1 ก.ย. 2569 11:38:17 38
ภาพรวมอุตสาหกรรมดีมานด์ Pet Food ยังเติบโต ภาพรวม US tariff ชัดเจน ภาพรวมผลประกอบการ AAI ครึ่งปีหลังเติบโตแข็งแกร่ง จากภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงโลกที่ยังมี demand แข็งแกร่งคาดทั้งปีเติบโตราว 3.2% YoY ตาม premiumization และ pet humanization และ US tariff ที่ชัดเจน 12.5% ปรับขึ้นเล็กน้อยจากที่ประกาศชั่วคราว 10% แต่ต่ำกว่าที่ผ่านมา 19% ทิศทางผลประกอบการคาดเริ่มฟื้นตัวครึ่งปีหลัง เรายังคงคำแนะนำ “BUY” ผู้บริหารคงเป้ารายได้ปี 2026 เติบโต 8% YoY, ครึ่งปีหลังเติบโตมากกว่าครึ่งแรกผู้บริหารยังคงเป้ารายได้ 7.6 พันล้านบาท +8% YoY แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรกจะทำได้เพียงราว 41-42% ของเป้าทั้งปี โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังจากการเข้าสู่ Peak Season ของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง รวมถึงแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ และยุโรป ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการปรับขึ้นราคาสินค้า 3-7% การปรับ Product Mix ดีขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า นอกจากนี้ หากราคาปลาทูน่าคาดปรับตัวลดลงหลังช่วงก.ย.-ต.ค. จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อ Margin ในระยะถัดไป แม้ธุรกิจ Human Food ยังเผชิญแรงกดดันจากตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ คาดแนวโน้มครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งปีแรก คงประมาณการผลประกอบการ เราคาดกำไร 3Q26F จะเพิ่มขึ้นได้ทั้ง YoY และ QoQ จากปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากช่วง high season ของปี และมาร์จิ้นที่ดีขึ้นจากการปรับราคาขาย กำไรสุทธิ 1H26 คิดเป็น 46% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนว่าครึ่งปีหลังคาดฟื้นตัว เรายังคงกำไรสุทธิปี 2026F ที่ 678 ล้านบาท (-9% YoY) และปี 2027F ที่ 755 ล้านบาท (+11% YoY) หนุนโดย Pet Food ที่ปริมาณขายเพิ่มจากสินค้าใหม่และดีมานด์ แม้ราคาขายเฉลี่ยถูกกดจากบาทแข็ง ส่วน Human Food คาดหดตัว 20% ในปี 2026F จากผลกระทบสงคราม ก่อนฟื้น 15% ในปีถัดไปจากฐานต่ำ อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีคาดเฉลี่ย 13.8-14.0% ลดจาก 15.1% ในปี 2025 จากต้นทุนทูน่า (โดยเฉพาะ Human Food ที่ขายแบบ CNF ผู้ขายรับภาระเอง) ภายใต้สมมติฐานค่าเงิน 32 บาท/ดอลลาร์ ส่วน SG&A คาดใกล้เคียงเดิมในปี 2026F และลดลงเล็กน้อยในปี 2027Fเราคงคำแนะนำ “BUY” ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท อ้างอิง PER forward Regional (2y) ที่ 15X บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Net Cash) และคาดว่าเงินปันผลทั้งปีจะมากกว่าที่เราคาดไว้ จากที่เราคาด Dividend payout ratio 50% ตามนโยบายบริษัท ความเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นรายได้ที่อาจต่ำกว่าคาดการณ์ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และค่าเงินบาทแข็งค่า
ผู้บริหารยังคงเป้ารายได้ปี 2026 ที่ 7.63 พันล้านบาท เติบโต 8.1% YoY แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังทำได้เพียงราว 41-42% ของเป้าทั้งปี โดย AAI ยังคงเป้ารายได้ที่ 7.6 พันล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะจากลูกค้าในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่ผู้บริหารมองว่าการเติบโตในช่วง 3Q-4Q จะมีน้ำหนักมากกว่าครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญ• แนวโน้มผลประกอบการใน 2H26 มีโอกาสฟื้นตัวเด่นจากการเข้าสู่ Peak Season ของทั้งธุรกิจ Pet Food