ก.ย.69เขย่า FUND FLOW
HORIZON MARKET VIEW
• ภาพรวมเดือน ก.ย. มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะแห่งหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจอร์แดน ส่งผลให้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ BOND YIELD สหรัฐฯ ที่เร่งตัวและความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มีมากขึ้น
• อย่างใรก็ดี รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินในเดือนนี้ เริ่มจากการประกาศของยุโรปในวันนี้คาด +3.3%YOY (สูงกว่าเดือนก่อนที่ 2.9%YOY) และต่อด้วยสหรัฐฯ ในวันที่ 11 ก.ย. คาด +3.4%YOY (ทรงตัวจากเดือนก่อน
REGION RADAR
• CRYPTO รับข่าวบวกมาเยอะ แต่ในเดือน ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี มักเป็นเดือนที่แย่ที่สุด ซึ่ง BITCOIN ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกทุกเดือนยกเว้นเดือน ก.ย. บวกกับ BOND YIELD ที่เร่งตัวขึ้น จึงแนะนำขายทำกำไรสั้นๆ หุ้นอิง CRYPTO แล้วรอดูกระแส CLARITY ACT อีกที
• TESLA (TSLA US) +5.5% โดยราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้างานเปิดตัว CYBERCAB ของบริษัท ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ที่เมืองออสติน รัฐเทกซัส ซึ่ง TESLA กำลังเตรียมจัดงานแบบจำกัดผู้ได้รับเชิญ (INVITE-ONLY) เพื่อเผยโฉม CYBERCAB
THAI FOCUS
• นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทย รวมถึง SHORT TFEX ในเดือน ส.ค.ขณะที่เงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ ตามทิศทางธนาคารกลาง
ต่างๆ อาจทยอยขึ้นดอกเบี้ย
• 3 กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ ในภาวะเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ 1.กลุ่มส่งออก(HANA, KCE, TU, ITC, CPF, STA) 2.กลุ่มท่องเที่ยว ต่างชาติมีอำนาจการจับจ่ายสูงขึ้นเมื่อเดินทางมาไทย (AOT, CENTEL, ERW)3.กลุ่มโรงพยาบาล ได้รับอานิสงส์จากผู้ป่วยต่างชาติที่บินเข้ามารักษาในไทยมากขึ้น (BH, BDMS, BCH, PR9)
SYNAPSE STRATEGY
• โครงสร้างตลาดหุ้นไทย มีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (COMMODITY) สูงถึง26% เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันดิบพุ่งขึ้น หุ้นกลุ่มนี้จึงช่วยพยุงตลาดให้ผันผวนน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และเห็นเงินทุนต่างชาติเข้ามาชัดเจนในกลุ่มนี้เช่น ยางพารา, อิเล็กทรอนิกส์, โรงกลั่น
• TOPPICKS 1.BBLรับอานิสงส์HIGHER FOR LONGER และ P/BVต่ำเพียง 0.6 เท่า2.PTTเก็งกำไรระยะสั้นตามราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง3.BCH คาดกำไร 3Q69 ฟื้นตัว และมีลุ้นได้อานิสงส์จากการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลประกันสังคมในช่วงปลายเดือน ต.ค. 69
HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นก้าวเข้าเดือน 9 กับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ
วานนี้ตลาดหุ้นโลกพากันย่อตัว โดยฝั่งสหรัฐฯ -0.1% ถึง -0.7% โดยเม็ดเงินมีการไหลออกจากหุ้นกลุ่มเทคฯไปสู่กลุ่มพลังงาน และในฝั่งยุโรปร่วงลงสูงสุดราว -1.2% หลังปัจจัยแวดล้อมมีแรงกดดันที่ยังไม่ผ่อนคลาย
เริ่มจากราคาน้ำมัน WTI เปิดเดือน ก.ย. ในระดับสูง โดยค่าเฉลี่ยปี 2026 ปรับขึ้นมาแซงปี 2022 ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะแห่งหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจอร์แดน หากความตึงเครียดกระทบอุปทานน้ำมันต่อเนื่อง จะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ FED มีเหตุผลในการคงหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น ขณะที่ FEDWATCH TOOL ให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในเดือน ก.ย. มากขึ้น เป็น 65.4% (วานนี้ 57%)
