Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

97

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 30 ก.ค.69 ปิด -26.36 จุด อยู่ที่ 1,598.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 112,047 ลบ. ต่างชาติขาย 1,739 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 3,424 ลบ. สถาบันขาย 1,191 ลบ. และรายย่อยซื้อ 6,355 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 454 ลบ. โดยมียอดซื้อ TRUE,ADVANC,KBANK,SCC,CPALL และยอดขาย DELTA,PTT,GULF,KTB,HANA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 4,561 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น HMPRO,BCH,TISCO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 31,519 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 41,275 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,865 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +1.19%, S&P500 +1.66%, Nasdaq +2.78% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +5.24%, สินค้าฟุ่มเฟือย +1.57% นำโดย MSFT +15% หลังกำไรไตรมาสที่ผ่านมาดีกว่าคาด ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ของธุรกิจคลาวด์ Azure +43% และยอดผู้ใช้งาน Copilot เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 30 ล.ราย จากปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ +8.2% นำโดย Micron Tech +18%, Sandisk +26% ส่วน Apple ราคาช่วงปิดตลาด -6.0% เนื่องจากยอดขายในตลาดจีนและรายได้จากฝั่งบริการเติบโตต่ำกว่าคาด ทางด้าน Amazon ราคาช่วงปิดตลาด +9.1% ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ AWS +37% และปรับเพิ่มงบลงทุนเป็น 2.2 ลล.ดอลลาร์ เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ US GDP Q2/69 +1.5% ชะลอตัวจาก Q1/69 +2.1% ต่ำกว่าคาด +1.8% QoQ และ US PCE มิ.ย. อยู่ที่ 3.7% ตามคาดชะลอตัวจาก พ.ค. 4.1% YoY, US Core PCE มิ.ย. อยู่ที่ 3.3% ตามคาดชะลอตัวจาก พ.ค. 3.4% YoY  
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.77% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +2.6% นำโดย BBVA ธนาคารสเปน +5% ตอบรับกำไร Q2/69 +11% YoY, กลุ่มก่อสร้าง & วัสดุ +2.2% และกลุ่มอุตสาหกรรม +1.8% นำโดย Schneider Electric +10% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปีนี้ ส่วน LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน Stoxx600 +20.8% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร ส่วนผลการประชุม BOE อังกฤษวานนี้มีมติ 6 – 3 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% หลังเงินเฟ้ออังกฤษ มิ.ย. ปรับลดลงอยู่ที่ 2.6% YoY       
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ นิเกอิ +0.71% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และ Advantest Corp +10.8% หลังรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมาดีกว่าคาด ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -1.23% จากแรงขาย SK Hynix -5.6%, Samsung Electronics -0.7% จากความกังวลต่องบลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจจะยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.62% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech -9.1%, SMIC -6.0%, Zhongji Innolight -9.1% และรอผลการประชุมโปลิตบูโรในสัปดาห์นี้ เพื่อติดตาม ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีนรอบใหม่ ส่วนเช้านี้ติดตามผลการประชุม BOJ คาดยังดอกเบี้ยไว้ที่ 1%
  • SET วานนี้ -1.62% ปริมาณการซื้อขาย 12 แสน ลบ. พอร์ตโบรกขาย 3,424 ลบ ต่างชาติขาย 1,739 ลบ. สถาบันขาย 1,191 ลบ. และรายย่อยซื้อ 6,355 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขาย DELTA -7.4% ส่งผลลบต่อดัชนี -21.0 จุด ถูกกดดันจากการปรับลดลงของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเกาหลีใต้ที่ถูกแรงบังคับขายจากกองทุน Leverage ETF ที่การเก็งกำไรค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมา กอปรกับนักลงทุนเริ่มกังวลต่อเม็ดเงินลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อาจจะยังไม่สามารถสร้างกำไรในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งกระทบด้านลบต่ออุปสงค์ความต้องการสินค้าในกลุ่ม Supply Chain ของ Data Center ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมี -6.1% นำโดย IVL -9.5% หลังโบรกเกอร์ต่างชาติรายหนึ่งปรับลดคำแนะนำเป็น Underweight จากความกังวลต่อผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (ROCE) ยังต่ำกว่าต้นทุนทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลลบต่อการฟื้นตัวของกำไร & กระแสเงินสดของบริษัท โดยภาพรวมนักลงทุนได้สลับเม็ดเงินลงทุนไปยังกลุ่ม Dividend & Defensive Play เช่น ไอซีที, ค้าปลีก, รพ. จากคาดการณ์กำไรในงวด Q2/69 ยังฟื้นตัวได้ดีจาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลผ่านโครงไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว เช่น ERW, CENTEL, AWC ก็มีแรงซื้อเก็งกำไรจาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส รวมถึงในช่วงปลายปีประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานอีเว้นท์ใหญ่ เช่น การประชุมประจำปี IMF และ Tomorrowland ซึ่งเป็นผลบวกต่อรายได้ของกลุ่มท่องเที่ยว & โรงแรม 

