สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (28 กันยายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 28 กันยายน 2569 คาด SET ปรับลง กดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้คาด GDP ปีนี้โตเท่าเดิมที่ 2% ขณะที่ราคาน้ำมันพลิกมาขยับขึ้นหลัง ปธน. ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่านเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง กดดัน Sentiment โดยรวม สำหรับประเด็นในประเทศวันนี้ ติดตามศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีบัตรบาร์โค้ดเลือกตั้ง ขณะที่ทางเทคนิคดัชนีมีแนวโน้มปรับลงหลุด 1600 จุด ทำให้เป็นสัญญาณลบอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
• โรงกลั่น Novoshakhtinsk ของรัสเซีย กำลังการผลิต 1.1 แสนบาร์เรล/วัน เสียหายจากการโจมตีโดยยูเครนในวันศุกร์ที่ผ่านมาและยุติการผลิต ซึ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศรัสเซียและกดดันอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC)
• สหรัฐฯ-จีน เห็นพ้องขยายเวลาพักรบการค้าถึง ม.ค. 27 และลดภาษีสินค้าทั่วไป 3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ด้านเทคโนโลยียังไม่ผ่อนคลายการส่งออกชิปขั้นสูงหรือแร่หายาก และยังไร้ข้อสรุปในประเด็นไต้หวัน-อิหร่าน จึงมองเป็น Sentiment บวกต่อบรรยากาศการค้าและการลงทุนระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในระยะยาว
• กทม.-ปริมณฑลเผชิญปริมาณน้ำฝนสะสม 300 มม. ทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลันในหลายจุด คาดแนวโน้มฝนเริ่มชะลอลง ประเมินกระทบจำกัดต่อกลุ่มท่องเที่ยว การแพทย์ และอาหาร มองเป็นจังหวะทยอยสะสม ขณะที่ความต้องการซ่อมแซมฟื้นฟูหลังน้ำลดมีแนวโน้มสูงขึ้น มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (HMPRO GLOBAL DCC)
• สนค. เผยมูลค่าส่งออกไทยใน ส.ค. 2026 เพิ่มขึ้น 24% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 56 เดือน และขยายตัวต่อเนื่อง 26 เดือน อานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ทำให้ช่วง 8M26 ขยายตัวรวม 19% มองบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
• กนอ. เผยช่วง 9M26 ยอดขาย-จองที่ดินนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศทะลุ 6,000 ไร่ หนุนโดย กลุ่ม Data Center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เกษตร และอาหาร-เครื่องดื่ม จากยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ทั้งนี้คาดว่าเมื่อ Regulator ออกหลักเกณฑ์มาตรฐานค่าไฟฟ้าและสาธารณูปโภคชัดเจนแล้ว กว่า 90% ของกลุ่มนี้จะเข้าปักหลักลงทุนทันที มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน กดดันจากท่าที Hawkish ของเฟดหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง และการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่ไม่คืบหน้าเสี่ยงดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ขณะที่ในประเทศเผชิญ Sentiment ลบจากกังวลสถานการณ์น้ำท่วมกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับ ต้องจับตาคำวินิจฉัยของศาล รธน. ในวันที่ 28 ก.ย. นี้ที่จะชี้ชะตาว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะหรือไม่ โดยหากผลตัดสินสร้างสุญญากาศทางการเมือง จะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่หากผ่านพ้นไปด้วยดี ตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากการปลดล็อกความกังวล อีกทั้งอาจเผชิญแรงกระเพื่อมจาก Window Dressing ปิด 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1590/1580 – 1610/1615
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวน แรงกดดันจากเฟด Hawkish หนุน Bond Yield สูง และปมสหรัฐฯ-อิหร่านเสี่ยงดันน้ำมัน-เงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศต้องจับตาสถานการณ์น้ำท่วมและคำวินิจฉัยศาล รธน. อีกทั้งยังมีแรงกระเพื่อมจากปิด Window Dressing 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Political Relief & Infrastructure Play ที่คาดจะตอบรับเชิงบวกหากศาล รธน. วินิจฉัยให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ได้แก่ กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA) ทั้งนี้หากผลออกมาดีให้ Let Profit Run แต่หากผลพลิกโผเป็นโมฆะ ต้องมีวินัยตั้งจุดตัดขาดทุนทันที
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC)
3. Window Dressing Play ที่คาดได้อานิสงส์จากทำ Window Dressing ปิด 3Q26 โดยเน้นเก็งกำไรหุ้น SET50 ที่ราคาปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด (%QTD Return ต่ำกว่า SET50) แต่มีปัจจัยพื้นฐานดี ได้แก่ DELTA GULF AOT TRUE CPN BDMS BH ทั้งนี้แนะนำกำหนดจุดขายและต้องระวังแรงขายทำกำไรในช่วงวันทำการแรกๆ ของเดือน ต.ค.
4. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)
Daily Top Picks
CENTEL: ประเมินได้รับผลกระทบจำกัดจากอุทกภัยหากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ และมีปัจจัยสนับสนุนหลังจากนี้ด้วยการเข้าสู่ช่วง Golden Week ของจีนและช่วงไฮซีซันของภาคท่องเที่ยว ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของ RevPAR ใน 2H26 คาดกำไรปกติในปี 2026F จะเติบโต 18% สู่ระดับ 2.3 พันลบ. เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.50 บาท
SPRC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโรงกลั่น Novoshakhtinsk ของรัสเซียถูกยูเครนโจมตี ซ้ำเติมภาวะอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปโลกที่ตึงตัวสูง และ ปธน. ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันรีบาวด์จากสัปดาห์ก่อนและหนุนให้ความตึงเครียดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ส่อยืดเยื้อ เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.70 บาท