Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : TU คงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท

51

 

Company Note
Thai Union Group

แนวโน้มครึ่งปีหลังและปีถัดไปเติบโตต่อเนื่อง ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ โดยคาดครึ่งปีหลังปี 2026 จะเติบโตต่อเนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจตามช่วง High Season ของการส่งออก หนุนจากธุรกิจ Pet Care ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจหลักและยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต ขณะที่ผลของการปรับราคาขายจะทยอยสะท้อนเต็มไตรมาสมากขึ้น ช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังผันผวน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 15.20 บาท อิง PER 14 เท่า มองปัจจัยบวกต่อการเติบโตยังมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง

สรุปประเด็นจากการประชุมผู้บริหาร

ผู้บริหารยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัท และได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายปี 2026 จากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจ Pet Care และผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะถัดไป นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าโครงการ Transformation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการขยายอัตรากำไรในระยะยาว แม้ว่ายังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ ราคาทูน่า ค่าเงินบาท และความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่โดยรวมผู้บริหารยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ

คงประมาณการเดิม แนวโน้มครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง

เราคาดครึ่งปีหลังยังเติบโตต่อเนื่องของทุกกลุ่มธุรกิจจากช่วง high season การส่งออก และหนุนจากธุรกิจ Pet Care ที่มี margin สูงกว่าธุรกิจหลักและยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ประกอบกับผลของการปรับราคาขายที่ทยอยสะท้อนเต็มไตรมาสมากขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังผันผวน เราคงประมาณการเดิมคาดกำไรสุทธิปี 2026-27F ขึ้น 3% และ 2% ตามลำดับ เป็น 4,824 ล้านบาท และ 5,088 ล้านบาท ตามลำดับ โดยคาดรายได้ปี 2026F เติบโต +4% YoY และปี 2027F +3% YoY

คงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท

จากมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ Pet Care และความคืบหน้าของโครงการ Transformation ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท อิง PER 14 เท่า โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุน ส่วนความเสี่ยงหลักยังคงเป็นราคาทูน่าและค่าเงินบาทที่ผันผวน

บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี 2026 จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก โดยเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากเดิม 3–4% เป็น 4–6% และปรับเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 19.5–20.5% ขณะเดียวกันได้ปรับลดงบลงทุน (CAPEX) เหลือ 5,000–5,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารย้ำว่าการลด CAPEX ไม่ใช่การตัดการลงทุน แต่เป็นเพียงการเลื่อนโครงการบางส่วนให้เหมาะสมกับจังหวะเวลา เพื่อรักษาประสิทธิภาพของการใช้เงินลงทุน

ผลประกอบการ 2Q26 ของ TU สะท้อนภาพการฟื้นตัวของคุณภาพกำไรมากกว่าการเติบโตของรายได้ โดยรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 33,845 ล้านบาท เติบโตเพียง 1.4% แต่ยังสามารถเติบโตเชิงปริมาณ (Volume Growth) และเติบโตแบบ Organic ได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 21.4% ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวที่บริษัทผลักดันให้แตะ 23% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งขึ้น ทั้งการลด Net Debt to Equity เหลือ 1.15 เท่า ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาท/หุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อกระแสเงินสดและผลประกอบการในระยะต่อไป

แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและธุรกิจ ผู้บริหารประเมินว่าราคาปลาทูน่าจะปรับขึ้นมาอยู่ราว 1,900 ดอลลาร์ต่อตันในไตรมาส 3 ก่อนอ่อนตัวลงสู่ประมาณ 1,800 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 และมีแนวโน้มเฉลี่ยใกล้ 1,700 ดอลลาร์ในปีหน้า ขณะที่บริษัทมองว่าปรากฏการณ์เอลนีโญไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแหล่งวัตถุดิบหลัก เนื่องจากฝูงปลาย้ายเข้าสู่พื้นที่ที่บริษัทมีศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบอยู่แล้ว อีกทั้งกระแสการบริโภคอาหารทะเลเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะปลาแมคเคอเรลและปลาซาร์ดีนที่ได้รับความนิยมผ่านโซเชียลมีเดีย ยังช่วยสนับสนุนความต้องการของตลาดในหลายประเทศ

ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทได้จัดตั้ง SG&A Optimization Task Force เพื่อผลักดันการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลงประมาณ 0.8–1% ภายในระยะเวลา 18–24 เดือน ผ่านการดำเนินงาน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การยกระดับระบบบัญชีและการเงิน (Finance Transformation), การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบดิจิทัลและ SAP (Digital Optimization), การปรับปรุงต้นทุนการผลิต (Cost Improvement), การรวมระบบบริหารทรัพยากรบุคคลทั่วโลก (HR Platform) และ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง (Culture Reset) โดยผู้บริหารเชื่อว่าการยกระดับประสิทธิภาพภายในจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาวสำหรับประเด็นอื่น ๆ

อังกฤษได้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทเหลือ 0% (สัดส่วนยอดขายใน UK ประมาณ 5%)ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ผู้บริหารมองเห็นโอกาสสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีนำเข้า ทำให้บริษัทเริ่มย้ายฐานการผลิตสินค้าบางส่วนจากต่างประเทศกลับมายังประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต

ความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (EU–Thailand FTA) บริษัทคาดหวังว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งจะทำให้ภาษีนำเข้าปลาทูน่าที่เดิมสูงถึง 24% และกุ้งที่ 6% ซึ่งคาดว่าอย่างน้อยยังมีข้อตกลง คาดจะเป็นการลดแบบขั้นบันได ซึ่งอาจจะลดลงเหลือ 0% ได้ภายใน 5 ปี ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดยุโรป

TU ขออนุมัติกู้ยืมเงิน 6,000 ล้านบาท จาก i-Tail Corporation (ITC) ผู้บริหารชี้แจงว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าให้กับ ITC มากกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคาร เนื่องจากเงินฝากได้รับดอกเบี้ยเพียงประมาณ 1.1% แต่การปล่อยกู้ให้ TU จะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.5% ส่งผลให้ ITC มีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นราว 84 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ TU ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง เพราะยังมีวงเงินกู้จากธนาคารเหลืออีกจำนวนมาก แต่ต้องการบริหารเงินสดภายในกลุ่มให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ผู้บริหารยังชี้ให้เห็นประเด็นด้านมูลค่าหุ้นของบริษัท โดยระบุว่ามูลค่าการถือหุ้นของ TU ใน ITC และ Avanti Feeds รวมกันมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ TU ทั้งบริษัท สะท้อนว่าตลาดอาจยังไม่ได้ให้มูลค่าที่เหมาะสมกับสินทรัพย์ที่บริษัทถือครอง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ผู้บริหารต้องการสื่อสารให้นักลงทุนรับทราบ

กรณีการฟ้องร้องของ Red Lobster ซึ่งอยู่ในกระบวนการล้มละลายนั้น ปัจจุบันมีผลกระทบหลักต่อบริษัทเพียงค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และยังไม่มีประเด็นความเสี่ยงเพิ่มเติมที่น่ากังวล

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ต่างชาติมองไทย บวก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ยามนี้ ต่างชาติ มองบ้านเรา มองไทย เชิงบวก ล่าสุด Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความ.....

PTG ผนึก ศิริราช - KYE ส่งต่อโลหิตช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ

PTG ผนึก ศิริราช - KYE ส่งต่อโลหิตช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้