Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

61

 

AT THE OPEN (#ATO)

น้ำมันพุ่ง Fed จ่อขึ้นดอกเบี้ย ยังกดดัน
หุ้นเด่นเลือก BCP และ CHG


Market Strategy
SET Index คาดพักตามกรอบ 1595-1610 จุด ยังถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมน้ำมันสูง Bond Yield สูง และวันนี้ติดตามกกต. ชี้ขาดคดีฮั้ว ส.ว. หุ้นเด่นวันนี้เลือก BCP และ CHG
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 2.8% ยืนที่ 107 เหรียญฯ จากซาอุฯปิดท่อส่งน้ำมัน EAST-WEST (ส่งน้ำมัน 4-5 mbpd) เนื่องจากถูกโจมตีจากโดรนและการเลื่อนประชุมระหว่างประเทศกลุ่มอ่าวและอิหร่านถูกเลื่อนออกไป ด้านการประชุม FED เดือน ก.ย. ล่าสุด FEDWATCH Tool ให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยฯ เป็น 87% จากเดิม 70% หลังเงินเฟ้อฯเดือน ส.ค. สหรัฐฯ ตามตลาดคาด ส่งผลต่อ U.S. Bond Yield สหรัฐฯ ยืนระดับสูง คาดจะเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นต่อไป ระยะสั้นแนะนำพักในกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารหรือกลุ่ม Defensive อย่าง BCP TTB CHG
ความคืบหน้าคดีฮั้ว ส.ว. วันนี้ กกต. นัดแถลงชี้ขาดผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย (138 ส.ว. ปัจจุบัน และ 91 เกี่ยวข้องพรรคการเมือง) เร่ม 10.00 น และมีแถลงข่าวช่วง 15.00 น. เราแบ่งการลงมติ 3 แนวทาง 1) ฟ้องเฉพาะบางกลุ่ม (ไม่เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 2) ยกคำร้องทั้งหมด 3) ส่งฟ้องทั้งหมด ซึ่งกรณี Base Case ของเราคือกรณีแรก (ฟ้องเฉพาะบางกลุ่ม) คาดเป็นบวกต่อเสถียรภาพรัฐบาล โดยหุ้นคาดตอบรับเชิงบวก STECON ส่วนกรณีที่ 2 (ยกคำร้องทั้งหมด) ดีต่อเสถียรภาพรัฐบาลเช่นกันแต่ต้องดูท่าทีการเมืองนอกสภาเพิ่มเติม สำหรับ Worst Case คือ กรณี 3 (ส่งฟ้องทั้งหมด) จะเปิดความเสี่ยงต่อการยุบพรรคภูมิใจไทย ในอนาคตกระทบเชิงลบต่อ SET Index แต่กระบวนการในชั้นศาลฯใช้ระยะเวลาหลายเดือนหรือหลักปี
ประเด็นอื่นๆมีความคืบหน้าในด้านบวกจาก ส.ว.ผ่านร่างงบประมาณปี 70 ต่อไปนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณจะไม่ล่าช้าเริ่มได้ 1 ต.ค.69 ตามคาด ด้านโครงการไทยช่วยพลัส มีโอกาสที่จะถูกขยายระยะเวลามาตรการ หลังนายกฯ สั่งขยายโครงการออก 1-2 เดือน เรามองกลางต่อผลของเศรษฐกิจและกำไรบจ. เนื่องจากเป็นการประคองเศรษฐกิจมากกว่ากระตุ้น


