Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

95

 

หวัง SET ดีดเด้งช่วงสั้น ตามเทคฯ โลก

HORIZON MARKET VIEW
• เช้านี้ตลาดเปิดบวกแรงนำโดยเกาหลีใต้ (+15.3%) ญี่ปุ่น (+5.10%) และออสเตรเลียรวมถึง NASDAQ FUTURES แต่อาจไม่ใช่การฟื้นตัวจริง ให้ระวังแรงเทขายช่วงท้ายตลาดตามสถิติที่มักเปิดบวกแต่ปิดลบ
• จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์หน้าอย่าง ดัชนีภาคการผลิต (ISM) และตัวเลขการจ้างงาน หากออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออาจกลับมากดดันตลาดหุ้นอีกครั้ง
• ล่าสุดท่าทีของ FED แข็งกร้าวขึ้น โดยตลาด(FED WATCH TOOL) คาดว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500 และ NASDAQ) ตอบรับในเชิงลบอย่างชัดเจนหลังการประชุม FOMC ที่ผ่านมา

 

REGION RADAR
• AMAZON (AMZN US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 มีรายได้รวมอยู่ที่ $2.0 แสนล้าน +20% YOY (สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPSอยู่ที่ $5.75 +242% YOY (สูงกว่าคาด 215%) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจ CLOUD อย่าง AWS
• SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY ซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคต่อของSPIDER-MAN: NO WAY HOME ที่สร้างประวัติศาสตร์รายได้ภาพยนตร์ติด TOP 10 ของโลก หากทำรายได้ออกมาดีกว่าคาด จะเป็นแรงหนุนหลักต่อหุ้น SONY แนะนำเก็งกำไร DR: SONY80

THAI FOCUS
• ธปท. ส่งสัญญาณปรับบทบาทนโยบายการเงิน จากเดิมที่เน้นรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ 2 เครื่องมือควบคู่กัน ได้แก่ นโยบายดอกเบี้ยเพื่อดูแลเสถียรภาพ และมาตรการเฉพาะจุดเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
• สำหรับนโยบายการเงินในปัจจุบัน 1.0% อยู่ในระดับที่ผ่อนคลายมากพร้อมกับมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง

 

SYNAPSE STRATEGY

• หุ้นเทคฯ ดีดเด้ง แต่ความเสี่ยงยังมี หลัง TECH ถูกหั่นเป้า และรัฐบาลเกาหลีใต้สกัดแรงเก็งกำไรของนักลงทุน บวกกับระวังความเสี่ยงUNWIND YEN CARRY TRADE กดดันเม็ดเงิน LEVERAGE ลดลง
• กลยุทธ์วันนี้เลือก CPALL หุ้น LAGGARD อิงการบริโภคในประเทศเตรียมรับอานิสงส์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ, DELTA (เก็งกำไร)ประเมินกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q2 และเตรียมฟื้นตัวรับ HIGHSEASON ใน Q3, MAJOR (เก็งกำไร) แนวโน้มครึ่งปีหลังโดดเด่นจากโปรแกรมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เตรียมเข้าฉาย

 

HORIZON MARKET VIEW
เอเชียสดใสระยะสั้น แต่ระวังกับดัก หุ้นเทคฯ ท่ามกลางแรงกดดันจาก FED
ในช่วงเช้านี้ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีทิศทางที่เป็นบวก นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้+15.3% ต่อด้วยตลาดหุ้นญี่ปุ่น +5.10% รวมถึงตลาดออสเตรเลียที่อยู่ในแดนบวก เสริมด้วย NASDAQ FUTURES เช้านี้ที่อยู่ในแดนบวก ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวก ให้กับการลงทุนในภูมิภาคระยะสั้น แต่อาจไม่ใช่สัญญาณการฟื้นตัวที่แท้จริงสถิติในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2026 ชี้ให้เห็นว่า ดัชนีมักจะเด้งขึ้นระหว่างวัน แต่กลับโดนเทขายจนปิดลบในตอนท้าย(เกิดภาวะนี้ถึง 6 ใน 8 วัน) หรือเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจาก BUY THE DIP เป็น DISTRIBUTIONPHASE

 

ทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจ ล่าสุดพบว่า GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2 ออกมาเติบโตเพียง 1.5% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.0% ในขณะที่ดัชนีราคา PCE ทรงตัวตามคาด การชะลอตัวของเศรษฐกิจนี้ช่วยลดแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาตัวเลขในสัปดาห์หน้า ทั้งดัชนีภาคการผลิต (ISM) และตัวเลขการจ้างงาน(NONFARM PAYROLLS / อัตราว่างงาน) หากตัวเลขเหล่านี้กลับมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด ความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออาจกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่เปลี่ยนผ่านจากช่วงต้นปีที่DOVISH แต่ปัจจุบันมีความเข้มงวดมากขึ้น HAWKISH โดย FED WATCH TOOL คาดว่าปีนี้ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยสัก 1 ครั้งการประชุม การส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ นี้ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับในเชิงลบอย่างชัดเจน โดยสถิติผลตอบแทนของ S&P 500 และ NASDAQ หลังการประชุม FOMC ในช่วงเดือน มิ.ย. - ก.ค.ติดลบหนักขึ้น ตามลำดับ


REGION RADAR
AMAZON เผยธุรกิจ CLOUD เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
AMAZON (AMZN US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 ออกมาสูงกว่าคาด โดยรายได้รวมอยู่ที่ $2.0แสนล้าน +20% YOY (สูงกว่าคาด 2%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $5.75 +242% YOY (สูงกว่าคาด 215%) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจ CLOUD โดยรายได้ของ AWS CLOUD เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ $4.2 หมื่นล้าน +37% YOY สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3 บริษัทคาดรายได้อยู่ที่ระหว่าง $1.97-$2.02 แสนล้าน และบริษัทคาดเงินลงทุน CAPEX ในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ $2.2 แสนล้าน (จากเดิมคาด$2.0 แสนล้าน) นอกจากนี้ บริษัทระบุว่า AWS CLOUD กำลังเติบโตอย่างมาก โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ AMAZON ในรอบนี้ และจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ อาจจะปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะสั้นเช่นเดียวกัน MICROSOFT เมื่อวานนี้ แนะนำเก็งกำไร DR: AMZN80

 

SPIDER-MAN จะเป็นแรงหนุนการเติบโตของหุ้น SONY ในปีนี้
SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY ซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ SPIDER-MAN: NO WAY HOME ที่สร้างประวัติศาสตร์รายได้ภาพยนตร์ติด TOP 10 ของโลก และเซอร์ไพรซ์นักวิเคราะห์และนักวิจารณ์ทั่วโลก และในสัปดาห์นี้จะมีการฉายภาพยนตร์เรื่อง SPIDER-MAN BRAND NEW DAY อย่างเป็นทางการ โดยกระแสการรีวิวจากนักวิจารณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ได้วิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีมากสุดของ MARVEL

 

ซึ่งในช่วงงบปี 2022 ของ SONY ที่มี SPIDER-MAN: NO WAY HOME เข้าฉาย ส่งผลให้กำไรของบริษัทมีการเติบโตโดดเด่น โดยกำไรในส่วนของธุรกิจภาพยนตร์เติบโตขึ้นราว 172% YOY และหากปีนี้ภาพยนตร์ SPIDERMAN: BRAND NEW DAY มีรายได้ที่แข็งแกร่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตในส่วนของกำไรปีนี้ของSONY แนะนำเก็งกำไร DR: SONY80

THAI FOCUS
แบงค์ชาติปรับบทบาทนโยบายการเงินสู่การดูแลเศรษฐกิจเต็มที่
ธปท. ส่งสัญญาณปรับบทบาทนโยบายการเงิน จากเดิมที่เน้นรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ 2 เครื่องมือควบคู่กัน ได้แก่ นโยบายดอกเบี้ยเพื่อดูแลเสถียรภาพ และมาตรการเฉพาะจุดเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว


สำหรับนโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายมาก โดยอัตราดอกเบี้ย 1.0% ต่ำสุดอันดับ 2 รองจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย อย่างไรกตาม หากสถานการณ์ในระยะถัดไปไม่เป็นไปตามที่ธปท. คาดการณ์ไว้ อาจเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ อาทิ เงินเฟ้อยืนสูงระยk;


