สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 1 กันยายน 2569 ) ------ InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569 คาด SET แกว่งลง ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ขณะที่ปัจจัยกดดันยังมีอยู่จาก Bond Yield ที่เร่งตัวขึ้น รวมทั้งราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้กลับมาโจมตีกันรอบใหม่ คาดตลาดยังคง Selective Buy เลือกลงทุนเป็นรายหุ้น หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ-โรงกลั่น รวมทั้งธนาคาร-ประกันฯ น่าจะปรับขึ้นได้ต่อ ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุม ครม. สัญจรที่สงขลา พิจารณาโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในภาคใต้ ทางเทคนิคดัชนียังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน อาจเป็นการรีบาวด์ระยะสั้น
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ US$90.49/bbl เพิ่มขึ้น 2.7%DoD หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะรอบใหม่ อีกทั้งรัสเซียประกาศเตรียมเปิดฉากโจมตียูเครนเป็นวงกว้างเพื่อตอบโต้ยูเครน ซ้ำเติมความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซฯ ในยุโรป ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP SPRC) แต่ลบต่อกลุ่ม Anti-Oil (AAV BA THAI GPSC BGRIM)
• Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 20 เดือนที่ 4.76% กดดันจากความกังวลเงินเฟ้อที่อาจสูงนาน และความเสี่ยงเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน ระยะสั้นมองลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่บวกต่อกลุ่มธนาคารและประกันชีวิต (BLA TLI BBL KBANK KTB)
• ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยใน ก.ค. 2026 ขยายตัวจากเดือนก่อนตามวัฏจักรการลงทุนเทคฯ และ AI สนับสนุนการส่งออกที่สูงขึ้น, ภาคท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว และการบริโภคภาคเอกชนที่ดีขึ้นจากมาตรการรัฐ-วันหยุดยาว มองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE DELTA) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ERW CENTEL AWC)
• วุฒิสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ เข้าสู่ขั้นตอนบอร์ดกลั่นกรองจะพิจารณาแต่ละโครงการซึ่งต้องจัดทำเสร็จภายใน 30 ก.ย. นี้ก่อนเบิกจ่ายงวดสุดท้ายภายในปี 2027 หนุนความเชื่อมั่นต่อแผนใช้เงินกู้ในโครงการพลังงานสะอาดและไทยเที่ยวไทยพลัส มองบวกต่อกลุ่มรับติดตั้งและจำหน่ายอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป (HMPRO GUNKUL SCC COM7) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ERW CENTEL AWC)
• TTB และ DBS Bank ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ยกระดับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง โดยธุรกิจหลักทรัพย์สำหรับลูกค้ารายย่อยและบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงซึ่งปัจจุบันบริหารจัดการโดย DBSVT จะถูกโอนย้ายไปยัง บล. ทีทีบี เวลธ์ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จใน พ.ค. 2027 ประเมินจะหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและระยะสั้นมองเป็นบวกต่อราคาหุ้น TTB
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026 แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1585/1580 – 1605/1610
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)
Daily Top Picks
CPN: ปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เติบโตดีต่อเนื่อง ใน ก.ค. 2026 เติบโตเร่งตัวขึ้นจากใน 2Q26 ธุรกิจศูนย์การค้าเติบโตตามรายได้ค่าเช่าที่สูงขึ้น, และการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของศูนย์การค้าใหม่ (ขอนแก่นแคมปัสและนอร์ทวิลล์) ประเมินกำไรปกติปี 2026F ที่ 1.83 หมื่นลบ. (+9.6%YoY) เป้าหมายระยะสั้นที่ 68.25 บาท
KTB: ปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลเงินเฟ้อสูงที่กลับมา ทำให้นโยบายการเงินมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น สินเชื่อเติบโตทั้ง MoM, YTD ต่อเนื่องใน ก.ค. 26 และคาดมี Upside จากกำไร FVTPL เพิ่มเติมจาก THAI ประเมินกำไรปี 2026F เติบโต 1%YoY และอัตราปันผลคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.77 บ./หุ้น (6.4%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.00 บาท