ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ปรับขึ้น +6.94 จุด ปิดที่ 1595.16 มูลค่าซื้อขาย 7.6 หมื่นลบ. โดย MSCI rebalancing มีผลที่ราคาปิดวานนี้ ส่วนหุ้นที่นำตลาดขึ้นเป็นกลุ่มอิเลคทรอนิกส์, ค้าปลีก, สื่อสาร ณ 31 ส.ค.26 ดัชนีลดลง -1.75% MoM แต่หุ้น Stock picks ของ DBSVTH Retail Research ปรับขึ้น +7.1% MoM สำหรับ 8M26 ดัชนีปรับขึ้น +26.6% YTD ส่วนหุ้น Stock Picks ของเราให้ผลตอบแทนสะสมดีกว่าตลาดที่ +39.6% YTD ต่างชาติ ขายสุทธิ ต่อ -335 ลบ. สถาบันในปท.ขายสุทธิ -255 ลบ. พอร์ต บล.ซื้อสุทธิ +456 ลบ. รายย่อยซื้อสุทธิ +133 ลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- ภูมิรัฐศาสตร์: สหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีกันรอบใหม่ กองทัพสหรัฐโจมตีแท่นยิงจรวดของอิหร่านบนเกาะลารัค ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐในจอร์แดน และทรัมป์ ขู่ว่าจะทำลายเกาะคาร์กให้ย่อยยับ โดยเกาะคาร์กเป็นสถานีส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน
- สหรัฐ: นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ต าแหน่งในเดือนส.ค. หลังลด 23,000 ต าแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 4.1% ในเดือนส.ค.
-ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงจากกังวลความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเงินเฟ้อที่อาจปรับสูงขึ้น สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT เช้านี้พุ่งเกือบ 3% อยู่ที่ 85.7-90.5 US$/bbl หลังหลังจากสหรัฐและอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่ สัญญาทองคำส่งมอบธ.ค..26 ลดลงต่อ -48.40 US$ เป็น 4,481.50 US$/ออนซ์
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ อ่อนเป็น 99.38 (จาก 99.67วันก่อนหน้า) เงินบาทอยู่ที่ 33.15 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ปี ปรับขึ้นเป็น 4.77% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงตัวที่ 131.12(ต่ำสุด 125.75, สูงสุด 152.25) ดัชนี Baltic Dry Index เมื่อ 28 ส.ค.26 อยู่ที่ 3,186 (รอบนี้ต่ำสุด 2,490, สูงสุด 3,226)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-กลุ่มโรงกลั่น: สเปรดการกลั่นน้ำมันดีเซลลดลงจากประมาณ 90 US$/bbl ในสัปดาห์ก่อน มาเป็น 60-70 US$/bbl ในปัจจุบัน ส่วนค่าเฉลี่ยใน 3Q26-QTD อยู่ที่ 67 US$/bbl ลดลงจากค่าเฉลี่ยใน 2Q26 ที่ 70 US$/bbl โดยภาพรวมค่าการกลั่นเฉลี่ยใน 3Q26F มีแนวโน้มทรงตัว-อ่อนตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยใน 2Q26…สำหรับโรงกลั่นที่มีสเปรดดีกว่ากลุ่มใน 3Q26F เป็น TOP เนื่องจากบริหารจัดการต้นทุนได้ดี รองลงมาเป็น SPRC และ BCP
- ไทย: คมนาคมชงของบฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 โครงการ เปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV หรือ Hybrid ลดค่าเชื้อเพลิงกลุ่มขนส่ง...เป็ นบวกกับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและผู้ผลิตไบโอดีเซล
-ติดตามการเมืองไทย: โดยเฉพาะกรณีฮั้วส.ว.(กกต.ขอหลักฐานเพิ่ม เลื่อนนัดลงมติไป 14 ก.ย.26), การเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฯลฯ
กลยุทธ์ : เลือกซื้อหุ้นแนวโน้มดี ที่มี Upside สัญญาณระยะสั้นเป็นลบ จากการที่ ดัชนีปิดต่ำกว่าเส้น SMA10 ระยะสั้นให้ แนวรับไว้ที่ 1580, 1574-1570, 1545 (แนวฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด)ถ้าหลุด 1545 มีสิทธิลงมาที่ 1510-1500 หรือต่ำกว่า ส่วนแนวต้านกรณีรีบาวด์ ให้ไว้ที่ 1606, 1615, 1630
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: MOSHI: กำไร 2Q26 โตแกร่ง +21%YoY ตามคาด ปัจจัยหนุน คือ SSSG โต +4%YoY และขยายสาขาต่อเนื่อง ซึ่งหนุนยอดขาย +13% YoY ด้าน GPM เพิ่ม 160bps เป็น 56.6% แนวโน้ม 3Q26F ยังขยายตัวสูง โดย SSSG เดือนก.ค.26 เพิ่ม 8-10% YoY บริษัทจัดการต้นทุนและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเพราะสงครามตะวันออกกลางได้ดี โดยส่งผ่านไปยังราคาในสินค้าใหม่ เราคาดกำไรหลักปี 26F-27F ขยายตัวสูง +20%/+16% แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 52 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829