Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

26

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 21 ก.ค.69 ปิด +6.97 จุด อยู่ที่ 1,652.97 จุด มูลค่าการซื้อขาย 97,960 ลบ.  ต่างชาติขาย 472 ลบ. สถาบันขาย 327 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 265 ลบ. และรายย่อยซื้อ 535 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 371 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,TOP,TRUE,ADVANC,HANA,BCP และยอดขาย KTB,KBANK,SCB,CPALL,CPF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,136 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น FUEFVND01,BDMS,BH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 4,650 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 90,350 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 654 ลบ..

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.74%, S&P500 +0.89%, Nasdaq +1.29% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +2.35% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ +5.2% จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิต เช่น Sandisk +14.3%, Western Digital +12.5%, Micron Tech +12.2% หลังนักลงทุนเริ่มความกังวลต่อเม็ดการลงทุนใน AI ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.15% หลังกลุ่มฮูตีได้ปฏิบัติการปิดช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดง ซึ่งผลกระทบต่อเส้นทางการส่งออกน้ำมันของซาอุ ฯ ส่วนประเด็นข้อตกลงการค้านั้น ปธน.ทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีศุลกากรกับแคนาดาในอัตรา 50% เนื่องจากแคนาดาเลือกปฏิบัติทางการค้ากับสหรัฐ โดยนักลงทุนยังรอการรายงานงบ Q2/69 ซึ่งทาง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 +23.7% YoY และค่ำวันนี้ติดตามการรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมาของ Tesla, Alphabet ส่วนสัปดาห์หน้าติดตามงบของ MSFT, Meta Platform, Apple, Amazon
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.56% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +2.1% นำโดย ASML +4.7%, กลุ่มเหมืองแร่ +1.7% ปรับขึ้นตามราคาทองแดงและทองคำ และพลังงานได้ปัจจัยจากราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ +2.0% หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยสัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ก.ค. ,ผลการประชุม ECB วันที่ 23 ก.ค. ซึ่งตลาดคาด ECB จะยังคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ และการรายงานกำไรกลุ่มธนาครของยุโรป เช่น Banco Santander ของสเปน, BNP Paribas ของฝรั่งเศส     
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ นิเกอิ +3.26% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เริ่มฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ และยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังทหารสหรัฐ 3 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +3.56 ได้แรงหนุนจาก SK Hynix +4.0% และ Samsung Eletronics +6.1% เริ่มฟื้นตัวหลังราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ถูกแรงบังคับขายของเก็งกำไรใน ETF Leverage ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.79% ได้ปัจจัยหนุนจากรัฐบาลจีนเตรียมออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ตามกรอบ 5 – 5.0% หลังข้อมูล GDP จีน Q2/69 ชะลอตัวลงอยู่ที่ 4.3% และยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีนเริ่มฟื้นตัว นำโดย Cambricon Tech +11.6%, SMIC +11.2% และ Eoptolink Tech +7.2%
  • SET +0.42% ปริมาณการซื้อขาย 7 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 265 ลบ รายย่อยซื้อ 535 ลบ. สถาบันขาย 327 ลบ. และต่างชาติขาย 472 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +2.28% นำโดย DELTA +2.37% ส่งผลบวกต่อดัชนี +6.86 จุด ซึ่งเป็นการฟื้นตัวตามกลุ่มชิปในตลาดเอเชียเหนือ หลังราคาหุ้นกลุ่มชิปถูกแรงขายจากความกังวลต่ออุปสงค์อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้มีแรงบังคับขายใน ETF Leverage ที่เก็งกำไรในกลุ่มเทค ฯ ขณะที่กลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และโรงกลั่นก็มีแรงซื้อเก็งกำไรจากคาดการณ์ราคาขายผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดช่องบับเอลมันเดบที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุ ฯ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะ Supply Shortage  ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, นิคมอุต ฯ, โรงไฟฟ้า ก็ได้ปัจจัยหนุนจากเม็ดเงิน Investment Cycle รอบใหม่ หลังสัปดาห์ที่ผ่านนายก ฯ เดินทางเยือนจีน และสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนมูลค่า 7 หมื่น ลบ. จากกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Chang An  Automobile, Innolight Tech, Eoptolink Tech และ Xiaomi  ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลงวานนี้ คือ ธนาคาร -1.60% ถูกแรงขาย Sell on Fact  หลัง SCB รายงานกำไร Q2/69 +9.0 QoQ, -13.1% YoY ดีกว่าคาด +5.0% และ KBANK รายงานกำไร Q2/69  -9.7% QoQ, +6.0% YoY ดีกว่าคาด +7.0% โดยผลประกอบการยังได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี ซึ่งช่วยลดผลกระทบจาก NIM ที่ชะลอตัว และยังต้องระวังคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย & SME ที่ยังผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามการรายงานกำไร Q2/69 ของ SCC 

