TU
Pet Care และ High Season หนุนครึ่งปีหลัง คงคำแนะนำ "ซื้อ"
เรายังมองบวกต่อ TU ในครึ่งหลังปี 2026 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของการส่งออก โดยคาดการเติบโตต่อเนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจ ตัวขับเคลื่อนหลักคือธุรกิจ Pet Care ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจหลัก และเติบโตเด่นสุดในกลุ่ม ขณะที่ผลของการปรับราคาขายและการเน้นสินค้า Premium จะสะท้อนเต็มไตรมาสมากขึ้น ช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนปลาทูน่าและค่าระวางเรือที่ยังผันผวน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท
แนวโน้มผลประกอบการกำไรหลัก 3Q26F เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY และทรงตัว QoQ
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ที่ 1,300 ล้านบาท ทรงตัว YoY และ +3% QoQ (กำไรปกติ ไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนคาด +3% YoY และ ทรงตัว QoQ) คาดรายได้เติบโต 4% YoY และ 6% QoQ โดย Pet Care เติบโตตาม demand ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ส่วนอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) เพิ่มขึ้นจากแบรนด์และ OEM ขณะที่อาหารทะเลแช่แข็งคาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น YoY จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น แม้ลดลงเล็กน้อย QoQ ตามฤดูกาลและราคาปลาที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A คาดเพิ่มขึ้น จากค่าระวางเรือ และค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย
แนวโน้ม 4Q26F และทั้งปียังเติบโต
สำหรับ 4Q26F เราคาดรายได้เติบโตราว 4-5% YoY ได้แรงหนุนจาก High Season ของอาหารทะเลแช่แข็งและ Pet Care ที่ยังโตต่อเนื่อง ขณะที่ SG&A to Sales มีแนวโน้มลดลง QoQ ตามยอดขายที่สูงขึ้นและการคุมค่าใช้จ่ายพิเศษ ปัจจัยบวกที่สำคัญคือราคาทูน่าที่เริ่มเข้าสู่ขาลง เนื่องจากปริมาณจับปลาดีขึ้นจากเอลนีโญ ประกอบกับบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบราว 2 เดือน ทำให้ผลกระทบต่อ Gross Margin ใน Q4 มีเพียงราว 50 bps ทั้งปี 2026F เราคาดรายได้ +4% YoY และคาดกำไรสุทธิ 4,824 ล้านบาท (+5% YoY) โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในกรอบเป้าหมาย 19.5-20.5% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากแผนลดฐานต้นทุนของ Frozen Seafood 10-15% ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในปี 2027
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท
ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท อิง PER 14 เท่า สะท้อนการเติบโตของ Pet Care และประโยชน์จากโครงการ Transformation และความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุน โดยเฉพาะลูกค้า OEM ที่ปรับราคาได้ราวครึ่งหนึ่งของสัญญา ส่วนความเสี่ยงหลักยังคงเป็นราคาทูน่า ค่าระวางเรือ และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งกระทบผ่านขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนใต้บรรทัดกำไรจากการดำเนินงาน
แนวโน้มผลประกอบการกำไรหลัก 3Q26F เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY และทรงตัว QoQ
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F ที่ 1,300 ล้านบาท ทรงตัว YoY และ +3% QoQ (กำไรปกติ ไม่รวมขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนคาด +3% YoY และ ทรงตัว QoQ) คาดรายได้เติบโต 4% YoY และ 6% QoQ ใกล้กรอบเป้าหมายของบริษัทที่ 4-6% โดย Pet Care เติบโตตาม demand ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ส่วนอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) เพิ่มขึ้นจากแบรนด์และ OEM ขณะที่อาหารทะเลแช่แข็งคาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น 2.0 pp YoY จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น แม้ลดลงเล็กน้อย 0.4 pp QoQ ตามฤดูกาลและราคาปลาที่สูงขึ้น (Q3 เฉลี่ยราว 2,100 ดอลลาร์/ตัน) ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A คาดเพิ่มขึ้น 10% YoY คิดเป็น 14.5% ของยอดขาย สูงกว่าปีก่อน 0.7 pp จากค่าระวางเรือที่ขยับขึ้นเกือบเท่าตัว ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี EBITDA ยังเติบโต 19% YoY ทั้งนี้ เรามองว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะลดลงราว 20% YoY และอัตราภาษีจ่ายจริงอยู่ที่ราว 18%