Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : MAGURO คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสมที่ 23.50 บาท

7


MAGURO : ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตจากการขยายธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง พร้อมโมเมนตัมที่ต่อเนื่องสู่ 4Q26F

 

กำไรเป็นไปตามคาด; คาดเห็นโมเมนตัมเติบโตชัดเจนขึ้นใน 4Q26F
MAGURO รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 16% QoQ สูงกว่าประมาณการของ TISCO ที่ 37 ล้านบาทอยู่ 7% รายได้อยู่ที่ 578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของจำนวนสาขารวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 45 สาขาใน 2Q25 เป็น 58 สาขาใน 2Q26 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 215bps QoQ สู่ระดับ 48.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 2Q25 และเป็นการฟื้นตัวครั้งแรกหลังจากอัตรากำไรลดลงต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับ SSSG ที่ -5.5% (เทียบกับ -0.8% ใน 1Q26) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” (BUY) โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 23.50 บาท จากกลยุทธ์การขยายสาขาเชิงรุกและการกระจายพอร์ตแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ

สามแบรนด์ใหม่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโต
รายได้เพิ่มขึ้น 29.1% YoY สู่ 578 ล้านบาท แต่โครงสร้างการเติบโตยังคงกระจุกตัวในบางแบรนด์ โดยจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 130.3 ล้านบาท มีถึง 87 ล้านบาทที่มาจาก 3 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ Kiwamiya (44 ล้านบาท), Bincho (29 ล้านบาท) และ Ippe Koppe (14 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026) อีก 43 ล้านบาทมาจาก Hitori Shabu ซึ่งเติบโต 36% YoY ในทางกลับกัน พอร์ตแบรนด์เดิมมีส่วนสนับสนุนการเติบโตสุทธิค่อนข้างจำกัด โดย Maguro เติบโต 2.2% และ Tonkatsu Aoki เติบโต 2.6% ขณะที่ Ssamthing Together ลดลง 10.1% และ Cou Cou ลดลง 9.9% ผลจากการเติบโตของแบรนด์ใหม่ ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของแบรนด์หลัก Maguro ลดลงเหลือ 38.8% ของยอดขายรวม จาก 49.0% ในปีก่อน GPM อยู่ที่ 48.3% ลดลง 44bps YoY จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่เพิ่มขึ้น 215bps QoQ จากการยุติโปรโมชันในเดือนเมษายน ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อเนื่องตลอดทั้งไตรมาส ประกอบกับราคาปลาแซลมอนที่อ่อนตัวลง ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเป็น 29.8% ของยอดขาย จาก 28.7% ในปีก่อน สะท้อนค่าใช้จ่ายบุคลากรหน้าสาขา ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ 4 แห่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินงานของสาขาเรือธงภายใต้แบรนด์ Onodera ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเหลือ 8.2% ของยอดขาย จาก 9.4% จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิทรงตัวในระดับ 6.9% เทียบกับ 7.2% ใน 2Q25 และ 6.1% ใน 1Q26

คงประมาณการกำไร; คาดการเติบโตเร่งตัวใน 2H26F
ฝ่ายบริหารตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่อีก 8 แห่งใน 3Q26F และอีก 4 แห่งใน 4Q26F ภายใต้แผนเปิดสาขาปี 2026 ที่ปรับกลับมาอยู่ที่ 18 สาขา สาขาเรือธงของ Sushi Ginza Onodera เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ขณะที่แบรนด์ Age.3 มีกำหนดเปิดตัวในเดือนตุลาคม และแบรนด์อาหารไทย-อีสาน “หลาย” มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 1 กันยายน 2026 จากปัจจัยดังกล่าว เราคาดว่ากำไรใน 3Q26F จะเติบโตต่อเนื่อง QoQ และโมเมนตัมการเติบโตจะชัดเจนมากขึ้นใน 4Q26F เมื่อสาขาใหม่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส
มูลค่าที่เหมาะสมอิงการประเมินมูลค่าเชิงสัมพัทธ์

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MAGURO โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 23.50 บาท อิงค่า P/E ที่ 18.0 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มบริษัทเปรียบเทียบ ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ 1) ความสามารถในการรักษามาตรฐานการให้บริการและการบริหารต้นทุน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น 2) ความสามารถในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย 3) ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะวัตถุดิบนำเข้าที่มีสัดส่วนสูง

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้