 

  

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,640 – 1,645 แนวต้าน 1,660 คาดดัชนีอยู่ในกรอบ Sideway Up หลังความผันผวนในกลุ่มเทค ฯ สหรัฐเริ่มลดลง โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector และประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จากมาตราการส่งเสริมการลงทุน เช่น GULF,GPSC,STECON,CK,,AMATA,WHA /กลุ่มปันผล & ปลอดภัย ADVANC,AP,SIRI,BDMS,BCH,CPN,BEM / เก็งกำไรระยะสั้น DELTA,HANA,KCE ตามการฟื้นตัวของกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ

 

  • GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 73.50 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ของ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าปากลาย ช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ในส่วนของการลงทุนทางด้าน data center มีโครงการที่ COD แล้ว 25MW (GSA01 ถือหุ้น 40%) และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 138MW (GSA02 และ GEDC01) ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY

 

  • ERW* (ซื้อเก็งกำไร /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.31 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยรายสัปดาห์ล่าสุด +4%WoW และ วันที่  1-18 ก.ค.69 +18%MoM หนุนจากการปิดภาคเรียนฤดูร้อนของจีนและไต้หวัน ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 ของ ERW* อยู่ที่ 376 ลบ.(+9%YoY, +1% QoQ) มีแรงหนุนจาก RevPAR และ Rate ที่สูงขึ้น ขณะที่การดำเนินงานปกติ 2Q69 คาด YoY ดีต่อเนื่องแต่อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล โดยทาง  ERW* วางเป้ารายได้ +9%YoY โดยแบ่งเป็นการเติบโตของกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดที่ 7% และกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท (Hop Inn) ที่ 14% ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ ERW* จะอยู่ที่ 906 ลบ.(+8%YoY) และ 982 ลบ.(+8%YoY) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ส.ค. +$1.68 อยู่ที่ $84.91 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$1.79 อยู่ที่ $91.01/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีได้ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุ ฯ 2 ลำต้องไปใช้เส้นทางคลองสุเอซ เพื่อเดินทางไปยังอินเดียและจีน ส่วนค่ำวันนี้ EIA จะรายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดลดลง 500,000 บาร์เรล

 

Gold Update (+) Comex Gold  ส.ค. +$60.50 ปิดที่ 4,076.40 ดอลลาร์/ออนซ์  โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันเงินเฟ้อ และเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ผลการประชุมเฟดวันที่ 29 ก.ค. คาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75%

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -17.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -14.01 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ซื้อหุ้นอินโด ฯ  +1.72 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -5.05 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.628 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -1 จุด อยู่ที่ 2,670

(+) BitCoin เช้านี้  +1.74% อยู่ที่ 66,714 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่4  กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

22 ก.ค.      US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ 

23 ก.ค.      EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  ( ก.ค.)

  EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

24 ก.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

                  US ยอดขายบ้านใหม่  (มิ.ย.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL, STA*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้