Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

34

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 31 ก.ค.69 ปิด +25.53 จุด อยู่ที่ 1,623.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 89,032 ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,516 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 493 ลบ. สถาบันซื้อ 2,037 ลบ. และรายย่อยขาย 6,046 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 9 ลบ. โดยมียอดซื้อ KTB,KBANK,SCC,CPALL,HANA และยอดขาย ADVANC,KKP,BBL,WHA,PTTGC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,574 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น M,TFG,IRPC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 30,152 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 71,427 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 7,197 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.53%, S&P500 +0.70%, Nasdaq +1.0% ได้แรงหนุนจากกลุ่มบริการสื่อสาร นำโดย Amazon +15% หลังรายได้รายไตรมาสสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่ MSFT +3% ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ของธุรกิจคลาวด์ Azure +43% โดย DJIA +1.04%, S&P500 +1.05%, Nasdaq +1.59% WoW ได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Micron Tech , Sandisk หลังนักลงทุนเริ่มคลายกังวลต่องบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับผลการประชุมเฟดมีมติ 9 – 3 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 5 – 3.75% โดยยังต้องเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ส่วนข้อมูล US GDP Q2/69 +1.5% ชะลอตัวจาก Q1/69 +2.1% ต่ำกว่าคาด +1.8% QoQ และ US PCE มิ.ย. อยู่ที่ 3.7% ตามคาดชะลอตัวจาก พ.ค. 4.1% YoY สัปดาห์นี้ติดตามผลการเจรจาสหรัฐ – อิหร่าน หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งยุติแผนโจมตีอิหร่าน, 7 ก.ค. รายงานตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.คาด 90,000 & มิ.ย. 57,000 ราย, อัตราว่างงาน ก.ค. คาด 4.2% & มิ.ย. 4.3%
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.12% ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นอยู่ที่ $90/บาร์เรล ส่งผลให้กลุ่มพลังงาน +1.2% และกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มฟื้นตัว +0.3% ขณะที่กลุ่มสื่อ -5.5% นำโดย Universal Musis Group -25.4% หลังรายงานกำไรงวดครึ่งปีแรกชะลอตัว สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx 600 +0.72% WoW หลัง LSEG คาดกำไร บจ. Stoxx 600 Q2/69 +14.5% YoY จากกำไรกลุ่มพลังงาน, วัตถุดิบพื้นฐาน และเทคโนโลยีที่เติบโตได้ดี ส่วนผลการประชุม BOE อังกฤษมีมติ 6 – 3 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% หลังเงินเฟ้ออังกฤษ มิ.ย. ปรับลดลงอยู่ที่ 2.6% YoY       
  • ตลาดหุ้นเอชียวันศุกร์ นิเกอิ +4.03% ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ ขณะที่ BOJ มีมติ 8 – 1 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% และปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ญี่ปุ่นปีนี้ที่ 0.6% & เดิมคาดที่ 0.5%, Core CPI ญี่ปุ่นปีนี้คาดที่ 2.5% & เดิมคาดที่ 2.8% ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +17.9% นำโดย Samsung Electronics +26.8%, SK Hynix +29.9% ตอบรับกำไร Q2/69 ของ Microsoft ที่ออกมาดีกว่าคาด ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.72% นำโดยหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน ขณะที่ PMI ภาคการผลิตจีน ก.ค. ลดลงสู่ระดับ 49.2 & มิ.ย. 50.3 ต่ำกว่าคาดที่ 50 สาเหตุมาจากการส่งออกใน Q2/69 เริ่มชะลอตัวลง และ PMI ภาคบริการจีน ก.ค.ลดลงอยู่ที่ระดับ 49 ต่ำสุดนับตั้งแต่ ธ.ค.65 ส่งผลให้รัฐบาลจีนจำเป็นต้องออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง สัปดาห์นี้ติดตามการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของสหรัฐกับทางการญี่ปุ่น ส่งผลให้เยนแข็งค่าอยู่ที่ 156.3 เยน/
  • SET -1.26% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 65 หมื่น ลบ. -0.28% WoW พอร์ตโบรกขาย 3,349 ลบ สถาบันขาย 1,633 ลบ. ต่างชาติซื้อ 112 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,870 ลบ. WoW โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขาย DELTA -9.4% WoW หลังรายงานกำไร Q2/69 ต่ำกว่าคาดถึง 30% สาเหตุมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีก็ปรับลดลงจากแรงขาย IVL -10.9% WoW หลังโบรกเกอร์ต่างชาติรายหนึ่งได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุน จากความกังวลภาระหนี้ที่อยู่ระดับสูง กอปรกับ ROCE อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อกระแสเงินสดของบริษัทในระยะถัดไป โดยเม็ดเงินลงทุนได้สลับเข้าซื้อในกลุ่ม Domectic & Dividend Play เช่น ท่องเที่ยวที่คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยวผ่าน ไทยเที่ยวไทยพลัส และมีอีเว้นท์ใหญ่รออยู่ เช่น การประชุมประจำปีของ IMF, มหกรรมดนตรี Tomorrowland ในช่วงปลายปีนี้ ส่วนกลุ่มค้าปลีกก็เริ่มฟื้นตัว หลัง HMPRO รายงานกำไร Q2/69 +13.6% QoQ, +14% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากยอดขายแอร์ที่เติบโตได้ดี ส่งผลบวกเชิง Sentiment ไปยังกลุ่ม Hardline อื่น ๆ ที่กำลังรอการรายงานกำไรด้วย ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ 6 ส.ค. ติดตามรายงาน CPI ไทย ก.ค. คาด 2.52% & มิ.ย. 2.42% YoY และการรายงานกำไร Q2/69 ของ ADVANC,TRUE,GULF,GPSC,PTTGC 