 

  

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 – 1,610 แนวต้าน 1,630 – 1,640 คาดดัชนีโอกาสฟื้นตัวตามตลาดเอเชียเหนือ หลังความผันผวนของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเริ่มลดลง และอยู่ระหว่างรอการรายงานกำไร Q2/69 แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CRC,BJC,BH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensiv Play / กลุ่มท่องเที่ยว BA,ERW,CENTEL,AWC ได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยว / เก็งกำไรกลุ่มอิเล็ก DELTA,HANA,KCE,SMT ได้ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ

 

  • MOSHI* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 48.50 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 191 ล้านบาท -21%QoQ, +22%YoY การเติบโต YoY มาจากรายได้ +17%YoY หนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่ GPM ดีขึ้นอยู่ในระดับ 3% แนวโน้ม 2Q69 กำไรขยายตัวได้ต่อทั้ง QoQ, YoY โดย SSSG (QTD) ยังเป็นบวกได้เล็กน้อยแม้ทรงตัวช่วง เม.ย. และจากสาขาใหม่ที่จะเปิดอีก 11 สาขา พร้อมออก collection กระตุ้นยอดขายในช่วงที่เหลือของปี โดยบริษัทวางเป้ารายได้ทั้งปี 69 เติบโต +15-20%, SSSG +3-5% และสาขาใหม่ 35 แห่ง (1Q69 เปิด 6 แห่ง) ตั้งเป้า GPM เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนการขายกลุ่มค้าปลีกและ product mix ให้ตอบโจทย์กำลังซื้อปัจจุบัน ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69 ที่ 782 ล้านบาท +16%YoY

 

  • TRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท)แนวโน้มการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69มีโอกาสที่จะบวกได้ทั้ง YoY และ QoQ โดยคาดหวังการบวกYoY ได้เด่นต่อเนื่องจากมาร์จิ้นปรับปรุงดีขึ้น หลังการได้มาซึ่งใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่(2300 MHz/1500MHz) และสินสุดสัญญาการจัดการความถี่กับ NT นอกจากนี้ คาดว่า TRUE จะสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย และ Finance Cost ได้ดี ขณะที่ปัจจัยบวกเพิ่มเติมจะมาจากการใช้ Data ที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงบอลโลกภาพรวมเรายังมอง TRUE เป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจซึ่งสอดค้ลองกับ Mega Trend ในแง่การใช้ Data ที่สูงขึ้น รวมถึงการ Migrate ของเทคโนโลยี(อัพ Package หนุน ARPU)ยังมองบวกต่อนโยบายการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส และยังมี 69F Dividend Yield ในโซนน่าสนใจที่ราว 4%

 

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ย. -$0.87 อยู่ที่ $83.59 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$1.71 อยู่ที่ $89.03/บาร์เรล หลังซาอุ ฯ ร่วมกับพันธมิตร 14 ประเทศตั้งแกนนำพันธมิตรทางทะเลเพื่อป้องกันภัยในช่องแคบบับเอลมันเดบ, ทะเลแดง และอ่าวเอเดน

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$63.60 ปิดที่ 4,160.60 ดอลลาร์/ออนซ์  ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -1.01% อยู่ที่ 99.868 ขณะที่ US PCE มิ.ย. ชะลอตัวอยู่ที่ 3.7% & พ.ค. 4.1% YoY    

 

Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -27.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -52.07 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ  +14.54 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +10.48 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.659 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +41 จุด อยู่ที่ 2,673

(+) BitCoin เช้านี้  +1.27% อยู่ที่ 65,062 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

31 ก.ค.       ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

31 ก.ค.      CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน  ( ก.ค.)

  JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

  EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

03 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

04 ส.ค.      US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  (มิ.ย.)

05 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)

      ( ก.ค.)

06 ส.ค.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

07 ส.ค.      US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( ก.ค.)

  US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร  ( ก.ค.)

  US อัตราการว่างงาน  ( ก.ค.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้