วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway โดยมีแรงกดดันจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หลังอิหร่านเตือนว่าจะกำหนดเขตหวงห้ามทางทะเลแห่งใหม่ในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้มีแรงขายกดดันในหุ้นกลุ่มใหญ่ นำโดย ไอซีที และ อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ADVANC และ DELTA ขณะที่มีแรงซื้อหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน น าโดย PTT ประกอบกับ Fund Flow ไหลเข้า เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนี ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,621.89 จุด +3.07 จุด +0.19% มูลค่าการซื้อขาย 66,138.02 ลบ. Program Trading +496.22 ลบ. ต่างชาติ+652.87 ลบ. TFEX -5,517 สัญญา ตราสารหนี้ +1,047.06 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำสหรัฐฯ สนทนากันทางโทรศัพท์ที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และจริงใจ
+ สนพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP 2026 รับดีมานด์ EV-ดาต้าเซ็นเตอร์ขอไฟพุ่ง 3 หมื่นเมกะวัตต์ เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero -SMR หวังคุมค่าไฟไม่เกิน 3.88 บาท คาด พ.ย.นี้เสนอ กพช.และ ครม.พิจารณาเห็นชอบ
+ รมว.พาณิชย์เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐฯ ว่าการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีมาก เราสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ทุกประเด็น ขณะนี้เหลือรอขั้นตอนรายละเอียดเรื่องตัวอักษรและภาษา ซึ่งคาดว่าจะจบได้ภายในเร็ววันนี้
+ บอร์ดเอไอแห่งชาติเดินหน้าแผนปฎิบัติการด้าน เอไอแห่งชาติ ปี 70 และแผนปฎิบัติการฯปี 71-75 ผ่านความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศ เอไอ ที่ยั่งยืน และการเติบโตเชิงเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดด ผลักดันไทยสู่ประเทศผู้สร้างนวัตกรรม AI
+10 ก.ย. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมบอร์ดอีวี เตรียมหารือนโยบายสนับสนุนรถ EV กลุ่มน าเข้า 100% และผลิตในไทย เพื่อรักษาฐานผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเดิม และดึงการลงทุน EV จากจีนและต่างชาติ
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 628.18 จุด หรือ -1.18% โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำม้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่93.03 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่านก่อเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
- กองกำลังสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำ เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือรบสหรัฐฯ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
- กองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีล่าสุดของกลุ่มฮูตีจากเยเมนต่อซาอุดีอาระเบีย เป็นการยกระดับความตึงเครียดที่อาจเป็นอันตรายได้
- FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ถอดสินค้าจากแคนาดาออกจากรายชื่อสินค้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถจัดซื้อได้ เพื่อตอบโต้มาตรการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ของแคนาดา
- ตลท. คาดปีนี้มีบริษัทเข้า IPO ไม่เกิน 15 หลักทรัพย์ ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เพราะตลาดผันผวนทำให้หลายบริษัทเลื่อนไประดมทุนในปีหน้า ตลท.พร้อมจับมือก.ล.ต. และ BOI ปรับเกณฑ์ดึงธุรกิจใหม่และนักลงทุนต่างชาติ หวังสร้าง SnowballEffect ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางระดมทุน
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,600– 1,625 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL
- รัฐอุดหนุน Solar Roof : GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA
- High Season กลุ่มโรงพยาบาล 3Q69 : BDMS PR9 BH
- FTSE Rebalance ใช้ราคาปิด (19 ก.ย. 69) : Large Cap เข้า – ออก CPN Mid Cap เข้า CPN ออก BTS LH SCCC TU
Small Cap เข้า BTS FTREIT LH SCCC THAI TU ออก BLAND SPCG TPIPP
- ลุ้นมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส : ERW CENTEL AWC
- Apple จะเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่น : COM7 SYNEX SPVI CPW ADVICE