Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

37

 

 


Sentiment Tracker Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มิกซ์ ส่วนไทยอ่อนแอลง
KEY FINDINGS:
- สหรัฐฯ: Sentiment Indicator ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณมิกซ์ โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับขึ้นจากโซน Neutral สู่โซน Greed มาตรวัดปรับขึ้นจาก 53 จุดสู่ 58 จุด ส่วนผลสำรวจ AAII สะท้อนมุมมองที่แย่ลงในหมู่นักลงทุน จาก Bull-Bear Spread ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
- ไทย: BLS Greed & Fear Barometer ของตลาดหุ้นไทยอ่อนแอลงจากโซน Greed สู่โซน Neutral มาตรวัดปรับลดลงจาก 55 จุดสู่ 50 จุด
US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในวันทำการล่าสุด หลังการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งบริษัทได้ให้มุมมองการเติบโตของรายได้ในอนาคตที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดมาก ดัชนี S&P500 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% WoW ขณะที่ Sentiment Indicator ส่งสัญญาณแข็งแกร่งขึ้น โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับขึ้นจากโซน Neutral สู่โซน Greed มาตรวัดปรับขึ้นจาก 53 จุดสู่ 58 จุด หนุนจาก Put/Call Ratio ที่ปรับลดลงจาก 0.76 สู่ 0.67 และ Market Breadth ซึ่งวัดจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ที่กลับมาฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนมุมมองในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่แย่ลง โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish ปรับลดลงจาก 35.5% เหลือ 32.9% และสัดส่วนฝั่ง Bearish ปรับเพิ่มขึ้นจาก 39.9% เป็น 44.4% ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าจาก -4.4% สู่ -11.5%
THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบบริเวณ 1,593-1,624 จุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติรวม 8,924 ล้านบาทในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี BLS Greed & Fear Barometer อ่อนแอลงจากโซน Greed สู่โซน Neutral โดยมาตรวัดปรับลดลงจาก 55 จุดสู่ 50 จุด โดยองค์ประกอบที่ฉุดมาตรวัดได้แก่ ดัชนี Momentum Strength ที่ปรับลดลงจาก 2.6 จุดสู่ -3.7 จุด ดัชนี Bull-to-Bear ที่ลดลงจาก 29.4% สู่ 26.4% และ Market Breadth ที่ปรับลดลง
IMPLICATION:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยได้แรงหนุนจาก Market Momentum ที่แข็งแกร่งขึ้น สอดคล้องกับ Market Breadth ที่เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก ขณะที่ความผันผวนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 50 วัน
สำหรับตลาดหุ้นไทย การที่ Sentiment ชะลอตัวจากโซน Greed สู่โซน Neutral เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2026 ถือเป็นสัญญาณเชิงลบที่เพิ่มแรงกดดันให้ดัชนีเสี่ยงหลุดแนวรับสำคัญระยะสั้นที่ 1,600 จุด ปัจจัยลบหลักมาจาก Momentum Strength ที่ย่อตัวลงสู่โซน Negative เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2026 ควบคู่กับ Volume Index ที่ยังทรงตัวใกล้โซน Overbought อย่างไรก็ดี คาดว่าดาวน์ไซด์จะมีจำกัด เนื่องจากดัชนี Bull-to-Bear ได้ปรับตัวลดลงจนเข้าใกล้โซน Oversold แล้ว

สรุปภาพตลาดวานนี้ SET ขึ้นก่อนแล้วย่อมาปิด 1600 ได้ DELTA หลับมาพยุงไว้ ร่วมกับ KCE CCET (หลัง NVDIA งบออกมาดี + Guidance บวก หนุนหุ้นเทคโลก) แต่ก็พบแรงซื้อต่อเนื่องจากกลุ่มที่รับอานิสงส์ Thailand focus ที่ตกหล่นอย่าง AMATA TRT (บวกแรง) ขณะที่หุ้นลบกลุ่มธนาคารมีแรงขายเปลี่ยนกลุ่มออกมาเป็นตัวหลัก


