ตลาดในความมืด มองไม่ไกล ขับไม่เร็ว
HORIZON MARKET VIEW
• บรรยากาศการลงทุนโลกยังถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลเดิม ได้แก่ ราคาพลังงานที่เร่งตัวขึ้น แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจกลับมาเข้มงวด เงินเยนที่แข็งค่าเร็ว และความเสี่ยงจากการ UNWIND YEN CARRY TRADE
• ในแง่มุมของสินค้าโภคภัณฑ์ร้อนแรง สะท้อนแรงกดดันต้นทุน โดยล่าสุดราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังอิหร่านเปิดเผยว่าข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมานใกล้บรรลุผล
• ขณะเดียวกัน UBS ปรับมุมมองว่า FED มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้
• อีกหนึ่งประเด็นที่จับตาคือ เงินเยนแข็งค่าเร็ว เสี่ยงเพิ่มความกังวลต่อการเกิด UNWINDYEN CARRY TRADE ซึ่งอาจทำให้เม็ดเงินไหลกลับญี่ปุ่นและเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลก
REGION RADAR
• OURA บริษัทผู้ผลิตแหวนอัจฉริยะได้ยื่น IPO สัปดาห์นี้ โดยเผยชื่อผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (UNDERWRITER) ที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดนั่นคือ ROBINHOOD ซึ่งนับเป็นงานรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของบริษัท
• DEEPSEEK วางแผนที่จะติดตั้งชิป HUAWEI ASCEND 950DTอย่างน้อย 160,000 ชิปที่ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ตัวเร่งความเร็ว AI ของจีนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้
THAI FOCUS
• เงินเฟ้อไทยเดือน ส.ค. 69 พุ่งแตะ 2.53%YOY สูงกว่าเดือนก่อนหน้าและตลาดคาด ปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงาน ค่าเดินทาง และสินค้าเกษตร/อาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น หากให้ช่วงที่เหลือของปี CPI (MOM =0%) จะได้เงินเฟ้อแบบปีต่อปี (YOY) อยู่ในช่วง2.48% -2.67%
• นอกจากนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ทำให้ราคาสินค้าหมวดอาหารพุ่งสูงขึ้นอีก ซึ่งอาจดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าที่ ธปท. คาดการณ์ไว้ และเพิ่มโอกาสที่ กนง.จะต้องขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
SYNAPSE STRATEGY
• ตั้งแต่ต้นเดือน SET +23.66 จุด แต่ความจริงถูกพยุงด้วยหุ้น DELTAเพียงตัวเดียว (+26.70 จุด) ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ใน SET100 ปรับตัวลดลง (ลง 50 บริษัท) ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ บ่งชี้ว่าเม็ดเงินไม่ได้กระจายตัวแม้ FLOW ต่างชาติจะซื้อสุทธิ MTD 84 ล้านเหรียญฯ
• กลยุทธ์การลงทุน (SELECTIVE PLAY) มีปัจจัยบวกหนุนชัด อาทิDELTA ราคาปรับฐานลงลึกกว่ากลุ่ม + คาดการณ์กำไรยังเติบโตได้ต่อเนื่อง, PLANB รับปัจจัยบวกจากส่วนแบ่งกำไรของ COM7 +กระแสบวกจากกีฬาเอเชียนเกมส์, PTT รับอานิสงส์ราคาน้ำมันฟื้นตัว
HORIZON MARKET VIEW
ความกังวลวนเวียนอยู่กับเรื่องเก่าๆ
บรรยากาศการลงทุนโลกยังถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลเดิม ได้แก่ ราคาพลังงานที่เร่งตัวขึ้น แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจกลับมาเข้มงวด เงินเยนที่แข็งค่าเร็ว และความเสี่ยงจากการ UNWIND YEN CARRY TRADEในแง่มุมของสินค้าโภคภัณฑ์ร้อนแรง สะท้อนแรงกดดันต้นทุน โดยล่าสุดราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังอิหร่านเปิดเผยว่าข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมานใกล้บรรลุผล ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI เฉลี่ยเดือน ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 48%YOY