ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ปรับขึ้นต่อ +6.96 จุด ปิดที่ 1646.00 มูลค่าซื้อขาย 9.3 หมื่นลบ. โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงค์ต่อ
อย่างคึกคัก จากผลประกอบการ 2Q26 มีแนวโน้มดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ (ที่รายงานแล้ว คือ TISCO และ TTB พบว่ากำไรดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ทั้งสองแบงค์) รวมถึงบางแบงค์มีโอกาสจ่ายปันผลเพิ่มด้วย นอกจากนั้นมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำโรงกลั่น หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นรอบใหม่ รวมถึงหุ้นไฟแนนซ์ก็ปรับขึ้นดี นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ +1.8 พันลบ. พอร์ตบล.ซื้อสุทธิ +477 พันลบ. สถาบันในปท.ขายสุทธิ -280 ลบ. ส่วนรายย่อยขายสุทธิต่อ -2.0 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- ภูมิรัฐศาสตร์: กลุ่มฮูตีในเยเมนได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการเปิดแนวรบใหม่ ระหว่างสหรัฐ+อิสราเอล กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางเจรจาสันติภาพ
- ตลาดหุ้นสหรัฐลดลงต่อ จากกังวลสงครามตะวันออกกลาง จับตารายงานผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้ เช่น Alphabet, Intel เป็นต้น สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT ขยับขึ้นต่อเล็กน้อยเป็น 83-89 US$/bbl หลังมีข่าวว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุฯ สัญญาทองคำส่งมอบส.ค.26 ลดลงเล็กน้อย -2.90 US$ เป็น 4,015.90 US$/ออนซ์
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นเป็น 100.96 ส่วนเงินบาทอ่อนเป็น 33.64 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ปี เพิ่มเป็น 4.59% สำหรับดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงตัวที่ 130.40 (ต่า สุด 125.75, สูงสุด 152.25) ดัชนี Baltic Dry Index ร่วงต่อสู่ 2,671 (รอบนี้ต่า สุด 2,490, สูงสุด 3,226)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-กลุ่มโรงพยาบาล: คาดคลินิกพรีเมียมโรงพยาบาลรัฐจะกระทบโรงพยาบาลเอกชนในระยะ 1-2 ปี ข้างหน้าจำกัด เนื่องจากจำนวนคลินิกยังมีไม่มาก แต่ในระยะยาว 5 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญของโรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง เช่น BCH, BDMS (เช่น เครือพญาไท 1-2-3, เครือเปาโล), CHG, THG, PRINC เป็นต้น
-กลุ่มธนาคารพาณิชย์: วานนี้ TTB และ KKP รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ดีกว่าที่เราและตลาดคาด เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียม และ non-NII เพิ่มขึ้นดี คุณภาพสินทรัพย์ยังบริหารจัดการได้ ทาง TTB มีโอกาสที่จะจ่ายปันผลเพิ่ม ถ้าไม่ได้ทำโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่ม ซึ่งคาดว่าจะทำให้ DY เพิ่มจาก 5% เป็น 6% ส่วน KBANK ที่รายงานกำไร 2Q26 เช้าวันนี้มีกำไรดีกว่าที่เราคาดไว้เช่นกัน
กลยุทธ์: เฟ้นซื้อหุ้นดีที่ยังไม่แพงและมี Upside...และควรระวังการแกว่งตัวของหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก…สัญญาณระยะสั้นเป็นบวก โดยดัชนียังยืนเหนือ SMA10 ได้มั่นคง แต่ควรระวัง sell on fact โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา ระยะสั้นให้แนวรับไว้ที่ 1640, 1630-1620, 1615-1600 ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1650, 1660-1670, 1680 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: CPN : ธุรกิจให้เช่าพื้นค้าปลีกยังแข็งแกร่ง และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีมาก อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยยังสูงกว่า 90% หนุนโดย OR ที่สูงของศูนย์การค้าใหม่ เช่น Central Park และ Central Krabi, มีผลบวกจากการรีโนเวทศูนย์การค้าเดิม, ประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น, การควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น และมี operating leverage จากการขยายสาขา เรายังคงมีมุมมองบวกในระยะกลาง-ยาวกับ CPN จากการที่บริษัทมีแผนขยายธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 74.25 บาท (DCF)
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829