Equality for All
TU : บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป
ปรับประมาณการขึ้น 3% จากเดิมจากงบที่ดีกว่าคาด : ผบห. ปรับเพิ่มยอดขายจากเดิมคาดโต 3-4% เป็น 4-6% และปรับอัตรากำไรขั้นต้นจาก 19-20% เป็น 19.5-20.5% และปรับลดเงินลงทุนจาก 5.5-6 พันลบ. เหลือ 5-5.5 พันลบ. แต่คงค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายที่ 13.5-14.5% เราคาดมีความเป็นไปได้จากปกติครึ่งปีหลังได้ผลบวกจากปัจจัยฤดูกาลหนุนยอดขายให้ยังเติบโตได้ อีกทั้งยังได้ส่วนช่วยจากการปรับราคาขายขึ้นสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คาดแนวโน้มการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะอ่อนกว่าครึ่งปีแรกจากการได้คืนภาษีสหรัฐสิ้นสุดลงทั้งจากในส่วนของบ. รวมถึงของ ITC ทำให้แนวโน้มอัตรากำไรจะกลับสู่ภาวะปกติ แต่จากงบที่ดีกว่าคาดทำให้เราปรับประมาณการขึ้น 3% จากเดิม ภายใต้ยอดขายโต 5% y-y อยู่ที่ 139,167 ลบ. และปรับอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 19.5% แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยดขายอยู่ที่ 14.8% จากค่าขนส่งที่ยังทรงตัวสูงตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น, ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย และค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย และปรับกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 4,912 ลบ. +7% y-y
อังกฤษลดภาษีนำเข้าทูน่าจาก 24% เหลือ 0% : จากความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมาตรการระงับอากรขาเข้า (Duty Suspensions) ในการนำเข้าสินค้าเกษตร รวมถึงปลาทูน่าแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป โดยเป็นมาตรการชั่วคราว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 21 มิ.ย. 2026-31 ธ.ค. 2028 ในปี 2025 อังกฤษนำเข้าทูน่ากระป๋อง 440.7 ล้านปอนด์เป็นการนำเข้าจากไทย 29.8 ล้านปอนด์ เรามองว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ส่งออกไปขายตลาดดังกล่าวเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน TU มีการส่งออกทูน่าไปจำหน่ายในอังกฤษเพียง 5% ของยอดขายเท่านั้น
ส่วนการเจรจา FTA ไทย-อียูนั้นคาดจะมีความชัดเจนกลางปีหน้า แต่การลดอัตราภาษีนำเข้าในอียูคงจะทยอยลดลงจนเหลือ 0% จากปัจจุบันเก็บภาษีนำเข้าทูน่าอยู่ 24% และภาษีนำเข้ากุ้ง 6% ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จจะช่วยให้สามารถขยายตลาดส่งออกไปกลุ่มประเทศดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น
ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายลง 0.8-1% ภายใน 2 ปีข้างหน้า : ผบห. แจ้งเพิ่มเติมว่าจะหันมาบริหารภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้รวดเร็วกระชับและใช้คนลดลงผ่าน 5 ข้อหลักคือ 1) การเงิน 2) การนำเทคโนโลยีมาใช้ 3) การลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายซึ่งมีเป้าว่าจะลด 0.8-1% ใน 2 ปีข้างหน้า 4) พนักงาน จัดสรรคนให้มีประสิทธิภาพ และ 5) สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
จากการปรับประมาณการขึ้น และคาดการดำเนินงานกำลังผ่านช่วงต่ำสุดแล้วทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” และปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2027 อยู่ที่ 14.70 บาท
ยังเก็งกำไรต่อได้
“แม้ช่วงที่เหลือของปีการดำเนินงานอาจไม่เด่นเท่าครึ่งปีแรก แต่เราคาดกำลังผ่านช่วงต่ำสุดแล้ว และรอดูว่าสิ่งที่บ. ดำเนินไปอย่างโครงการ Sonar รวมถึงแผนการลดค่าใช้จ่ายจะช่วยให้การดำเนินงานดีขึ้นจากต้นทุนการดำเนินงานลดลง ขณะที่ในส่วนการลดภาษีนำเข้าและการเจรจา FTA จะเป็นส่วนเพิ่มต่อการส่งออกให้เพิ่มขึ้น
แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกมาในระดับหนึ่งแล้ว แต่คาดการดำเนินงานกำลังผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ยังเก็งกำไรต่อได้ ”
นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th