Equality for All
BCH : บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล
รายงานกำไร 2Q26 โต q-q แต่ลด y-y : รายงานกำไร 2Q26 เท่ากับ 343 ลบ. เติบโต 28.1% q-q ขณะที่หดตัว 11.7% y-y จากการลดลงของรายได้ผู้ป่วยเงินสดและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น สำหรับรายได้จากการรักษาพยาบาล อยู่ที่ 2,980 ลบ. (+2.6% q-q, -1.3% y-y) แบ่งตามประเภทดังนี้
กลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) : เท่ากับ 1,032 ลบ. (+2.5% q-q, -6.4% y-y) จากวันหยุดตามเทศกาล และผลกระทบเชิงลบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา
กลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) : เท่ากับ 796 ลบ. (-1.8% q-q, +2.4% y-y) ตามการลดลงของผู้ป่วยคนไทย อย่างไรก็ตามผู้ป่วยต่างชาติยังคงเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางจากการรักษาโรคซับซ้อน
กลุ่มผู้ป่วยประกันสังคม (SSO) : เท่ากับ 1,153 ลบ. (+6.1% q-q, +1.0% y-y) จากการเพิ่มขึ้นของรายได้โรคซับซ้อน (RW< 2) ประกอบกับรับรู้รายส่วนเพิ่มจากการรักษา 26 โรคเรื้อรัง 71 ลบ.
นอกจากนี้รายงาน EBITDA เท่ากับ 751 ลบ. (+16.2% q-q,-5.2% y-y) ตามการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการเปิด รพ.ในเครือภายหลังการปรับปรุง
Rebrand ใหม่ ศูนย์กลางอีสานตอนล่าง : BCH ชี้แจงความคืบหน้าการเข้าทำรายการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) กับบริษัท ราชเวชอุบลราชธานี จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนใน จ.อุบลราชธานี โดยบริษัทคาดว่ารายการดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 1 ก.ย. 2026 เป็นต้นไป ทั้งนี้ Rebrand ใหม่ ภายใต้ชื่อ “รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อุบลราชธานี” ซึ่งเป็นการเข้าซื้อเฉพาะสินทรัพย์ของกิจการ โดยจำนวนเงินลงทุนคาดไม่เกิน 490 ลบ. เรามีมุมมองเชิงบวกจากการเข้าทำรายการดังกล่าว จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นผู้ป่วยคนไทยและกลุ่ม CLMV ผ่านการเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
ปรับประมาณการกำไรปี 2026 เพิ่มขึ้น 3.5% มาอยู่ที่ 1,331 ลบ. (+1.2% y-y) : เราปรับประมาณการกำไรปี 2026 จาก 1,286 ลบ. เพิ่มขึ้น 3.5% มาอยู่ที่ 1,331 ลบ. (+1.2% y-y) หลังจากโมเมนตัมรายได้ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นบวก โดยรายได้รักษาพยาบาล อยู่ที่ 12,000 ลบ. เพิ่มขึ้น 0.7% y-y หนุนจากปัจจัยดังนี้
การฟื้นตัวของผู้ป่วยเงินสดในประเทศที่มีมาร์จินสูง จากโรคระบาดที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็น High season ของกลุ่ม รพ.
โมเมนตัมเชิงบวกจากการกลับมาของผู้ป่วยตะวันออกกลาง เช่น UAE และกาตาร์ ภายหลังการเดินทางผ่อนคลายมากขึ้น จากการรักษาโรคซับซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต
นอกจากนี้ เราคาด EBITDA Margin ปี 2026 อยู่ที่ 25.3% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 24.0% ในปีก่อน จากแนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยเงินสดในประเทศที่มี
มาร์จิ้นสูง และการกลับมาของกลุ่มตะวันออกกลางในการรักษาโรคซับซ้อนที่มีค่าใช้จ่ายต่อบิลในระดับสูง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเหมาะสมมาอยู่ที่ 12.40 บาท : เราประเมินมูลค่าหุ้น BCH ด้วยวิธี DCFโดยอิง WACC ที่ 6.96% โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมจาก 11.40 บาท มาอยู่ที่ 12.40 บาท จากการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิตามแนวโน้มการเติบโตของรายได้
คงมุมมองเชิงบวก
“เรามีมุมมองเชิงบวกในช่วง 3Q26 จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยเงินสดในประเทศ จากโรคระบาดที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และโมเมนตัมการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ภายหลังการเดินทางผ่อนคลายขึ้น นอกจากนี้คาดรับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากโอกาสในการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม เช่น ค่าเหมาจ่ายรายหัว,26 โรคเรื้อรัง และโรคซับซ้อน (RW>2) ในช่วงปลายปีนี้”
นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th
ศิริวรรณ สุทธิช่วย
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
siriwan.su@liberator.co.th