แนวโน้มตลาดวันนี้ ระวังหุ้นแต้มบุญเริ่มไม่พอ (ไม่มีเงินเติม)
แนะระวังแรงขายหุ้นที่เริ่มออกอาการ จ่อหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (EMA) ซึ่งอาจจะไม่หลุด หรือ หลุดก็ได้ ต้องวัดระหว่างแรงช้อนซื้อ-เก็งกำไร กับ นักลงทุนที่พร้อมตัดขาดทุน-ล็อกกำไรและอาจรอจังหวะหมุนไปเล่นหุ้นชุดอื่นแทน แนะอย่าเพิ่งรีบรับเพราะคิดว่าจะเด้งจากแนวรับสำคัญ
กลุ่มหุ้นที่จ่อหลุด เช่น TRUE ADVANC THCOM DELTA ค้าปลีก BJC CPALL DOHOME GLOBAL (แต่อาจจะเหนียวและเด้งแบบ IVL ก็ได้) และหุ้นที่เล่นต่ำกว่า เส้นแนวโน้ม หรือ ไม่สามารถรีบาวด์พ้นเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เช่น SAWAD MTC HMPRO ฯลฯ
ขณะที่เมื่อวานเราเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรหุ้นธนาคาร โดยสัญญาณเทคนิคเริ่มมีสัญญาณขาย เช่น แท่งแดงกลบแท่งเขียว “มิด” KBANK KTB BBL
นอกเหนือจากหุ้นที่เราแนะสะสม เราอยากเตือนให้ นลท.เห็นกลุ่มหุ้นที่ส่อแววมี Downside ของการปรับฐาน สวนทางหุ้นที่ Outperform
เพราะหุ้นไทยรอบนี้ยังคงมีลักษณะ Decoupling แยกทางกันเดิน ค่อนข้างชัด จึงไม่ได้มีแค่เฉพาะหุ้นฝั่งซื้อเพียงด้านเดียว และยังคง Rotated ระหว่างกลุ่ม แถมไม่ได้มีเงินใหม่เข้ามาเติม-ต่างชาติพลิกขาย 2.2 หมื่นลบ.ในเดือน ส.ค. สวนทางงบที่ดี ปันผลที่สูง
แสดงว่าไม่มีการเติมเงินใหม่ และอาจต้องระวังหุ้นรายตัวที่มีสัญญาณลบทางเทคนิค แม้พื้นฐานจะดีเยี่ยมแต่ ราคาหุ้นฟ้องทิศทาง-กำลังเตือนภาวะอ่อนแรง
เรายังคงกลยุทธ์ ระมัดระวังและเลือกสะสมเฉพาะหุ้นบางกลุ่ม, หุ้น Alpha บางตัว เมื่อหุ้นเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง ไม่มีเงินใหม่เข้ามาเติม จึงต้องเน้นการหมุนกลุ่มตามจังหวะและรอบของการลงทุน ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวเป็นตัวสร้างแรงส่งแรงหมุน ตามกลยุทธ์ Botom up แทนที่จะดูจากดัชนีและภาพรวม แบบ Top down


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ แนะหุ้นใหญ่อิงตาม Fund flow ต่างชาติ และเก็งกำไรลักษณะ Sector Rotation ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง นอกจากนี้ หุ้นที่แนวโน้มกำไรดี และมี Earnings revision ด้านบวกจากพื้นฐาน ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ถือยาวได้


