Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : TU คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท

53

 


TU
Pet Care และ High Season หนุนครึ่งปีหลัง คงคำแนะนำ "ซื้อ"
เรายังมองบวกต่อ TU ในครึ่งหลังปี 2026 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการส่งออก โดยคาดการเติบโตต่อเนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจ ตัวขับเคลื่อนหลักคือธุรกิจ Pet Care ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจหลัก และเติบโตเด่นสุดในกลุ่ม ขณะที่ผลของการปรับราคาขายและการเน้นสินค้า Premium จะสะท้อนเต็มไตรมาสมากขึ้น ช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนปลาทูน่าและค่าระวางเรือที่ยังผันผวน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท


แนวโน้มผลประกอบการกำไรหลัก 3Q26F เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY และทรงตัว QoQ
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ที่ 1,300 ล้านบาท ทรงตัว YoY และ +3% QoQ (กำไรปกติ ไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนคาด +3% YoY และ ทรงตัว QoQ) คาดรายได้เติบโต 4% YoY และ 6% QoQ โดย Pet Care เติบโตตาม demand ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ส่วนอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) เพิ่มขึ้นจากแบรนด์และ OEM ขณะที่อาหารทะเลแช่แข็งคาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น YoY จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น แม้ลดลงเล็กน้อย QoQ ตามฤดูกาลและราคาปลาที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A คาดเพิ่มขึ้น จากค่าระวางเรือ และค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย

 

แนวโน้ม 4Q26F และทั้งปียังเติบโต
สำหรับ 4Q26F เราคาดรายได้เติบโตราว 4-5% YoY ได้แรงหนุนจาก High Season ของอาหารทะเลแช่แข็งและ Pet Care ที่ยังโตต่อเนื่อง ขณะที่ SG&A to Sales มีแนวโน้มลดลง QoQ ตามยอดขายที่สูงขึ้นและการคุมค่าใช้จ่ายพิเศษ ปัจจัยบวกที่สำคัญคือราคาทูน่าที่เริ่มเข้าสู่ขาลง เนื่องจากปริมาณจับปลาดีขึ้นจากเอลนีโญ ประกอบกับบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบราว 2 เดือน ทำให้ผลกระทบต่อ Gross Margin ใน Q4 มีเพียงราว 50 bps ทั้งปี 2026F เราคาดรายได้ +4% YoY และคาดกำไรสุทธิ 4,824 ล้านบาท (+5% YoY) โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในกรอบเป้าหมาย 19.5-20.5% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากแผนลดฐานต้นทุนของ Frozen Seafood 10-15% ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในปี 2027


คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท
ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท อิง PER 14 เท่า สะท้อนการเติบโตของ Pet Care และประโยชน์จากโครงการ Transformation และความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุน โดยเฉพาะลูกค้า OEM ที่ปรับราคาได้ราวครึ่งหนึ่งของสัญญา ส่วนความเสี่ยงหลักยังคงเป็นราคาทูน่า ค่าระวางเรือ และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งกระทบผ่านขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนใต้บรรทัดกำไรจากการดำเนินงาน

 

แนวโน้มผลประกอบการกำไรหลัก 3Q26F เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY และทรงตัว QoQ
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ที่ 1,300 ล้านบาท ทรงตัว YoY และ +3% QoQ (กำไรปกติ ไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนคาด +3% YoY และ ทรงตัว QoQ) คาดรายได้เติบโต 4% YoY และ 6% QoQ ใกล้กรอบเป้าหมายของบริษัทที่ 4-6% โดย Pet Care เติบโตตาม demand ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ส่วนอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) เพิ่มขึ้นจากแบรนด์และ OEM ขณะที่อาหารทะเลแช่แข็งคาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น 2.0 pp YoY จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น แม้ลดลงเล็กน้อย 0.4 pp QoQ ตามฤดูกาลและราคาปลาที่สูงขึ้น (Q3 เฉลี่ยราว 2,100 ดอลลาร์/ตัน) ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A คาดเพิ่มขึ้น 10% YoY คิดเป็น 14.5% ของยอดขาย สูงกว่าปีก่อน 0.7 pp จากค่าระวางเรือที่ขยับขึ้นเกือบเท่าตัว ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี EBITDA ยังเติบโต 19% YoY ทั้งนี้ เรามองว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะลดลงราว 20% YoY และอัตราภาษีจ่ายจริงอยู่ที่ราว 18%

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เล่นหุ้น กันต่อ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ เข้าสู่โหมด เล่นหุ้นกันต่อไป บนกระดานหุ้นไทย หุ้นบิ๊กแคป ยังคงเป็นแม่เหล็ก ....

HotNews: ITD ถึงเวลาพลัดใบ? หลังสิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต

ผู้สื่อข่าวหุ้นอินไซด์ ขอตั้งคำถามว่า ITD ถึงเวลาพลัดใบ แล้วหรือยัง? หลัง สิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้