Market Wrap-Up
- SET วันที่ 25 ส.ค.69 ปิด +91 จุด อยู่ที่ 1,601.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 71,660 ลบ. สถาบันซื้อ 1,911 ลบ. ต่างชาติขาย 718 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1 ลบ. และรายย่อยขาย 1,193 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,584 ลบ. โดยมียอดซื้อ BGRIM,BCP,KTC,KKP,PTTGC และยอดขาย PTT,KTB,ADVANC,PTTEP,GULF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,761 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BEM,CPALL,CN01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 9,978 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 52,874 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,452 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.21%, S&P500 -0.02%, Nasdaq -0.08% จากแรงขายกลุ่มบริการสุขภาพ -1.01% นำโดย Moderna -5.8% ถูกแรงขาย Sell on Fact หลังบริษัทประสบความสำเร็จในการทดสอบยารักษามะเร็งชนิด mRNA และกลุ่มบริการสื่อสาร -0.7% ขณะที่กลุ่มที่ปรับขึ้น เช่น อุต ฯ +1.07%, สาธารณูปโภค +0.47% หลัง ก.พาณิชย์สหรัฐรายงาน US PCE ก.ค. 3.7% สูงกว่าคาดที่ 3.6% YoY และ Core PCE ก.ค. อยู่ที่ 3.3% YoY ตามคาด ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 40% & เดิม 36% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. นี้ ส่วนรายงานกำไร Q2/69 ของ Nvidia EPS อยู่ที่ $2.22/หุ้น สูงกว่าคาด $2.08/หุ้น ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ +106% YoY, +18% QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 75% โดยบริษัทคาดรายได้ Q3/69 อยู่ที่ $08 แสน ล. +/-2% สูงกว่าตลาดคาดไว้ที่ $1.04 แสน ล. และคาดรายได้ปี 2028 +70% & คาด +40% หลัง Amazon เตรียมสั่งซื้อ GPU เพิ่ม 2 ล.ตัว ส่งผลให้ราคาหุ้น Nvidia หลังปิดตลาด +4.4% ประเด็นสำคัญค่ำวันพรุ่งนี้ติดตามถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในการประชุมที่แจ๊คสัน โฮล
- ตลาดหุ้นยุโรปวานนี้ -0.01% ปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มบริการสุขภาพ -1%, เทคโนโลยี -0.8% นำโดย SAP ผู้ให้บริการซอฟท์แวร์ของเยอรมัน -2.9% ขณะที่กลุ่มธนาคาร +1% นำโดย Commerzbank +2.8% ตอบรับข่าว UnitCredit ธนาคารของอิตาลีพร้อมเข้าซื้อกิจการ โดยนักลงทุนรอฟังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในการประชุมที่แจ๊คสัน โฮล รวมถึงโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 ก.ย.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ +0.62% นำโดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์, ประกันภัยและกลุ่มเทคโนโลยี หลัง US Bond Yield 10 ปี และราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.97% นำโดย Samsung Electronics +1.75%, SK Hynix +0.6% รอการรายงานกำไร Q3/69 ของ Nvidia คาด EPS ที่ $2.09 และรายได้ที่ $228 หมื่น ล. รวมถึงเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.59% นำโดย Zijin Mining Group +2.3%, SMIC +3.4% ขณะที่ธนาคาร China Merchants Bank ได้ออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยลอยตัวอายุ 3 ปี ซึ่งอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน เพื่อเป็นการระดมเงินทุนในระยะสั้นตามนโยบายของ ธ.กลางจีน สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานกำไรของ BYD, PetroChina, CNOOC และ Eoptolink Tech. , ผลการประชุม ธ.กลางเกาหลีใต้ และผลการประชุม NPC จีนในวันที่ 25 – 28 ส.ค. ในพิจารณาออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีน
- SET +0.37% ปริมาณการซื้อขาย 1 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 1,911 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1 ลบ.ต่างชาติขาย 718 ลบ. และรายย่อยขาย 1,193 ลบ. ดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +3.02% นำโดย SCC +4.9% ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุน Feed Stock ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นก็ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรปีนี้คาดจะเติบโต และคาดจะสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูง หลัง BCP ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 5.4% ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าก็มีแรงซื้อสะสม หลังวานนี้สภาผู้แทน ฯ เห็นชอบ พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ส่งผลให้งบลงทุน 2 แสน ลบ.หลัง ที่ใช้ในการเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในประเทศ คาดจะสามารถเบิกจ่ายได้ในปีหน้า ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด สำหรับผลการประชุม กนง. วานนี้มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% และส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินเพื่อหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตาม เช้าวันนี้ ก.