วิเคราะห์ทางเทคนิค ภาพรวม: SET Index อยู่ในช่วงสะสมกำลังในลักษณะ Symmetrical Triangle บริเวณฐานรับสำคัญ
Chart Pattern: สร้างฐานลักษณะ Higher Low สะท้อนแรงขายกดดันเริ่มชะลอตัว และเปลี่ยนเข้าสู่ช่วง Accumulation Phase
Moving Average: EMA 10, 25, 50, 75, แบ่งภาพเป็นดังนี้:
Short-term: ดัชนีพยายามฝ่าด่านเส้น EMA 10 & 25 ที่ 1,610 จุด หากผ่านได้จะเป็นสัญญาณกลับตัวในระยะสั้น
Medium-term: ดัชนีล่าสุดปิดลงทดสอบโซน EMA 50 ที่ 1,600 จุด
Long-term: EMA 75 วัน 1580 จุดทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเกณฑ์ระหว่างภาวะตลาดหมีและตลาดกระทิง (Bull/Bear Divide)
MACD: ตัดลงต่ำกว่าเส้น 0 เล็กน้อย ทำให้มีความเสี่ยงของการปรับฐานระยะกลาง หากดัชนีไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปได้
Major Resistance: 1,650 จุด (previous high) โซน Take Profit บางส่วนหรือรอยืนยัน Breakout เพื่อ Follow Buy รอบใหญ่
Minor Resistance: 1,630 จุด (Fibo 61.8%) โซนทดสอบแรงขายระยะสั้น หากผ่านได้จะยืนยันการขึ้นสู่ Major Resistance
แนวรับ: 1,590-1,600 จุด เส้น EMA 50 วัน และถือเป็นโซนที่ดัชนีเคยร่วงลงไปแล้วดึงกลับทันที!
Trailing stop: กำหนดจุด Cut Loss หากดัชนีหลุด low 1,575 จุด มีความเสี่ยงของการปรับฐานใหญ่
กลยุทธ์จัดพอร์ต: หุ้นแกนหลัก เน้นกลุ่มที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งกว่าตลาด เช่น PTTGC, KKP.GPSC / หุ้นเก็งกำไร จะเป็นกลุ่มที่ผ่านการปรับฐานมาแล้วและเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว เช่น WHA,IVL



What to watch MSCI review: Standard Index ไม่มีหุ้นไทยเข้าออก, Small Cap index เพิ่มหุ้น HANA GUNKUL ถอด JTS CHG มีผลสิ้นเดือน ส.ค.
FTSE review: CPN หลุดจาก Large Cap เข้า Mid Cap./ หุ้น BTS LH SCCC TU ลดชั้นลง Small Cap / หุ้น THAI FTREIT ติด Small Cap มีผล 21 ก.ย.นี้
ตลาดคาดการ ธนาคารกลางญี่ปุ่น มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.ปีนี้ และ มี.ค. 2027, ก.ค.2027 และแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายจะหยุดที่ 1.5% หรือ 1.75%
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 3%,
ตลท.จัด Thailand Focus 2026 ชู 78 บจ.ไทยเปิดแผนเติบโต ผนึกภาครัฐ-อาเซียนดึงทุนต่างชาติ 26-28 ส.ค.
ศาล รธน.นัดวินิฉัยชี้ขาดคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง วันที่ 28 กย.2569
บริษัทจีน-ฮ่องกงหลายสิบแห่งโดนหางเลข หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่านวงกว้าง
มาตรการคว่ำบาตรยังขยายผลไปถึงอีกหลายบริษัทที่เชื่อมโยงอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน อาทิ Shenzhen Sweet Ocean Technology Ltd., RPT Technology Ltd., Tiany Technology Ltd. และ MT Trading and Logistics HK Ltd. ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัท DEC Photonics Ltd. ในฮ่องกง ได้ทำการโอนเงินหลายครั้งไปยังบริษัท Shenzhen Sweet Ocean โดยบริษัทแห่งนี้โฆษณาขายสินค้าประเภทเลเซอร์-ออปติกอยู่บนเว็บไซต์ของตนเอง นอกจากนี้ กระทรวง การคลังสหรัฐฯ ยังกล่าวหาบริษัทในฮ่องกงอีกหลายแห่ง ได้แก่ Feili Co., Minvur Ltd., Feisu Ltd. และ Guska Co. ว่าโอนเงินหลักหมื่นดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ Sweet Ocean และเครือข่าย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ปลายทางในอิหร่านสามารถจัดซื้อสินค้าได้ โดยสหรัฐฯ ชี้ว่านิติบุคคลเหล่านี้หลายแห่งทำหน้าที่เป็น "บริษัทบังหน้า" เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายอิหร่าน