ด้าน BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.75% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2025 ขณะที่ BONDYIELD ของเยอรมนีปรับสูงขึ้นเช่นกัน สะท้อนมุมมองของตลาดต่อดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มี VALUATION สูง
สรุป ภาพรวมเดือน ก.ย. มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากการกลับมาของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นBOND YIELD สหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้น และความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED อย่างในก็ดี รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินในเดือนนี้ เริ่มจากยุโรปในวันนี้คาด+3.3%YOY (สูงกว่าเดือนก่อนที่ 2.9%YOY) และสหรัฐฯ ในวันที่ 11 ก.ย. คาด +3.4%YOY (ทรงตัวจากเดือนก่อน)
REGION RADAR
จับตา BITCOIN ระวังปรับตัวลงสั้นๆ ในเดือนนี้
ในเดือน ก.ย. เป็นเดือนที่เรียกได้ว่าแย่ที่สุดสำหรับ BITCOIN หากดูสถิติผลตอบแทนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า BITCOIN ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกทุกเดือน ยกเว้นในเดือน ก.ย. ที่ให้ผลตอบแทนเป็นลบ นอกจากนี้ ในปีที่มี MIDTERM-ELECTION อาทิ ในปี 2018 และ 2022 พบว่าราคา BITCOIN มีการปรับตัวลงในเดือน ก.ย. และปีนี้จะมีการเลือกตั้ง MIDTERM-ELECTION ในเดือน พ.ย. จากสถิติที่ผ่านมา ส่งผลให้เรามองว่าราคา BITCOIN อาจปรับตัวลงได้ในเดือน ก.ย.จึงแนะนำขายทำกำไรหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ CRYPTO ในระยะสั้น หลังจากที่ปรับตัวขึ้นแรงในเดือนที่ผ่านมา อาทิ DR: COIN01 และ DR: HOOD80 อย่างไรก็ตาม กลุ่ม CRYPTO ยังมีปัจจัยบวกสำคัญที่ต้องจับตาคือการผ่านกฎหมาย CLARITY ACT ในช่วงกลางเดือน ก.ย. หากกฎหมายนี้ผ่านอาจส่งผลให้ราคา BITCOIN ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งได้
TESLA ปรับตัวขึ้นแรงก่อนงานเปิดตัว CYBERCAB
TESLA (TSLA US) +5.5% โดยราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้างานเปิดตัว CYBERCAB ของบริษัท ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ที่เมืองออสติน รัฐเทกซัส ซึ่ง TESLA กำลังเตรียมจัดงานแบบจำกัดผู้ได้รับเชิญ(INVITE-ONLY) เพื่อเผยโฉม CYBERCAB ตามภาพกราฟิกที่บริษัทได้เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม X รถCYBERCAB จะเป็นแบบ 2 ที่นั่ง ไม่มีพวงมาลัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยคอมพิวเตอร์ AI4 ของ TESLA เพื่อระบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ อีกทั้งนักลงทุนจะจับตาราคาขายอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ ELON MUSK เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีราคาประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามตลาดคาดการณ์ (PREDICTION MARKETS) ให้โอกาสเพียง 18% ที่ตัวรถจะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือต่ำกว่านั้น
THAI FOCUS
จับตา FUND FLOW ไหลออก-บาทอ่อนค่า พร้อมเปิดโผกลุ่มหุ้นรับอานิสงส์เชิงบวก
ข้อมูลการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่า ยังมีสัญญาณการไหลออกของเงินทุนต่อเนื่อง โดยในตลาดหุ้น(EQUITY) เดือน ส.ค.26 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 24,565 ล้านบาท สอดคล้องกับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (DERIVATIVES) ที่นักลงทุนต่างชาติยังคงสะสมสถานะ SHORT อย่างต่อเนื่อง 2 เดือนติด (NETSHORT รวมกว่า 5.1 หมื่นสัญญา) สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ยังคงระมัดระวังและมีโอกาสที่เงินทุนจะไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อไปในระยะสั้น
