยู่ที่ 6.7% เทียบกับ 7.3% ใน 3Q25 และ 6.9% ใน 2Q26
4Q26F มีแผนเปิดสาขาหนาแน่นที่สุดของปี
ผู้บริหารมีแผนเปิดสาขาใหม่ 8 แห่งใน 4Q26F ได้แก่ Hitori Shabu จำนวน 3 แห่ง, Maguro Kappou จำนวน 2 แห่ง, AGE3 และ Bincho ขณะที่ Ippe Koppe ยังอยู่ระหว่างการยืนยันแผนการเปิดสาขา ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาเปิดใหม่ทั้งปี FY26 อยู่ที่ 20 แห่ง แตะระดับสูงสุดของเป้าหมายที่ 15-20 แห่ง และส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มขึ้นเป็น 73 แห่งภายในสิ้น FY26 นอกจากนี้ ราคาปลาแซลมอนที่ปรับตัวลดลงน่าจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q26F แม้ว่าจะมีแรงกดดันบางส่วนจากต้นทุนเนื้อวัวที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิในช่วง 9M26F จะอยู่ที่ 118 ล้านบาท คิดเป็น 68% ของประมาณการกำไรสุทธิ FY26F ที่ 173 ล้านบาท และในปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรไว้ตามเดิม
มูลค่าที่เหมาะสมอิงการประเมินมูลค่าเชิงสัมพัทธ์
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MAGURO โดยคงมูลค่าที่เหมาะสมเดิมที่ 23.50 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่าด้วย P/E ที่ 18.0 เท่า ซึ่งเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการรักษามาตรฐานการให้บริการและการบริหารต้นทุนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง, ความสามารถในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการบริหารสินค้า, ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