ขณะที่ราคาน้ำมัน BRENT ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์นอกจากนี้ราคาทองแดง ยังทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะเดียวกัน UBS มีการปรับมุมมองว่า FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นสำคัญ แม้ตลาดเคยคาดหวังแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงมากกว่าอีกหนึ่งประเด็นที่จับตาคือ เงินเยนแข็งค่าเร็ว เสี่ยงเพิ่มความกังวลต่อการเกิด UNWIND YEN CARRY TRADEซึ่งอาจทำให้เม็ดเงินไหลกลับญี่ปุ่นและเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลก โดยล่าสุดเงินเยนแข็งค่าทะลุระดับหลังการแทรกแซงค่าเงิน และขึ้นสู่จุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 69 ขณะเดียวกันญี่ปุ่นลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเนื่อง โดยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ 1.208 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 79.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 6.18% จากเดือนก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
REGION RADAR
ROBONHOOD เป็น UNDERWRITER ครั้งแรก สร้างความเซอร์ไพรซ์กับตลาด
OURA บริษัทผู้ผลิตแหวนอัจฉริยะได้ยื่น IPO สัปดาห์นี้ โดยเผยชื่อผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (UNDERWRITER)ที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดนั่นคือ ROBINHOOD MARKETS ซึ่งนับเป็นงานรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ ROBINHOOD อีกทั้ง CEO ของบริษัทระบุว่า “เราตั้งใจที่จะเข้ามาดิสรัปต์ในพื้นที่นี้” นอกจากนี้ นักวิเคราะห์เริ่มมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ ROBINHOOD เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้หลังรายได้จากค่าธรรมเนียมของ ROBINHOOD CHAIN (ธุรกิจเกี่ยวกับคริปโต) จากเดิมที่มีรายได้รายวันอยู่ที่ราว$2 แสนต่อวันในช่วงเดือน ส.ค. กลับเร่งตัวเป็น $4 ล้านต่อวันในเดือนนี้ แนะนำเก็งกำไร DR: HOOD80 เนื่องจากบริษัทยังอยู่ในช่วง EARNING UPGRADE CYCLE
DEEPSEEK เตรียมสร้างคลัสเตอร์ชิป AI ของ HUAWEI ราว 160,000 ชิป
DEEPSEEK วางแผนที่จะติดตั้งชิป HUAWEI ASCEND 950DT อย่างน้อย 160,000 ชิปที่ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ตัวเร่งความเร็ว AI ของจีนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ โดยก่อนหน้านี้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา คลัสเตอร์ชิป HUAWEI แห่งแรกของจีนที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ที่ระดับเพียงแค่ 10,000 ชิป แต่ครั้งนี้ DEEPSEEK เผยตัวเลขสูงถึง 160,000 ชิป ซึ่งคาดว่าชิปเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อรันประมวลผล INFERENCE โมเดลของ DEEPSEEK เป็นหลัก เราจึงมองเป็นบวกต่อหุ้นผู้ผลิตชิปในจีนอย่าง DR: SMIC23 และ DR: HUAHONG23 ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตชิปให้กับทาง HUAWEI โดยตรง
THAI FOCUS
เงินเฟ้อไทยพุ่งทะลุคาด จ่อลากยาวรับแรงกระแทกเอลนีโญต่อ
วานนี้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยในเดือน ส.