Company Note
Thai Union Group
ผลประกอบการ 2Q26 แข็งแกร่ง ปรับมุมมองเป็นบวกมากขึ้น
เราปรับมุมมองต่อ TU เป็นเชิงบวกมากขึ้น หลังผลประกอบการ 2Q26 แข็งแกร่งกว่าคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามการบริหารราคาขายและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ Pet Care ที่มีมาร์จิ้นสูง แม้ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายเป็น 15.20 บาท (เดิม 14.00 บาท) บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.4 บาท คิดเป็น Payout Ratio 64.5% คิดเป็น Dividend Yield 3.12% (XD:14/8/26)
กำไรหลักเติบโตจากมาร์จิ้นที่แข็งแกร่ง
กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 1,264 ล้านบาท (-0.7% YoY, +13.5% QoQ) โดยได้รับผลบวกจากการรับรู้คืนภาษี อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการพิเศษออก กำไรหลักอยู่ที่ 1,231 ล้านบาท (+2% YoY, +49% QoQ) หนุนจาก Gross Margin ที่ขยายตัวจากต้นทุนวัตถุดิบที่เอื้ออำนวย การบริหารราคาขาย และการเติบโตของธุรกิจ Pet Care แม้ SG&A เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งและภาษีนำเข้าสหรัฐฯ
ปรับประมาณการกำไรปี 2026–2027 ขึ้น
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–2027F ขึ้น 3% และ 2% เป็น 4,824 ล้านบาท และ 5,088 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนผลประกอบการ 1H26 ที่ดีกว่าคาด และแนวโน้ม Pet Care ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดรายได้ปี 2026F และ 2027F เติบโต 4% และ 3% YoY สอดคล้องกับการที่บริษัทปรับเพิ่มเป้ายอดขายและ Gross Margin พร้อมลดงบลงทุน สะท้อนวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท
เราปรับคำแนะนำ TU ขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายเป็น 15.20 บาท อิง PER 14 เท่า จากมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ Pet Care และความคืบหน้าของโครงการ Transformation ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่ปัจจัยบวกยังมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุน ส่วนความเสี่ยงหลักยังคงเป็นราคาทูน่าและค่าเงินบาทที่ผันผวน
กำไรหลัก 2Q26 ยังเติบโต จาก Gross Margin ที่ขยายตัวเด่น
กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 1,264 ล้านบาท (-0.7% YoY, +13.5% QoQ) โดยในไตรมาสนี้การบันทึกรับคืนภาษีกลับ ซึ่งบริษัทไม่มีรายละเอียดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราคาดอัตรามาร์จิ้นที่แท้จริงจะต่ำกว่าที่ประกาศไว้ โดยหากคิดจากธุรกิจ Pet Care ที่อัตรามาร์จิ้นก่อนปรับบันทึกคืนภาษีที่ 24% จะส่งผลให้ GPM เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20.6% ยังเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบปลาและกุ้งที่เอื้ออำนวยและการบริหารราคาขายอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่กำไรปกติ (ไม่รวมรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 71 ล้านบาท และการรับรู้เงินคืน tax refund จาก ITC ราว 103 ล้านบาท ) กำไรหลักจะอยู่ที่ราว 1,231 ล้านบาท (+2% YoY, +49% QoQ) ด้านรายได้เติบโตเพียง 1.4% YoY แต่เร่งตัวขึ้น 5.6% QoQ จากปริมาณขายที่ฟื้นตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งนี้ ธุรกิจ Pet Care ยังเป็นจุดเด่น โดยกำไรขั้นต้นสูงสุดในกลุ่ม จากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่สูงถึง 52.4% ของยอดขาย และโครงการ Tailwind ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนต่อเนื่อง ด้านรายได้ตามภูมิภาคกลุ่มทวีปยุโรปลดลง 2% YoY แต่เติบโต 19.4% QoQ ขณะที่อเมริกาและแคนาดาลดลง (-1.7% YoY, -6.4% QoQ) ขณะที่ SG&A เพิ่มขึ้น 9% YoY คิดเป็นสัดส่วน 15% ต่อยอดขาย จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและต้นทุนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่รับรู้เต็มไตรมาส
ปรับประมาณการปี 2026-2027 ขึ้น สะท้อนแนวโน้ม Pet Care ที่ยังโตต่อเนื่อง
เราคาดครึ่งปีหลังยังเติบโตต่อเนื่อง หนุนจากธุรกิจ Pet Care ที่มี margin สูงกว่าธุรกิจหลักและยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ประกอบกับผลของการปรับราคาขายที่ทยอยสะท้อนเต็มไตรมาสมากขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังผันผวน เราปรับประมาณการกำไรปี 2026-2027 ขึ้นเพื่อสะท้อนผลประกอบการ 1H26 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และแนวโน้มธุรกิจ Pet Care ที่ยังอยู่ในวัฏจักรเติบโต โดยปรับเพิ่มปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2026-27F ขึ้น 3% และ 2% ตามลำดับ เป็น 4,824 ล้านบาท และ 5,088 ล้านบาท ตามลำดับ โดยคาดรายได้ปี 2026F เติบโต +4% YoY และปี 2027F +3% YoY ทั้งนี้สอดคล้องกับที่บริษัทปรับเพิ่มเป้าการเติบโตยอดขายทั้งปีเป็น +4 ถึง 6% (จากเดิม +3 ถึง 4%) และบริษัทปรับเพิ่มเป้า Gross Margin เป็น 19.5-20.5% (จากเดิม 19.0-20.0%) พร้อมปรับลดเป้างบลงทุนลงเหลือ 5.0-5.5 พันล้านบาท (จากเดิม 5.5-6.0 พันล้านบาท) สะท้อนวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" ราคาเป้าหมายใหม่ 15.20 บาท
เราปรับคำแนะนำ TU ขึ้นเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ถือ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 15.20 บาท จากเดิม 14.00 บาท อ้างอิง PER 14 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะกลางที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 1) โครงการ Transformation ที่ทยอยช่วยลดสัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายลงอย่างมีวินัย และ 2) ธุรกิจ Pet Care ที่ยังอยู่ในวัฏจักรขาขึ้นด้วย margin ระดับสูงต่อเนื่อง Key Catalyst ที่ต้องติดตามคือความสำเร็จในการเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้ารายใหญ่เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ Key Risk หลักคือทิศทางราคาทูน่าในช่วง 2H26F ที่ยังมีความผันผวนสูง และค่าเงินบาท