สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(21 กันยายน 2569)----------------บมจ.สยามอินเตอร์ การประมูล หรือ SIA (ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “SIAA”) หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการประมูลสินทรัพย์สำหรับยานยนต์ใช้แล้วและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร เดินหน้าแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ล่าสุดยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 94.10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 32% โดยมี บล.หยวนต้าเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมนำเงินระดมทุนต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานและลานประมูล พร้อมลงทุนเทคโนโลยี AI, IoT และ Automation เสริมศักยภาพการให้บริการและรองรับการเติบโตในอนาคต
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 94,100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 32.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “SIAA”
โดย บมจ.สยามอินเตอร์ การประมูล มีแผนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (SERVICE) โดยบริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่าง ๆ ตามที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนด
ด้วยจุดแข็ง ในด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจประมูลรถใช้แล้วที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับเครือข่ายสาขาและลานประมูลที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรทั้งฝั่งผู้ส่งรถและผู้ซื้อ ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เรามองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
นายกาย นันต์ธนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้บริการประมูลสินทรัพย์สำหรับยานยนต์ใช้แล้วและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร โดยทรัพย์สินหลักที่นำมาประมูลประกอบด้วย รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานยนต์ประเภทอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล อาทิ สถาบันการเงิน บริษัทลิสซิ่งและสินเชื่อยานยนต์ บริษัทให้บริการรถเช่า รวมถึงผู้ประกอบการสินเชื่อทะเบียนรถ
ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปี บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายและระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขาสำหรับจัดเก็บรถรอประมูลรวม 47 สาขา และลานประมูล 8 แห่งทั่วประเทศ ช่วยรองรับทรัพย์สินจากคู่ค้าในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมเชื่อมโยงผู้ขายเข้ากับฐานผู้ซื้อทั้งผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วและผู้ซื้อรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงปี 2566–2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 475.18 ล้านบาท 608.01 ล้านบาท และ 604.44 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 240.70 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจให้บริการประมูลยานยนต์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 70% - 75% ของรายได้ค่าบริการ สะท้อนฐานรายได้หลักจากธุรกิจที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน
เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทมีแผนนำไปใช้เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานและลานประมูล รองรับการขยายตัวของปริมาณรถและการให้บริการในอนาคต รวมถึง ลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้าน AI, IoT และ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและยกระดับการให้บริการ ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว
“ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจประมูลยานยนต์ใช้แล้วยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ผสานเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมฐานผู้ซื้อทั้งผู้ประกอบการรถยนต์มือสองและผู้ซื้อรายย่อยที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตผ่าน Digital Platform และ Social Media เพื่อขยายฐานผู้ซื้อและสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ติดตามรวมมากกว่า 4.5 ล้านบัญชี ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ พร้อมพัฒนารูปแบบการประมูลทั้ง Onsite Live, Online Real-time และ Proxy Bidding ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงการประมูลได้สะดวกจากทุกพื้นที่ และต่อยอด SIA จากธุรกิจลานประมูลสู่แพลตฟอร์มประมูลยานยนต์ที่ผสานเครือข่ายออฟไลน์และดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร โดยการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเทคโนโลยี และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป” นายกาย กล่าว