ค.69 ขยายตัวถึง 2.53%YOY ซึ่งสูงกว่าเดือนก่อนหน้า1.95%YOY และสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 2.43%YOY การปรับตัวขึ้นนี้มาจาก ทั้งหมวดอาหารและหมวดอื่นๆ โดยมีสินค้าและบริการถึง 310 รายการที่ปรับราคาสูงขึ้น นำโดยกลุ่มพลังงาน (น้ำมันเชื้อเพลิง), ค่าเดินทาง (รถสาธารณะ), และสินค้าเกษตร/อาหาร (ข้าวราดแกง, ข้าวสาร, ไก่สด, ผักสด) ในขณะที่มีสินค้าเพียง 123 รายการที่ราคาลดลง (เช่น ค่าไฟฟ้า, เนื้อหมู) สัญญาณนี้ชี้ว่าค่าครองชีพของประชาชนกำลังปรับตัวสูงขึ้นในวงกว้างแม้หลายคนอาจหวังว่าราคาสินค้าจะค่อยๆ ลดลง แต่จากการประเมินแนวโน้ม (อ้างอิงสมมติฐาน CPIGROWTH) พบว่าแม้ดัชนีราคาสินค้าจะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นเลยเมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน (MOM = 0%) ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.69 แต่อัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบแบบปีต่อปี (YOY) ก็จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงคือ เกินกว่า 2%ไปจนถึงสิ้นปี(คาดการณ์อยู่ที่ระดับประมาณ 2.48% - 2.67%) ซึ่งเป็นผลมาจากฐานราคาที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ข้อมูลจาก NOAA ระบุว่ามีโอกาสสูงถึง 81% ที่เอลนีโญจะพัฒนากลายเป็น VERY STRONG EL NIÑO ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.69 และจะลากยาวไปถึงต้นปี 2570 หากย้อนดูสถิติในอดีต (เช่นช่วงปี 2561-2562) ปรากฏการณ์เอลนีโญมักส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เกิดภัยแล้ง และดันให้ราคาสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อหมวดอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยฯ โดยเฉพาะ ข้าวสาร, เนื้อสัตว์, และผักสด ดังนั้น ภัยแล้งที่กำลังจะเข้ามา จึงเป็นความเสี่ยงที่อาจดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าที่ธปท.คาดการณ์ไว้ทำให้ยังมีความเสี่ยงที่ กนง. อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
SYNAPSE STRATEGY
อาถรรพ์ตลาดเดือน ก.ย.69 และปรากฏการณ์ DELTA แบกตลาด
ภาพรวมดัชนี SET ดูเหมือนจะแข็งแกร่ง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.66 จุด หรือ +1.48% (MTD) มาอยู่ที่ระดับ 1,618
จุด แต่เมื่อเจาะลึกพบว่า DELTA เพียงตัวเดียวมีผลช่วยพยุงดัชนี (IMPACT) ถึง +26.70 จุด หมายความว่า หาก
ตัด DELTA ออกไป ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในแดนลบตั้งแต่ต้นเดือน
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาความกว้างของตลาด (MARKET BREADTH) ในกลุ่ม SET100 พบว่า มีหุ้นที่ปรับตัวลงถึง 50 บริษัท ขณะที่มีหุ้นบวกเพียง 41 บริษัท และทรงตัว 9 บริษัท ส่งผลให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นใน SET100ติดลบที่ -0.13% สวนทางกับดัชนี SET ข้อมูลนี้สะท้อนชัดเจนว่าเม็ดเงินกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ตัว และตลาดโดยรวมยังคงมีความผันผวนสูง
เมื่อมองภาพรวมระดับภูมิภาค (MTD) ตลาดหุ้นเอเชียในกลุ่ม TIP เผชิญแรงขายจากต่างชาติทั้งฟิลิปปินส์ -5ล้านเหรียญฯ อินโดนีเซีย -38 ล้านเหรียญฯ ส่วนประเทศอื่นๆ เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย และไทย ถูกต่างชาติซื้อสุทธิทั้งสิ้น
สำหรับหุ้นในไทยที่ต่างชาติซื้อสูงสุดในช่วง MTD (1-7 ก.ย.) ได้แก่ PTT, KBANK, PTTEP, BH, COM7, BCP,BBL, PTTGC, SPRC, CRC เป็นต้น
จากสภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง การเลือกหุ้นยังเน้น SELECTIVE PLAY
DELTA : ราคาหุ้นปรับฐานลงลึกกว่าหุ้นแม่ที่ไต้หวันและเพื่อนในกลุ่มอย่าง HANA และ KCE รวมถึงคาดการณ์กำไรไตรมาส 3 และทั้งปี 2026 ยังเติบโตต่อ
PLANB : มีปัจจัยบวกจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 และกระแสเชิงบวกจากกีฬาเอเชียนเกมส์
PTT : รับผลบวกจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว และมีประเด็นการจับมือกับ ADNOC ในธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการครึ่งปีหลัง
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์