Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส : Daily Trading Focus

36



ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ลดลงต่อ -5.04 จุด ปิดที่ 1596.01 มูลค่าซื้อขาย 6 หมื่นลบ. หุ้นที่นำตลาดลงเป็น DELTA, PTT, PTTEP, SCC, PTTGC, TOP ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -958 ลบ. สถาบันในปท.ซื้อ-ขายใกล้เคียงกัน พอร์ตบล.ซื้อสุทธิ +298 ลบ. รายย่อยซื้อสุทธิ +645ลบ.


ปัจจัยต่างประเทศ
-ภูมิรัฐศาสตร์: สหรัฐเตรียมส่งนักการทูตกลับไปตะวันออกกลาง ซึ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐไม่คาดว่าจะเกิดสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน และตลาดมองมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมันน้อยกว่าการโจมตีทางการทหาร
-สหรัฐ: ติดตามดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค.26 ในวันพุธที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะใกล้เคียงกับเดือนมิ.ย.26 และรอฟังสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมที่ Jackson Hole ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.2026
- ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นเล็กน้อย จากการชะลอตัวของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT ร่วงต่อกว่า 3% ปิดที่ 82-88 US$/bbl จากแรงขายทำกำไร หลังตลาดมองว่าผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินกับอิหร่านต่ออุปทานน้ำมันมีน้อยกว่าการโจมตีทางการทหาร...เป็นข่าวลบกับ PTTEP, PTT และหุ้นโรงกลั่นในระยะสั้น แต่บวกกับภาคขนส่งและเศรษฐกิจโดยรวม สัญญาทองคำส่งมอบธ.ค..26 ลดลงเล็กน้อย 3.30 US$ เป็น 4,694.50 US$/ออนซ์
-ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ทรงที่ 98.9และเงินบาททรงที่ 32.70 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ปี ลดเป็น 4.63% (จาก 4.70% วันก่อนหน้า) ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงตัวที่ 131.65 (ต่ำสุด 125.75, สูงสุด 152.25) ดัชนี Baltic Dry Index ปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 4 สู่ระดับ 2,926 (รอบนี้ต่ำสุด 2,490, สูงสุด 3,226)


ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-ติดตามผลประชุมกนง.วันนี้ (26 ส.ค.26) ทั้งนี้ DBSVTH Retail Research และตลาดคาดว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% หลังแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ขณะที่เศรษฐกิจยังเปราะบางและต้องการแรงสนับสนุนต่อเนื่อง รวมถึงตัวเลขส่งออกเดือนก.ค.26 ของไทย ซึ่งเราคาดว่าจะเติบโต YoY ได้ต่อเนื่อง
-ไทยเที่ยวไทยพลัส- ในเบื้องต้นคาดว่าจะแจก1 ล้านสิทธิ์ (จากปี 2025แจก5แสนสิทธิ์) เริ่มลงทะเบียนต้นต.ค.26เริ่มใช้เดือนธ.ค.26ระยะเวลาในการใช้สิทธิยังไม่ชัดเจน รอรายละเอียดเพิ่มเติม


กลยุทธ์ : เลือกซื้อจังหวะอ่อนตัว สัญญาณระยะสั้นเป็นลบ จากการที่ดัชนีปิดต่ำกว่าเส้น SMA10 มากขึ้น ระยะสั้นให้แนวรับไว้ที่ 1590-1587, 1574-1570, 1540-1530 ส่วนแนวต้านกรณีรีบาวด์ให้ไว้ที่ 1605, 1615, 1630, 1640-1650 ตามลำดับ


หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: BEM หุ้นมี Upside risk จากโครงการตั่วร่วม 17-45 บาท ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น ส่วนนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้หุ้นราว 0.50 บาท/หุ้น และโครงการ Double Deck ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าหุ้นได้อีกประมาณ 0.50 บาท/หุ้น สำหรับโครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะกรรมการ PPP และครม. โดยฝ่ายบริหารคาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในเดือนก.ย.2026 แนะนำซื้อ BEM ให้ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท (ยังไม่รวมโครงการตั๋วร่วม และโครงการ Double deck)


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้