และ Frozen Food เนื่องจากลูกค้าในต่างประเทศมักเร่งสั่งสินค้าเพื่อเตรียมจำหน่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ส่งผลให้คำสั่งซื้อและการใช้กำลังการผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ขณะเดียวกันผู้บริหารระบุว่าคำสั่งซื้อในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.26 ยังอยู่ในทิศทางที่ดีและสอดคล้องกับการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยที่ยังขยายตัว• อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากหลายปัจจัยสนับสนุนพร้อมกัน ทั้งการปรับขึ้นราคาขายสินค้า 3-7% ตั้งแต่ปลาย 2Q26 เพื่อชดเชยต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนสินค้าใหม่และ Product Mix ที่ดีขึ้น โดยผลบวกจากการขึ้นราคาจะเริ่มสะท้อนอย่างเต็มไตรมาสใน 3Q26 ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันด้าน Margin ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก• ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการส่งออก ขณะที่ต้นทุนจำนวนมากยังเป็นเงินบาท ส่งผลให้การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและสนับสนุนอัตรากำไร ขณะที่แนวโน้มคำสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง• ต้นทุนปลาทูน่ายังคงอยู่ในระดับสูงจากผลของ FAD Ban แต่คาดว่าจะเริ่มผ่อนคลายหลังเดือนก.ย.-ต.ค. โดยผู้บริหารระบุว่าราคาวัตถุดิบยังได้รับแรงกดดันจากข้อจำกัดด้านการทำประมงในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากราคาปลาทูน่าปรับลดลงตามคาดในช่วงปลายปี จะเป็น Upside สำคัญต่ออัตรากำไรของทั้งธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและ Human Food ในระยะถัดไป• บริษัทเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในยุโรปผ่านการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน AG Germany จาก 60% เป็น 65% ใช้งบประมาณราว 12 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพด้านการขายและการหาลูกค้าใหม่ในยุโรป นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นบางส่วนในไตรมาส 2 ยังมาจากค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้พาร์ทเนอร์ในเยอรมนี ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าและถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อยอดขายในอนาคต• ตลาดตะวันออกกลางยังเป็นจุดอ่อนหลักของธุรกิจ Human Food ในปัจจุบัน แม้ยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนรายได้สูง แต่ผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคและปัญหาโลจิสติกส์ทำให้การขนส่งต้องใช้เส้นทางอ้อมและมีต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลให้คำสั่งซื้อและวอลุ่มการขายยังผันผวน อย่างไรก็ตามผู้บริหารระบุว่ายังเห็นความต้องการสินค้าอยู่ เพียงแต่ลูกค้าระมัดระวังการสั่งซื้อและการบริหารสต็อกมากขึ้น• งบลงทุนปี 2026 ราว 800 ล้านบาท โดยประมาณ 450 ล้านบาทเกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านโรงงาน แต่ได้ตัดสินใจชะลอการก่อสร้างอาคารผลิตแห่งใหม่ออกไปก่อน เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างและราคาวัสดุอยู่ในระดับสูงกว่าที่บริษัทประเมินไว้ อย่างไรก็ตามงบลงทุนส่วนอื่นยังดำเนินตามแผน ขณะที่โครงการ Automated Warehouse ยังคงเป็นโครงการหลักที่คาดว่าจะเริ่มสร้างประโยชน์ด้านประสิทธิภาพและการบริหารต้นทุนได้ตั้งแต่ต้นปี 2027
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ สวัสดีเดือนกันยายน เดือน 9 ขอให้นักลงทุน ประสบความสำเร็จในการลงทุนในตลาดหุ้น โหนกระแส....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์