หุ้นแนะนำวันนี้
TOP รอบนี้ Laggard หุ้น Commodity ตัวอื่น /แนะเล่นตามหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ที่วิ่งนำรอบนี้
แนวรับ 61.5 ต้าน 65 Stop loss 60

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Econ
ส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2026 โต 21.6% YoY สูงกว่าตลาดคาด
ส่งออกไทยเดือนกรกฎาคม 2026 ขยายตัวแข็งแกร่ง 21.6% YoY สูงกว่าตลาดคาดที่ 17.8% โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่การฟื้นตัวเริ่มกระจายไปยังสินค้าอุตสาหกรรมหลายกลุ่มมากขึ้น อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ถุงมือยาง

สำหรับยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนภาคการส่งออกหลัก โดยขยายตัวพุ่งกว่า +67.8% YoY จากคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ICs PCBs โทรศัพท์และอุปกรณ์ และเซมิคอนดักเตอร์ สอดคล้องกับ Global AI Tech Upcycle ขณะที่เครื่องจักรกล เฟอร์นิเจอร์ เหล็ก เม็ดพลาสติก และถุงมือยางกลับมาขยายตัวดีขึ้น สะท้อนว่าแรงส่งของการส่งออกเริ่มกว้างขึ้น แม้การฟื้นตัวของยานยนต์ยังคงไม่ทั่วถึง
ส่วนการนำเข้าเดือนกรกฎาคม 2026 เพิ่มถึง +36.7% YoY ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน และขาดดุลสะสม 7M26 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการนำเข้าที่สูงมาจากทั้งน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าทุน และวัตถุดิบ โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนทั้งต้นทุนพลังงาน การลงทุนเพิ่ม Productive capacity และ Import content ที่สูงของภาคการผลิตและส่งออก ดังนั้น แม้ภาคส่งออกจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ Domestic value added และแรงส่งต่อ GDP อาจเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตัวเลขส่งออกที่สะท้อน

Our view: ด้วยการส่งออก 7M26 ที่โตแล้ว 18.2% YoY และ AI/ electronics cycle ที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในระยะข้างหน้า เราคงมุมมองส่งออกทั้งปีที่ 16% YoY (กรณีฐาน) อย่างไรก็ดี คาดนำเข้าจะเพิ่มสูงถึงราว 28% YoY (กรณีฐาน) ซึ่งจะทำให้ Net-export contribution ต่อ GDP ยังจำกัด ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็น Downside risk สำคัญผ่านราคาพลังงาน ค่าระวางเรือ เส้นทางขนส่ง และอุปสงค์การค้าโลก

 

 


