Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : KCE คงคำแนะนำ “ถือ” มูลค่าที่เหมาะสมที่ 60.25 บาท

72

 

KCE : คาดกำไร 2H26F แข็งแกร่งขึ้นจากการปรับขึ้นราคาใหม่ คงคำแนะนำ “ถือ”

การปรับขึ้นราคาช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งสะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว
เราคาดว่ากำไรหลักใน 3Q26F จะอยู่ที่ 498 ล้านบาท (+60% YoY, +106% QoQ) ซึ่งเป็นกำไรหลักรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ 2Q24 การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นราคารอบแรก 9-10% ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 และปัจจุบันส่งผลต่อผลประกอบการอย่างเต็มที่แล้ว เราได้ปรับประมาณการโดยใช้อัตรากำไรขั้นต้นเป้าหมายที่ฝ่ายบริหารให้ไว้ที่ 25% โดยทุกการเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น 1% จะส่งผลต่อกำไรต่อหุ้นปี 2027F ของเราประมาณ 6.5% อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากหุ้นซื้อขายอยู่ที่ P/E 55.0 เท่า และการปรับขึ้นราคารอบที่สองได้ถูกรวมไว้ในประมาณการ FY27F ของเราแล้ว ปัจจัยที่จะสนับสนุนราคาหุ้นเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองจากลูกค้าใหม่ รวมถึงความชัดเจนของกำหนดการเริ่มดำเนินงานของกำลังการผลิตใหม่ที่โรงงานโรจนะ (ROJNA)

คาดกำไรหลัก 498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 25%
เราคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 4.04 พันล้านบาท (+18.2% YoY, +13.9% QoQ) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 4Q23 อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมายการเติบโตด้านปริมาณขายและราคา (+8-9% สำหรับปริมาณขาย PCB และ +9-10% สำหรับการปรับขึ้นราคา) ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นผลจากการปันส่วนวัตถุดิบใยแก้ว โดยบริษัทมีสินค้าคงคลังรองรับการผลิตเพียงประมาณ 0.5-1 เดือน นอกจากนี้ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 610bps QoQ สู่ระดับ 25.0% (เทียบกับ 21.4% ใน 3Q25) เนื่องจากผลของการปรับขึ้นราคาที่ส่งผ่านเข้าสู่ผลประกอบการได้เร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดว่าจะอยู่ที่ 465 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.4% ของยอดขาย ลดลงจาก 12.6% ใน 2Q26 ดังนั้น เราคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) จะอยู่ที่ 13.6% เพิ่มขึ้นจาก 8.5% ใน 3Q25 และ 6.3% ใน 2Q26 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (NPM) คาดว่าจะอยู่ที่ 12.4% เทียบกับ 8.6% และ 7.7% ตามลำดับ

ปรับขึ้นราคาเป็นรอบที่สองในเดือนตุลาคม 2026 เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องใน 4Q26F
เราคาดว่าการปรับขึ้นราคารอบที่สองอีก 9-10% ซึ่งเลื่อนมาเป็นช่วงปลาย 3Q26 ถึงต้น 4Q26 จะช่วยหนุนให้ผลประกอบการ 4Q26F เติบโตต่อเนื่อง QoQ ฝ่ายบริหารระบุว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิ เนื่องจากต้นทุน 50-60% ที่บริษัทตั้งเป้าจะชดเชยผ่านการปรับขึ้นราคานั้น ได้ถูกรับรู้ไปแล้วในต้นทุนของ 3Q26 และคาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับมากกว่า 80% จากประมาณ 70-75% ใน 3Q26 อย่างไรก็ตาม เรามองว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่ม HDI ควบคู่ไปกับรายได้จากลูกค้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต่อการรองรับมูลค่าหุ้นในระดับปัจจุบัน

คงมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 60.25 บาท และคงคำแนะนำ “ถือ”
เราคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ KCE โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 60.25 บาท อิง P/E ล่วงหน้าที่ 28.8 เท่า เรามองว่าโอกาสการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นในระยะต่อไปค่อนข้างจำกัด จากอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังอ่อนแอ หาก KCE ไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าได้ ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงจากการเจรจาปรับขึ้นราคา, การขาดแคลนวัตถุดิบที่ TLM, การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

NER จัดกิจกรรมเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนประจำปี 2569

NER จัดกิจกรรมเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนประจำปี 2569

เล่นวน ไป มา By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม มองตลาดหุ้นไทย คงอยู่ในโหมดเล่น วนไปมา กับ บิ๊กแคปไม่กี่ตัว ทั้งที่หุ้นในตลาดมีสินค้าเกือบ พันตัว ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้