Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

51

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 22 ก.ค.69 ปิด -63 จุด อยู่ที่ 1,639.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 116,521 ลบ. ต่างชาติขาย 85 ลบ. สถาบันขาย 5,491 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 776 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,780 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 906 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTEP,PTTGC,PTT,KBANK,TOP และยอดขาย BBL,ADVANC,DELTA,AOT,CPALL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,060 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น FUEFVND01,BDMS,BH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 6,703 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 83,647 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,956 ลบ..

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.01%, S&P500 -0.14%, Nasdaq -0.57% จากแรงขายกลุ่มบริการสื่อสาร -1.3%, สินค้าฟุ่มเฟือย -0.8% โดยราคา Alphabet หลังปิดตลาด -2.4% แม้ว่ารายได้ Q2/69 +24%, กำไรจากการดำเนินงาน +30% และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนิน +34% โดยได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ธุรกิจ Cloud +82% และ Google Services +15% แต่ถูกกดดันจากการปรับเพิ่มงบลงทุนปีนี้ขึ้นเป็น 1.95 – 2.05 แสน ล.ดอลลาร์ & เดิมคาดที่ 1.8 – 1.9 แสน ล.ดอลลาร์ ส่วน Tesla ราคาหลังปิดตลาด -3.4% ตอบรับรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมา -5% ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ 1.1 พัน ล.ดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มที่ปรับขึ้น คือ สาธารณูปโภค +2.3%, วัสดุ +1.45% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ +0.4% ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบวานนี้ปรับขึ้นกว่า +3% และสัปดาห์หน้าติดตามผลการประชุมเฟดวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งตลาดคาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% และการรายงานงบของ MSFT, Meta Platform, Apple, Amazon
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.58% ได้แรงหนุนจากกลุ่มอากาศยาน & กลาโหม +2.6%, พลังงาน +0.8% หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นอยู่ที่ $0/บาร์เรล ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -0.5% ระหว่างรอการรายงานงบของกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ ส่วน Airbus +7% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 5.7 พัน ล.ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่าภายในปี 2572 ค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุม ECB คาดจะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม และมีโอกาสชึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้  
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ นิเกอิ -0.18% ทรงตัวรอการรายงานผลประกอบการของ Alphabet และยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดช่องแคบบับอัลมันเดบในทะเลแดงที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุ ฯ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.74% ได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics +0.58% หลังประกาศแผนการลงทุนของธุรกิจหุ่นยนต์ และ Hyundai Motor เป็นเจ้าของบริษัทหุ้นยนต์ Boston Dynamics +4.7% โดยนักลงทุนรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลกระทบจาก ม.ภาษีศุลกากรรอบใหม่ของสหรัฐ ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.07% รอผลการประชุมโปลิตบูโรในช่วงปลายเดือนนี้ ที่จะกำหนด ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีน ขณะที่หุ้นกลุ่มเทค ฯ จีนปรับลดลง แต่ยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน
  • SET -0.82% ปริมาณการซื้อขาย 16 แสน ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 776 ลบ รายย่อยซื้อ 4,780 ลบ. สถาบันขาย 5,491 ลบ. และต่างชาติขาย 85 ลบ. โดยกลุ่มธนาคาร -3.28% ถูกแรงขาย Sell on Fact แม้ว่ารายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี แต่ยังถูกกดดันจากแนวโน้มสินเชื่อที่ฟื้นตัวช้า และ NIM ที่ชะลอตัว ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย & SME ยังมีแนวโน้มแย่ลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ท่องเที่ยว ก็ปรับลดลง หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดช่องแคบในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุ ฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบวานนี้ +3% ซึ่งเป็นปัจจัยลบกดดันต่อกำไรของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ท่องเที่ยว  โดยเม็ดเงินได้สลับเข้าไปยังกลุ่มปิโตรเคมี +4.8% นำโดย SCC +1.57% หลังช่วงปิดตลาดรายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 1.15 หมื่น ลบ. -33.5% YoY แต่ฟื้นตัว +85% QoQ กำไรดีกว่าคาด +41% ได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของสเปรดปิโตรเคมี ส่วน PTTGC +8.0% จากคาดการณ์กำไร Q2/69 อยู่ที่ 1 หมื่น ลบ.  +211% QoQ และพลิกจากผลขาดทุนในงวด Q2/68  คาดได้ปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินของธุรกิจอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ที่ปรับดีขึ้น  ขณะที่กลุ่มอิเล็ก ฯ +0.7% ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปของสหรัฐ โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างรอการรายงานงบ Q2/69 ของ DELTA ในวันศุกร์ ซึ่ง Consensus คาดกำไรที่ราว 8.2 พัน ลบ. -9.3% QoQ แต่ +77% YoY 

