สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 9 กันยายน 2569 ) ------ InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 9 กันยายน 2569 คาด SET แกว่ง sideways-up ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน Bond Yield และราคาน้ำมันปรับขึ้นกดดัน Sentiment โดยรวม ทำให้คาดนักลงทุนจะยังเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุน โดยหุ้นพลังงานต้นน้ำ-โรงกลั่นน่าจะยังเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ตามกระแสหุ้น Tech ฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4 วันทำการติดต่อกันน่าจะช่วยประคองตลาดได้อีกทาง ทางเทคนิคดัชนีแกว่งตัวชะลอการรีบาวด์ แต่การยืนเหนือ 1600 ได้ทำให้ภาพรวมยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นราว 2% แตะ $99.05/bbl หลังกลุ่มกบฏฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียทำให้โรงงานน้ำมันหลายแห่งยุติการผลิต ส่วนสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตร 27 สายการบินอิหร่าน หนุนความกังวลอุปทานน้ำมันตึงตัว ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• สนพ. เปิดรับฟังร่าง PDP 2026 ดันพลังงานหมุนเวียน 60–80% บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR สูงสุด 9,000 MW รองรับดีมานด์ Data Center และ EV ที่ 2.2–3.0 หมื่น MW พร้อมเปิดเสรี Direct PPA และคุมค่าไฟเฉลี่ยไม่เกิน 3.88 บ./หน่วย มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าและผู้รับจ้างวางระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (GULF GPSC BGRIM GUNKUL)
• กระทรวงการคลัง-ท่องเที่ยวฯ ได้ข้อสรุปไทยเที่ยวไทยพลัสเตรียมเสนอ ครม. ใน 1-2 สัปดาห์ โดยให้จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ สนับสนุนค่าที่พักแบบ Flat Rate ที่ 1,500 บาท/คืน (สูงสุด 5 คืน/สิทธิ์) พร้อมคูปองท่องเที่ยวร่วมจ่ายคนละครึ่ง 1,500 บาท/สิทธิ์ และเพิ่มเป็น 2,000 บาทหากใช้ในเมืองรอง เปิดลงทะเบียน 1 ต.ค. และเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 1 พ.ย. นี้ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL MINT SPA)
• จับตาคืนนี้ Apple เปิดตัว iPhone 18 ได้แก่ iPhone 18 Pro เริ่มต้น $1,299, iPhone 18 Pro Max เริ่มต้น $1,399 และ iPhone Ultra (รุ่นพับได้) เริ่มต้น $2,320 คาดสร้างกระแสตอบรับหนุนยอดขายปลายปี มองบวกต่อกลุ่มผู้จำหน่ายมือถือ (COM7 ADVICE SYNEX)
• ม. หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค. ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว แต่จับตา ก.ย.-ต.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยว่าจะฟื้นตัวต่อหรือสะดุดลง จากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ (ART) และการเมืองในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC HMPRO)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน หลังมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับขึ้น กระตุ้นให้ตลาดกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย อย่างไรก็ดี มีปัจจัยสำคัญติดตามซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน อาทิ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (11 ก.ย.) ซึ่งจะเป็นสัญญาณชี้นำทิศทางดอกเบี้ยก่อนประชุม FOMC (15-16 ก.ย.), การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี FY2027 วาระ 2-3 (7-9 ก.ย.) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และการเปิดฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 (8 ก.ย.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานสะอาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1610/1605 – 1630/1635
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวผันผวน กดดันจากความกังวลเฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย และการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย ขณะที่มีปัจจัยติดตามสำคัญ คือ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ, การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ FY2027 และการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA) ที่จะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC) ที่จะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายก่อนปิดปีงบประมาณและความคาดหวังผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC CPN ERW CENTEL AOT) ที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส
2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียด ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้งความกังวลด้านเงินเฟ้อที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ยังส่งผลบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
Daily Top Picks
HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของราคาหุ้นเทคฯ โลก การผลิต High-density PCBA และ Solid-state Cooling คาดจะเพิ่มการผลิตเต็มที่ได้ในช่วงปลาย 3Q26 และ 4Q26 ตามลำดับ ทำให้คาดว่าจะเห็นกำไรปกติเติบโตอย่างมีนัยสำคัญใน 2H26 และต่อเนื่องถึงปี 2027F เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.00 บาท
PTTGC: ปัจจัยสนับสนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อยังกดดันห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจโอเลฟินส์, อะโรเมติกส์ และโรงกลั่น ใน 2026F คาดจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิที่ 2.52 หมื่นลบ. จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1.46 หมื่นลบ. เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.25 บาท