Agri & Food Sector

ITC ยังเด่น ส่วนเนื้อสัตว์สะสม BTG–TFG หากอ่อนตัวช่วง ก.ย.–ต.ค.
แนวโน้มกำไรกลุ่ม 3Q26 เริ่มฟื้นชัดขึ้น โดยคาดกำไรหลักรวม 1.14 หมื่นล้านบาท (+24% QoQ, -3% YoY) จากทั้งราคาขาย ปริมาณขาย และ Margin ที่ดีขึ้น โดยฝั่ง Food ยังเลือก ITC เป็นหุ้นเด่น หลังยอดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet food) เดือน ก.ค. เพิ่ม 17.4% YoY และ 7.6% MoM ขณะที่ข้อมูลที่เราตรวจสอบ (Channel check) เดือน ส.ค. ยังแข็งแกร่ง สนับสนุนเป้ายอดขาย 3Q26 ของบริษัทที่โต 15% YoY จาก NPD และการปรับราคาขาย เราคาดกำไรหลัก ITC ที่ 883 ล้านบาท (+12% YoY, +22% QoQ) ขณะที่ TU แม้พื้นฐาน Seafood ดีขึ้น แต่กำไร 3Q26 คาดเพิ่มเพียง 8% YoY และ 2% QoQ จึงยังไม่น่าตื่นเต้นเท่า ITC ในระยะสั้น
ฝั่งเนื้อสัตว์ (Livestock) โมเมนตัมกลับมาเด่น โดยราคาหมูไทยเฉลี่ย 3QTD เพิ่ม 5% QoQ มาอยู่ที่ราว 72 บาท/กก. แม้ยังลดลง 10% YoY จาก Supply ที่ตึงตัวหลังโรคระบาดลดจำนวนแม่พันธุ์ ขณะที่ Pork Leading Index ชี้ว่าราคาลูกหมูเป็น Leading indicator ของราคาหมูราว 6 เดือน โดยราคาลูกหมูเพิ่มจากเฉลี่ย 1,600 บาท/ตัวใน 2Q26 เป็นราว 2,200 บาทปัจจุบัน สนับสนุนมุมมองว่าราคาหมูมีโอกาสทรงตัวสูงถึงต้นปี 2027 แม้ช่วง ก.ย.–ต.ค. อาจอ่อนตัวชั่วคราวจากฤดูฝนและเทศกาลกินเจ ซึ่งเรามองเป็นจังหวะสะสมหุ้น Livestock
ราคาไก่ฟื้นตัวเช่นกัน ทั้งเนื้อไก่ โครงไก่ และลูกไก่ปรับขึ้น QoQ ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์เริ่มเป็นบวกมากขึ้น โดยราคาข้าวโพดลดลง 5% QoQ และมีแนวโน้มผ่อนคลายต่อจากผลผลิตในประเทศและข้าวโพดนำเข้า ส่วน supply ถั่วเหลืองยังมีเพียงพอหลัง USDA เดือน ส.ค. ปรับเพิ่มประมาณการผลผลิตถั่วเหลืองสหรัฐฯ สำหรับปี 2026/27 ทำให้การฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์มีโอกาสส่งผ่านสู่ Margin ได้มากขึ้น โดยคาดกำไรหลัก BTG 1.53 พันล้านบาท (+24% YoY, +166% QoQ) และ TFG 1.85 พันล้านบาท (+7% YoY, +23% QoQ)
Fundamental view: คงน้ำหนักกลุ่ม “เท่ากับตาด” และเลือก ITC, BTG และ TFG เป็น Top picks ตามลำดับ โดย ITC ซื้อ ราคาเป้าหมาย 22 บาท ปัจจุบัน ซื้อขายที่ PER ปี 2027 ราว 14x สำหรับ BTG แนะซื้อเก็งกำไร (TRADING BUY) ราคาเป้าหมาย 23.40 บาท (PER ราว 8x จากการฟื้นตัวของเนื้อสัตว์, ส่งออก และสินค้า Value-added และแนะซื้อเก็งกำไร (TRADING BUY) สำหรับ TFG ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท (PER ราว 8x) จาก Margin ธุรกิจปศุสัตว์ที่ฟื้นและการขยายธุรกิจ Retail

 


