คาด SET Index Sideways to Sideways Up: ด้วยแรงหนุนจากการชะลอตัวของ Bond Yields สหรัฐขณะที่รอจับตาตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐต่อ หากออกมาชะลอตัวตามคาด จะหนุน Upside ของตลาดระหว่างนี้แนะสะสมหุ้นกลุ่มซ่อมสร้าง และ เกี่ยวข้องที่รับ ประโยชน์หลังอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย
แนวรับ-ต้าน
1,555–1,575
กลยุทธ์การลงทุน
1) ซ่อมสร้าง และ อุทกภัย : BJC, CPALL, CPAXT,CRC, DCC, DOHOME, GLOBAL, ICHI, ILM,MRDIYT, SCC, TASCO, TFG
2) Bond Yields ชะลอ : HANA, KCE, DELTA,MTC, SAWAD, AP
3) มาตรการรัฐ และงบ 70: CK, GUNKUL,GULF, INSET, KTB, KTC, STECON, TSE
4) คาดผลการดำเนินงาน 3Q69 เติบโต: BDMS,BH, BTG, ITC, PR9, TRUE
Bond Yields ชะลอ รอดู Nonfarm
Bond Yields เริ่มชะลอ ระหว่างรอเลขจ้างงาน : Bond Yieldsสหรัฐอายุ 30 ปี ชะลอตัวลงมาแตะระดับ 5.61% เช่นเดียวกับBond Yield อายุ 10 และ 2 ปี ซ่ึงย่อตัวมาแตะ 5.24% และ4.79% ทำให้ตลาดคลายความกังวลในภาพ Bond Yields ที่กดดันบางส่วน อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาภาพ Yields Curve ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ พบว่าYield ในทุกช่วงอายุยังเป็นระดับที่สูงกว่าระดับเดือนก่อนกว่า 50 bps นั่นคือในปัจจุบันตลาดต้องซื้อขายและ ทำธุรกรรมต่างๆในตลาดเงิน/ทุนด้วยต้นทุนขั้นต่าที่สูงกว่า ในเดือนก่อน ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัด โดยดัชนีS&P500 Dowjones และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเพียง 0.19%0.04% และ 0.04% ตามล าดับ มองหุ้นที่รับแรงกดดันจากภาพดอกเบี้ยขาข้ึน เช่น กลุ่ม High D/E อิเล็กทรอนิกส์ การเงิน และอสังหาฯ จะรับประโยชน์จากภาพดังกล่าว ด้าน Fedwatch Toolsให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75-4.00% มากขึ้นจาก 61% เป็น 68% มองตลาดยังไม่ตอบรับภาพบวกดังกล่าวแต่จะรอจับตาตัวเลข Nonfarm Payroll ในคืนนี้ เนื่องจากถ้าตลาดแรงงานยังไม่ฟื้นดีตามคาด จะช่วยเสริมภาพการคงอัตราดอกเบี้ย และ หนุนตลาดขึ้นต่อ อย่างไรก็ดีแนะจับตาราคาน้ำมันดิบWTI ที่เร่งตัวกลับข้ึนมาใกล้ระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจกลับมาสร้างความกังวลให้กับตลาด
น้ำท่วมเริ่มเบาใจ ยังไงต้องซ่อมสร้าง : มองสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มค่อยๆคลี่คลายในหลายพื้นที่ของกทม. ซ่ึ่งอาคาร และสิ่งก่อสร้างต่างต้องรอซ่อม จึงมองเป็นโอกาสที่จะช่วยหนุนรายได้ของหุ้นในกลุ่มสินค้าซ่อมสร้าง และ เกี่ยวข้อง ขณะที่ในไตรมาส 4จะเป็น High Season ด้วยแรงหนุนจากการท่องเที่ยว จึงมองปัจจุบันเป็นจังหวะที่น่าสะสมรับแรงหนุนดังกล่าว
ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : TH-CPI + Core CPI (Sep)/ดัชนีความเชื่อมัน่ ผู้บรโิภค(Sep), US- S&P Global Services PMI(Sep)/ ISM Non-Manufacturing PMI (Sep)/ EIA Short-TermEnergy Outlook/ FOMC Meeting Minutes/ Michigan ConsumerExpectations (Oct), CN- ตลาดเปิดเพียง 2 วันคือ พฤหัสบดี-ศุกร์
ปัจจัยเพิ่มเติม
(-) ส.อ.ท. ประเมินเบื้องต้นน้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรมความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท โดย กทม. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 16 เขต ย้าต้องเร่งช่วยผู้ประกอบการ เพื่อลดผลกระทบต่อการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
(-) ม.รังสิต ประเมินน้ำท่วมช่วง 24-30 ก.ย. 2569 สร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรทั้งระบบกว่า 6.9 หมื่นล้านบาท หรือ 0.36%ของ GDP
(+)นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน Kick off โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เพื่อเพิ่มกลไกในการดูแลประชาชน มองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มประกันเนื่องจากมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจากโครงการรัฐ
(+)ก.คลัง เผย โครงการไทยช่วย ไทยพลัสเฟส1 มียอดใช้จ่ายรว ม171,961.30 ล้านบาท และมีร้านค้าที่ประชาชนใช้สิทธิได้ 1,101,930ราย มองเป็นบวกต่ออุปสงค์ในประเทศช่วง 2Q69-3Q69
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์IAA - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร, IAA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์