Today’s NEWS FEED

News Feed

KKP ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปี 69 โต 2.5% รับอานิสงส์ 'วัฏจักรลงทุน AI' ชี้เศรษฐกิจแบ่งขั้ว K-Shape ชัดเจน เสนอรัฐเร่งแก้โจทย์โครงสร้างเพื่อดึงเม็ดเงินให้อยู่ในไทย

63

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 17 กันยายน 2569 )--------KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2026 เป็น 2.5% จากเดิม 2.1% และปี 2027 เป็น 2.7% จาก 2.2% แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังได้แรงหนุนสำคัญจาก 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวที่รายได้ยังแข็งแกร่ง และที่สำคัญที่สุดคือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับวัฏจักรปัญญาประดิษฐ์ (AI Capex Cycle) ของโลก

อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะการฟื้นตัวแบบ K-Shape อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอธิบายปรากฏการณ์ที่บางอุตสาหกรรมเติบโตทะยานขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมดั้งเดิมยังคงซบเซา

ดาวเด่น AI แบกการเติบโต ท่ามกลางการดิ้นรนของอุตสาหกรรมดั้งเดิม


การปรับเพิ่มจีดีพีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Data Storage และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งพลิกกลับมาร้อนแรงและเป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดโลก สอดคล้องกับทิศทางการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่

ในทางตรงกันข้าม อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เคยเป็นแกนหลักของประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก อุตสาหกรรมยานยนต์รับผลกระทบเชิงโครงสร้างจากรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเผชิญภาวะล้นตลาดในภูมิภาค ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกท้าทายจากสินค้านำเข้า ซึ่งตอกย้ำปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน

โจทย์ใหญ่ของไทย: ทำอย่างไรให้ประโยชน์จาก AI ตกอยู่กับระบบเศรษฐกิจในประเทศ


แม้ IMF จะจัดให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกี่ยวกับ AI รายใหญ่ของโลก แต่ KKP Research ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ภาครัฐและเอกชนต้องเร่งแก้ไข เพื่อรักษามูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Value Added) ให้อยู่ในประเทศ ได้แก่:

    การยกระดับห่วงโซ่มูลค่า: ไทยยังอยู่ในจุดรับจ้างประกอบ (Assembly) ซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าสูง ทำให้การส่งออกที่ขยายตัวสถิติใหม่ ไม่สามารถชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบได้
    การต่อยอดเม็ดเงินลงทุน: ธุรกิจเทคโนโลยีและ Data Center ในไทยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้กำไรถูกส่งกลับ แตกต่างจากเกาหลีใต้หรือไต้หวันที่มีบริษัทชั้นนำในประเทศช่วยหมุนเวียนเม็ดเงินผ่านการจ้างงานและการเก็บภาษีเงินได้ในประเทศ
    การกำกับดูแลทรัพยากร: โครงสร้างพื้นฐาน AI ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมหาศาล รัฐควรมีนโยบายผูกสิทธิประโยชน์ (BOI) เข้ากับการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ รวมถึงกำหนดเงื่อนไขการใช้พลังงานสะอาดและระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด


คาด กนง. คงดอกเบี้ยยาว รักษาสมดุลเศรษฐกิจเปราะบาง


ด้านนโยบายการเงิน KKP Research ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ลงเหลือ 1.8% และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงสิ้นปี 2027 เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากฝั่งต้นทุน (Cost-push) แบบชั่วคราว ในขณะที่กลไกส่งผ่านสินเชื่อยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และภาคครัวเรือนอยู่ในช่วงลดหนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเวลานี้อาจซ้ำเติมกลุ่มเศรษฐกิจที่อยู่ขาลงของ K-Shape โดยไม่ได้ส่งผลดีต่อกลุ่มรายได้สูงที่กำลังเติบโต

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องจับตาในระยะถัดไปคือ แรงกระตุ้นทางการคลังจากเม็ดเงินเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่จะเห็นผลชัดเจนในปี 2027 และการเจรจาการค้าภายใต้ข้อตกลง (ART) กับสหรัฐฯ หากไทยไม่มีความชัดเจนในมาตรการป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาดจากต่างประเทศ อาจทำให้ประเทศสูญเสียความได้เปรียบทางการแข่งขันในภูมิภาคได้ในระยะยาว

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้