อีก 1 ปัจจัยสำคัญที่กดดันกระแสเงินทุน คือ ทิศทางของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลกระทบหลักมาจากการแข็งค่าของ DOLLAR INDEX(กระแส HIGHER FOR LONGER) ภาพรวมตลาดอาจถูกกดดันจากเงินทุนไหลออก แต่ในสภาวะที่เงินบาทอ่อนค่า กลับส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้เป็นเงินสกุลต่างประเทศ หรือกลุ่มที่พึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
• กลุ่มส่งออก (EXPORT): รับรู้รายได้ในรูปเงินบาทที่เพิ่มขึ้นเมื่อแปลงจากสกุลเงินต่างประเทศ ได้แก่อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน (HANA, SVI, DELTA, KCE), อาหารและเกษตร (TU, ITC, AAI, CPF, GFPT,STA, NER) รวมถึง STGT และ SAT
• กลุ่มท่องเที่ยว (TOURISM): เงินบาทที่อ่อนค่าช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยมากขึ้นเพราะมีอำนาจการจับจ่ายสูงขึ้น ได้แก่ AOT, AAV, BA, MINT, CENTEL และ ERW
• กลุ่มโรงพยาบาล (HEALTHCARE): ได้รับอานิสงส์จากผู้ป่วยชาวต่างชาติที่บินเข้ามารักษาในไทยเช่นเดียวกับกลุ่มท่องเที่ยวได้แก่ BH, BDMS, PR9 และ BCH
SYNAPSE STRATEGY
จับตาทิศทางตลาดหุ้นไทย ... เมื่อ FUND FLOW หมุนเข้ากลุ่ม COMMODITY
เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบของตลาดหุ้นไทย จะพบว่าโครงสร้างหลักของสัดส่วนมูลค่าตามราคาตลาด(MARKET CAP) พึ่งพิงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (COMMODITY) เป็นหลัก โดยกลุ่ม COMMODITY(ENERG + PETRO + FOOD) ครองสัดส่วนเกิน 1 ใน 4 ที่สัดส่วน 26% ตามมาด้วยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์(ETRON) 17% และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) 15% ดังนั้น เมื่อราคา COMMODITY โลกปรับขึ้น ตามภาวะสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรง หุ้นกลุ่มดังกล่าวน่าจะ OUTPERFORM และทำให้ดัชนีโดยรวมของSET ไม่ผันผวนมากเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน
วานนี้พฤติกรรมของ FUND FLOW ที่เริ่มมีแรงซื้อสลับกลับเข้ามาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ (GLOBAL PLAY) หรือหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนเฉพาะตัวจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ สะท้อนผ่านการปรับตัวขึ้นที่โดดเด่นของหุ้นในกลุ่มยางพารา, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, และโรงกลั่น/ปิโตรเคมี เช่น STA(+7.01%), KCE (+6.14%), TASCO (+5.95%) รวมถึง IRPC และ SPRC ที่ปรับตัวบวกได้ดังรูปด้านล่าง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เมื่อ FUND FLOW มีความผันผวนและสลับกลุ่มเล่น (SECTOR ROTATION) วันนี้เลือก
BBL ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง (HIGHER FOR LONGER) ซึ่งช่วยหนุนการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) นอกจากนี้ VALUATION ยังมีความน่าสนใจมาก โดยเทรดบน P/BV เพียง 0.6 เท่า ซึ่งถูกกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.2 เท่า
PTT เป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรงตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เหมาะสำหรับการเก็งกำไร (TRADING) ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ฟื้นตัว
BCH แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/69 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน พร้อมทั้งมีปัจจัยหนุนเชิงบวกจากการมีฐานผู้ประกันตนขนาดใหญ่ถึง 1.02 ล้านราย ซึ่งมีลุ้นที่จะได้รับการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลในช่วงปลายเดือนต.ค.69
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์