TVO
(Visit Note)
น้ำมันพืชไทย
กำไรฟื้นต่อเนื่อง ปันผลช่วยพยุงมูลค่า
TVO รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 877 ล้านบาท (+35% YoY, +24% QoQ) บนรายได้ 8.28 พันล้านบาท (+24% YoY, +7% QoQ) หนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ปลายปี 2025 โดยยอดขายทั้งกากถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% YoY แม้ราคาขายเฉลี่ยยังลดลง YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นเป็น 13.7% จาก 10.8% ใน 1Q26 แต่ยังต่ำกว่า 16.1% ใน 2Q25 สำหรับ 3Q26 แนวโน้มยังเป็นบวกจากราคาขายกากถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ต้นทุนถั่วเหลืองคาดทรงตัว QoQ ช่วยพยุง Margin ต่อเนื่อง
ด้านต้นทุน Supply ถั่วเหลืองโลกปี 2026/27 ยังอยู่ในระดับสูง โดย USDA เดือน ส.ค. ปรับคาดการณ์ผลผลิตสหรัฐฯ ขึ้นเป็น 4.52 พันล้านบุชเชล (+1.1% จากประมาณการเดือนก่อน) และสต๊อกปลายงวดเพิ่มเป็น 320 ล้านบุชเชล ช่วยจำกัด Upside ของราคาถั่วเหลือง ขณะที่บราซิลเป็นตัวแปรสำคัญในช่วง 4Q26–1Q27 จากความไม่แน่นอนของ El Niño ส่วน Demand จากจีนยังช่วยพยุงราคา โดยยอดขายถั่วเหลืองฤดูกาลใหม่ของสหรัฐฯ ที่ยังไม่ได้ส่งมอบอยู่ที่ 8.3 ล้านตัน ซึ่งเป็นยอดขายไปจีนราว 3.1 ล้านตัน
ธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันพืชที่อยู่ในระดับสูง โดยกลางเดือน ส.ค. ราคาน้ำมันปาล์มเพิ่ม 17% YTD และน้ำมันถั่วเหลืองเพิ่ม 40% YTD ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของน้ำมันถั่วเหลือง โดยใน 1H26 น้ำมันถั่วเหลืองคิดเป็น 33% ของรายได้ และกากถั่วเหลือง 53% ขณะที่ 88% ของยอดขายยังมาจากตลาดในประเทศ
Our view: ระยะสั้นแนวโน้มกำไรยังดีจาก Volume ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่ไม่เร่งตัว แต่ Consensus คาดกำไรปี 2027 ลดลง 13% YoY จากฐานราคาขายในปี 2026 ที่สูงกว่าปกติ ทำให้จุดเด่นของ TVO ยังอยู่ที่เงินปันผล โดย Consensus คาด Dividend yield ราว 7% ต่อปี ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2027 ราว 10.3x


สรุปประเด็นจาก Quick take

BCH
บางกอก เชน ฮอสปิทอล
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
บริษัทคงเป้ารายได้ปี 2026 ที่ middle-single digit โดยคาด 2H26 โตเร่งตัว หนุนจากผู้ป่วยตะวันออกกลาง (UAE, Qatar, Saudi Arabia) ขณะที่ตลาด CLMV ยังคงเป็นจุดอ่อน เมียนมาเจอแรงกดดันจากค่าเงินบาท ลาวฐานสูง กัมพูชายังปิดด่านต่อเนื่อง ด้านผู้ป่วยไทยคาดจะกลับมาฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลตามปกติ
View from fundamental: มุมมองต่อการเติบโตรายได้ปี 2027 เป็นบวกเล็กน้อย โดยมี SSO เป็นแรงหนุนหลัก ส่วนความเสี่ยงจากการตรวจสอบเบิกจ่าย Sleep test ที่เข้มงวดขึ้นนั้นมีนัยจำกัด เพราะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของรายได้รวม เช่นเดียวกับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อุบลฯ ที่คาดว่าจะสร้างรายได้เริ่มต้นไม่มากนัก อ้างอิงจากฐานปี 2024 ที่ 180 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้จึงคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ไว้ที่ 1.2 พันล้านบาท (หลังปรับให้รายได้ 26 โรคเรื้อรังนับรวมเป็นรายได้ปกติ)

 

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้