พาณิชย์จะรายงานตัวเลขส่งออกไทย ก.ค. คาด +18.7% & มิ.ย. +20.8% YoY, น้ำเข้า ก.ค. คาด +40.6% & มิ.ย. +50.3% YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,585 - 1,595 แนวต้าน 1,610 – 1,615 คาดดัชนีทรงตัวรอผลการประชุมที่ Jakson Holes ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่วนปัจจัยในประเทศคาดยังได้แรงหนุนจาก กนง.คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% และงาน Thailand Focus คาดจะหนุนเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มอุต ฯ New S Curve ของไทย แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น KBANK,BBL,KTB,GULF,GPSC,AMATA,WHA,STECON,CK คาดจะได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนในประเทศ/ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น SCC,TASCO,TOA,BA,THAI/ กลุ่มไฟแนนท์ SAWAD,MTC,TIDLOR,TURBO หลัง กนง.ส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงิน
- ERW* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.86 บาท) บริษัทรายงากำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 72 ล้านบาท -81%QoQ, +14%YoY ลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY เติบโตหนุนจาก RevPar และ Occ rate ที่เป็นบวก ขณะที่ GPM อยู่ในเกณฑ์ดีจากการบริหารต้นทุน ประกอบกกับดอกเบี้ยจ่ายยังปรับลดลงได้ต่อเนื่อง แนวโน้ม 2H69 ทิศทางเป็นบวก โดย 3Q69 มีโอกาสเติบโต QoQ, YoY จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว และใน 4Q69 ที่จะกลับเข้าช่วง High Season ซึ่งมีแรงสนับสนุนจากงานอีเว้นต์ใหญ่และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 931 ล้านบาท +11%YoY และ 1 พันล้านบาท +8%YoY
- BJC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท) กำไรสุทธิอยู่ 2Q69 ที่ 2,882 ลบ. (+191%YoY, +173% QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษซึ่งหลักๆ คือ กำไรพิเศษจากการขายที่ดินแล้วราว 1.6 พันลบ.แล้ว กำไรปกติอยู่ที่ 1,275 ลบ. (+8%YoY, +19% QoQ) มีแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ MMVN และรายได้ค่าเช่า ส่งผลให้หน่วยธุรกิจ MSC มี EBIT +11% YoY, +2%QoQ แม้ว่า SSSG ของ BigC ไทยจะ -2.1%YoY กดดันจากไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่หน่วยธุรกิจอื่นๆสามารถทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะหน่วยธุรกิจ PSC ที่มีแรงหนุนจากฤดูร้อน การส่งออก และความต้องการในช่วงบอลโลก ส่วนการดำเนินงานในช่วง 3Q69 ภาพ QoQ เราคาดว่ากำไรปกติจะอ่อนตัวตามฤดูกาล ส่วนภาพ YoY แม้คาดว่า SSSG ของ BigC ในไทยจะถูกกดดันจากไทยช่วยไทยพลัสเต็มไตรมาส แต่ยังพอสามารถ Offset ได้ด้วยหน่วยธุรกิจอื่นๆ เช่น PSC และ CSC นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนมาจากการรับรู้กำไรของ MMVN เต็มไตรมาส ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BJC ที่ 6,220 ลบ.(+55%YoY) และ 5,107 ลบ.(-18%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ต.ค. -$0.13 อยู่ที่ $82.23 / บาร์เรล, Brent ต.ค.-$0.74 อยู่ที่ $87.84/บาร์เรล หลังอิหร่าน & โอมานกำลังเจรจาเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 95,000 บาร์เรล ต่ำกว่าคาดจะเพิ่ม 1.6 ล.บาร์เรล
Gold Update (-) Comex Gold ธ.ค. -$41.20 ปิดที่ 4,653.30 ดอลลาร์/ออนซ์ กังวลเงินเฟ้อสหรัฐอยู่ระดับสูง ส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย และรอฟังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในการประชุมแจ๊คสัน โฮลในช่วงค่ำวันศุกร์นี้
Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +44.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ขายหุ้นไทย -21.91 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +77.57 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -11.22 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.662 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +130 จุด อยู่ที่ 3,056
(+) BitCoin เช้านี้ +0.15% อยู่ที่ 78,917 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่4 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569
ต่างประเทศ
24 ส.ค. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( ส.ค.)
US ยอดขายบ้านใหม่ ( ก.ค.)
26 ส.ค. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) (ก.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 2)
27 ส.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, BDMS, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th