ขณะที่มาตรการพยุงเศรษฐกิจไทยของ ธปท. ช่วงที่ผ่านมา อาทิ
• แก้ปัญหา NPL รายย่อย ผ่านโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เพื่อช่วยลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบการเงิน ลดภาระหนี้เสีย และยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร คาดเป็นบวกต่อกลุ่ม ธ.พ. จาก NPL ลดลงและตั้งสำรองลดลง อาทิ BBL, KBANK, KTB, SCB, TTB และเป็นบวกทางอ้อมต่อคุณภาพหนี้ อาทิBAM, CHAYO, JMT
• ขยายสินเชื่อ SME ผ่าน SME CREDIT BOOST โดยใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อ ลด CREDIT COST และเพิ่มโอกาสให้ SME ที่มีศักยภาพ เข้าถึงแหล่งเงินทุน คาดเป็นบวกต่อกลุ่ม กลุ่ม ธ.พ. ที่มีฐานลูกค้าSME สูง อาทิ KBANK, KTB, BBL, TTB กลุ่มนิคมฯ อาทิ AMATA, WHA กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อาทิSCC, SCCC กลุ่มค้าปลีก อาทิ CPALL, CRC
• เติมสภาพคล่องธุรกิจ ผ่าน SMES SECURE+ สนับสนุนสินเชื่อที่มีหลักประกัน เพื่อช่วยธุรกิจที่มีศักยภาพแต่ขาดสภาพคล่องสามารถดำเนินกิจการและลงทุนต่อได้คาดเป็นบวกต่อกลุ่ม คาดเป็นบวกต่อกลุ่ม ธ.พ. อาทิ KBANK, KTB, BBL, TTB กลุ่มนิคมฯ อาทิ AMATA, WHA กลุ่มค้าปลีก อาทิCPALL, CRC

นอกจากนี้ภายใน 2 เดือน ธปท. มีแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยการควบคุม NON-BANK มากขึ้น (โดยเฉพาะกลุ่ม NANO FINANCE ที่เก็บดอกเบี้ยสูงกว่า 33%)


SYNAPSE STRATEGY
รับมือแรงกระเพื่อมกลุ่มเทคฯ จับตาค่าเงินเยน และ หุ้นเด่นน่าลงทุนหรือเก็งกำไรในวันนี้หุ้นกลุ่มเทคฯ วันนี้มีโอกาสรีบาวน์แรง แต่ระยะกลางถูกจำกัด UPSIDE จาก BLOOMBERG CONSENSUS เริ่มมีการปรับลดราคาเป้าหมาย (TARGET PRICE) ลง เช่น SK HYNIX ถูกปรับลดราคาเป้าหมายลง -1.8% และSAMSUNG ถูกปรับลดลง -2.9% ในช่วงสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันหุ้นในไทยที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และปิโตรเคมี อย่าง DELTA และ IVL ก็ถูกนักวิเคราะห์จากหลายสำนักปรับลดประมาณการลงเช่นเดียวกัน สะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุน


ประเด็นดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นในเดือน ส.ค. ยังมีโอกาสขึ้นไม่ได้แรง และผันผวน หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกมาตรการลดการใช้ LEVERAGE ในตลาด โดยเพิ่มข้อกำหนดเงินวางหลักประกันขั้นต่ำสำหรับนักลงทุนในกองทุน SINGLE-STOCK LEVERAGED ETF/ETN จากเดิม 10 ล้านวอน เป็น 30 ล้านวอน (ประมาณ 20,000ดอลลาร์สหรัฐ) และบังคับให้วางเป็นเงินสดเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้เม็ดเงินเก็งกำไรใหม่ๆ ชะลอตัวลง รวมถึงมีการระงับการจดทะเบียนกองทุน ETF ใหม่ที่อ้างอิงหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง SAMSUNG และ SK HYNIX ชั่วคราวด้วย


ส่วนอีก 1 ประเด็นที่น่ากังวล คือ ค่าเงินเยนพุ่งแข็งค่าขึ้นกว่า 3% (แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2023) หลุดระดับ 160 เยน/เหรียญฯ สาเหตุหลักมาจากกระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินอีกครั้งก่อนการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้บวกกับหากโทนการประชุมออกมา HAWKISH เพิ่มเติมยิ่งทำให้ SPREAD ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นน้อยลง และหนุนให้เกิดปรากฎการณ์ UNWIND YEN CARRY TRADE กดดันเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะถัดไปได้


กลยุทธ์วันนี้ เลือก CPALL หุ้นกลุ่ม LAGGARD ที่อิงกับการบริโภคในประเทศ คาดว่ากำไรจะทยอยฟื้นตัวรับอานิสงส์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท, DELTA แม้จะถูกปรับลดประมาณการลง แต่ประเมินว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 และเตรียมฟื้นตัวในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วง HIGHSEASON และ MAJOR ภาพรวมครึ่งปีหลังน่าสนใจจากโปรแกรมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉาย ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดให้คนกลับมาดูหนังในโรงมากขึ้

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้