Market Summary
SET Index ปิดลบ 10.55 จุด มายืนที่ 1604.52 จุด ตามภูมิภาค เผชิญแรงขายในกลุ่มโรงไฟฟ้าและไฟแนนซ์ BGRIM (-2.54%), GPSC (-1.00%), MTC (-2.50%), TIDLOR (-1.66%) จากแรงกดดัน U.S. Bond Yield นิวไฮ ขณะที่กลุ่มน่ำมันและโรงกลั่น ปรับลงจากราคาน้ำมันดิบลดช่วงบวก PTTEP (-0.97%) ด้าน BCP (-3.45%) มีปัจจัยเฉพาะตัวร่วมหลังประกันสังคมลดสัดส่วนถือหุ้น และ STECON (-4.30%) เผชิญแรงขายลดความเสี่ยงการเมืองสวนทาง KCE (+12.82%) พุ่งแรงรับข่าวซัพพลายชิ้นส่วน Tesla Optimus และกลุ่มเกษตร-อาหาร GFPT (+0.95%), CPF (+0.42%) ได้แรงหนุนแนวโน้มกำไร 3Q69 สดใส ต่างชาติขายสุทธิ 3.14 พันล้านบาท

 


DAILY Stock Pick
BCP
เก็งกำไร น้ำมันดีด
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 65.00 บาท
ราคาน้ำมันดิบเช้านี้ปรับขึ้นเกือบ 3% จากความไม่แน่นอนตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนต่อแนวโน้มค่าการกลั่นยืนระดับที่ดีต่อไป
ข่าวการขายหุ้นจากประกันสังคม ไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน โดยเราคาดกำไร 3Q69 ยังอยู่ในระดับสูงจากค่าการกลั่นและเสริมด้วยธุรกิจ SAF และค้าปลีกน้ำมันฮ่องกง BCP Valuation น่าสนใจ PE’69/70 เพียง 3 / 4.6 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น

Technical View
แนวรับ : 56.00 บาท
แนวต้าน : 59.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 54.50 บาท

 

WEEKLY Stock Pick
CHG
ลุ้นปรับขึ้นค่าประกันสังคม
เปิด Upside กำไร
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 1.90 บาท
แนวโน้มกำไร 3Q69 คาดฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ จากปริมาณผู้ป่วยไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับสูง
หุ้นซื้อขาย P/E69 เพียง 16.8 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 19.4 เท่า ทั้งที่กำไรปี 69 คาดโต 9.1%YoY สูงกว่ากลุ่มที่โต 1.3%YoY และมีอัพไซด์ 10-20% ต่อกำไรปี 70 หากประกันสังคมปรับขึ้นค่าบริการคาดชัดเจน ต.ค. นี้

 

Technical View
แนวรับ : 1.55 บาท
แนวต้าน : 1.70 บาท
จุดตัดขาดทุน : 1.45บาท

 

KEY FACTOR
เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ส.ค. ออกมาใกล้เคียงคาด YoY แต่สูงกว่าคาดหากเทียบกับเดือนก่อนหน้า MoM โดย Headline CPI +3.4% YoY ตามคาด ขณะที่ Core CPI ชะลอลงเหลือ +2.4% YoY ตามคาดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Core CPI เร่งตัวขึ้น +0.3% MoM สูงกว่า Consensus เล็กน้อยที่ +0.2% MoM โดยแรงกดดันหลักมาจาก ค่าที่อยู่อาศัย +0.3% จาก +0.1% ในเดือนก่อน รวมถึงค่าบริการสื่อสาร +2.3% ค่าโดยสารสายการบิน +2.7% ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา +0.8% ตลอดจนราคารถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ Headline CPI เพิ่มขึ้น +0.4% MoM สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อระยะสั้นแม้ชะลอลง แต่ยังโดนผลกระทบจากราคาพลังงานและภาคบริการ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นยืนเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป ส่งผลให้มุมมองตลาดให้น้ำหนัก Fed ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 15–16 ก.ย. เกือบ 100% และเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปี

 


EYES ON

14 ก.ย. กกต. พิจารณาคำร้องกระบวนการเลือก สว.
15 ก.ย. ยอดค้าปลีกและ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน
16 ก.ย. ผลการประชุม FOMC, CPI Eurozone

นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, IAA | ชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA | ออมทรัพย์ โง้วศิริ, IAA โทร. 02 658 5000

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้