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,630 แนวต้าน 1,645 – 1,650 คาดดัชนีทรงตัวอยู่ในกรอบ รอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector และประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำ & ปิโตรเคมี เช่น PTTEP, PTTGC, IVL, SPRC ที่คาดกำไร Q2 – Q3 ยังขยายได้ดีตามราคาขายผลิตภัณฑ์/ กลุ่มอิเล็ก ฯ DELTA, HANA, KCE หลังความผันผวนของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเริ่มลดลง

 

  • BEM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.30 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้น QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลรับจาก TTW และ CKP เข้ามาตามฤดูกาล ส่วน SG&A ลดลงผ่านการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ปริมาณจราจรบนทางด่วนเฉลี่ยในช่วง 1H69 อยู่ที่ 1 ล้านเที่ยว/วัน (+0.9%YoY) จำนวนผู้โดยสาร MRT เฉลี่ยในช่วง 1H69 อยู่ที่ 420,000 เที่ยว/วัน (+2.1%YoY) โดยโมเมนตัมน่าจะดีขึ้นใน 3Q69-4Q69 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงเปิดเทอมและการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านนโยบายรัฐโครงการตั๋วร่วม EMV ปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าและมาตรการลดค่าทางด่วนจะช่วยกระตุ้นจำนวนผู้โดยสาร ในอนาคตมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม งาน M&E รถไฟฟ้าสีม่วงใต้ และโครงการ double deck ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.96 พันล้านบาท +5%YoY และ 4.11 พันล้านบาท +4%YoY

 

  • STA* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 21.89 บาท) ประเมินแนวโน้มการดำเนินงานของธุรกิจยางในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า ยังมีปัจจัยสนับสนุนทางด้านราคาขาย จากภาวะ Supply ขาดแคลนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในปีเอลนีโญ และชาวสวนที่เปลี่ยนการปลูกจากยางไปเป็นปาล์มแทน ขณะที่มาร์จิ้นมีโอกาสจะสามารถขยับขึ้นได้อีกจาก EUDR ทั้งนี้ ทาง STA* วางเป้าปริมาณการขายยางในปี69 ที่ 6 ล้านตัน จากปี68 ที่1.4 ล้านตัน GPM ที่ราว 8-9% ตลาดคาดกำไรสุทธิของ STA* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 2,257 ลบ.(พลิกกำไรจากขาดทุนสุทธิในปี68 ที่ -1,266 ลบ.) และ 2,489ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 13x, PBV ที่ 0.6x และ Dividend Yield ที่ 4%

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$2.49 อยู่ที่ $86.83 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$3.06 อยู่ที่ $94.07/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีได้ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุ ฯ 5 ลำต้องไปใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซ 

 

Gold Update (+) Comex Gold  ส.ค. +$75.50 ปิดที่ 4,151.90 ดอลลาร์/ออนซ์  โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และได้ปัจจัยหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.05% อยู่ที่ 101.125 และรอผลการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -64.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -2.51 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -51.38 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -10.59 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.654 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +45 จุด อยู่ที่ 2,715

(-) BitCoin เช้านี้  -0.69% อยู่ที่ 65,935 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่4  กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

22 ก.ค.      US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ 

23 ก.ค.      EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  ( ก.ค.)

  EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

24 ก.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

                  US ยอดขายบ้านใหม่  (มิ.ย.)

                 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL, STA*

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้