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 – 1,620 แนวต้าน 1,630 – 1,640 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ รอผลการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน รวมถึงผลจาก ม.แทรกแซงค่าเงินเยน และความผันผวนของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตในตลาดเอเชียเหนือว่าจะเริ่มลดลงหรือไม่ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CRC,BJC,BH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensiv Play / กลุ่มท่องเที่ยว BA,ERW,CENTEL,AWC ได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยว / กลุ่มค้าปลีกอุปกรณ์ไอที SYNEX, SIS, ADVICE คาดกำไรงวด Q2/69 จากอุปสงค์ที่เติบโตได้ดี

 

  • TACC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.10 บาท) แนวโน้ม 2Q69 คาดเติบโตต่อเนื่อง YoY และทรงตัว QoQ จากการเข้าสู่ฤดูร้อน โดยต้องติดตามประเด็นต้นทุนใน 2H69 ทั้งปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต Double Digit (+10%) หนุนจากแผนการออกสินค้าใหม่ การขยายสาขาร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธ์ไทย โดยผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางใน 1H69 ยังไม่มากเพราะมีสต๊อกล่วงหน้าไว้ 3-6 เดือน ทั้งปี GPM อยู่ในระดับสูงกว่า 30% ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 371 ล้านบาท +24%YoY และ 408 ล้านบาท +10%YoY valuation ปัจจุบัน PER ราว 11 เท่า Yield 7-8%

 

  • MINT* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 09 บาท) ธุรกิจโรงแรมในไทยมี Sentiment บวกจาก “ไทยเที่ยวไทยพลัส” รวมถึงการจัดงานช่วงปลายปี คือ การประชุม IMF และ Tomorrowland ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารคึกคักจากบอลโลกและร้านในไทยคาดหวัง Multiple Effect จาก “ไทยช่วยไทยพลัส” สำหรับกำไรปกติ 1Q69 +YoYจากฐานต่ำปีก่อน แต่ -QoQ จาก Low Season โรงแรมในยุโรป ส่วนการดำเนินงาน 2Q69มีโอกาส+YoY +QoQ ได้ปัจจัยหนุนตามฤดูกาลของโรงแรมในยุโรปและการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของชาวยุโรปเอง นอกจากนี้ Story เพิ่มเติมของ MINT* ยังจะมีมาจากการจัดตั้งREITโรงแรมเพื่อIPO ที่ตลาดสิงคโปร์ในช่วง 4Q69รวมถึงการ IPO ของMinor Food ในช่วงถัดไป ทั้งนี้ ทางMINT* ตั้งเป้า 3 ปี (ปี 68-71) CAGR รายได้ +High Single Digit%ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ MINT* ปี69และ70 จะอยู่ที่ 9,725 ลบ.(+8%YoY) และ 10,811 ลบ.(+11%YoY) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$1.08 อยู่ที่ $84.67 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$1.09 อยู่ที่ $90.12/บาร์เรล สัปดาห์ทีผ่านมา WTI +21%, Brent +24% จากความกังวลต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบ รวมถึงสงครามระหว่างรัสเซีย - ยูเครน ซึ่งคาดจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน ขณะที่เช้านี้ WTI -4.7% อยู่ที่ $80.6/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งยุติแผนโจมตีอิหร่าน และรอผลการเจรจากับอิหร่าน

 

Gold Update (-) Comex Gold  ธ.ค. -$53.60 ปิดที่ 4,107 ดอลลาร์/ออนซ์ สัปดาห์ที่ผ่านมาสัญญาทองคำ +1.1% WoW  ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่าอยู่ที่ 99.802 หลังสหรัฐร่วมกับทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน

 

Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมาซื้อสุทธิ +398.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +3.3 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ  +392.3 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +2.9 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.696 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +59 จุด อยู่ที่ 2,732

(+) BitCoin เช้านี้  +0.50% อยู่ที่ 63,295 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

31 ก.ค.       ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

31 ก.ค.      CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน  ( ก.ค.)

  JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

  EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

03 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

04 ส.ค.      US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  (มิ.ย.)

05 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)

      ( ก.ค.)

06 ส.ค.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

07 ส.ค.      US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( ก.ค.)

  US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร  ( ก.ค.)

  US อัตราการว่างงาน  ( ก.ค.)

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้