Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

30

 

แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ อัปเดตการลงทุนในภูมิภาคจาก Fund Flow
-แรงขายจากต่างชาติในตลาดหุ้นเอเชียเหนือยังคงหนาแน่น
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายสุทธิรวม 8,770 ล้านดอลลาร์ โดยแรงขายเพิ่มขึ้นจากระดับ 7,763 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ก่อนหน้าเล็กน้อย
ทั้งนี้แรงขายส่วนใหญ่มาจากตลาดหุ้นเอเชียเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นไต้หวัน ที่แรงขายเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 สู่ระดับ 8,760 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นแรงขายรายสัปดาห์ที่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่เราเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2000 ขณะที่แรงขายในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ชะลอลงสู่ 457 ล้านดอลลาร์ ในทางตรงกันข้ามตลาด TIP กระแสเงินลงทุนยังคงไหลเข้าต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยไหลเข้าทั้งสามตลาด ได้แก่ ตลาดหุ้นไทย (+408 ล้านดอลลาร์) ฟิลิปปินส์ (+14 ล้านดอลลาร์) และอินโดนีเซีย (+25 ล้านดอลลาร์) ซึ่งแรงซื้อที่เข้ามาในตลาดหุ้นอินโดนีเซียในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติครั้งแรกในรอบ 10 สัปดาห์
-ภาพรวมรายอุตสาหกรรม
จากการประเมินพฤติกรรมการซื้อขายผ่าน Volume Flow Index ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบสัญญาณการสะสมหุ้นที่ชัดเจนเพียง 1 อุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ในตลาดหุ้นไทยและไต้หวัน
สำหรับแนวโน้มเซคเตอร์เด่นของไทยในสัปดาห์นี้ เราประเมินว่ากลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มธนาคาร และกลุ่มสื่อสารมีแนวโน้มปรับตัวได้โดดเด่นกว่าตลาด
-เกาหลีใต้ยังเสี่ยงผันผวน ขณะที่ตลาด TIP ได้แรงหนุนจาก Fund Flow
แม้แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะเริ่มชะลอลง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่เรายังมองว่าความเสี่ยงที่ตลาดจะผันผวนยังไม่หมดไป เนื่องจากการใช้ Leverage และการถือครองหุ้นที่กระจุกตัว (Crowded Trade) ในหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง
ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นกลุ่ม TIP ยังคงได้รับกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ทั้งไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย สะท้อนว่ากระแสเงินทุนเริ่มกระจายออกจากตลาดที่มี Positioning ค่อนข้างตึงตัว มายังตลาดที่มีระดับการถือครองที่ผ่อนคลายกว่า โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ยังเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคที่รักษาสถานะกระแสเงินทุนสะสมตั้งแต่ต้นปีเป็นบวก


-ประเมินแนวโน้มดัชนี SET จาก Market-Timing Indicator
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น 1.6% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิกว่า 900 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนี SET ทะลุระดับ 1,620 จุด ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
เราประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มยืนระยะได้ดี แม้ตลาดการเงินโลกอาจเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากดัชนี Composite Short-Term ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้องค์ประกอบย่อยอย่าง Short-Term Bull-to-Bear Index จะเข้าสู่เขต Overbought แล้ว แต่ Short-Term Momentum Strength Index ยังคงมีพื้นที่ให้ปรับตัวขึ้นได้เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ดัชนีชี้วัดการกระจายตัวของการปรับขึ้นของหุ้นในระยะกลาง หรือ Medium-Term Market Breadth เพิ่มขึ้นจาก 55% เมื่อสองสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 66% ในปัจจุบัน สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดเริ่มกระจายตัวไปยังหุ้นในวงกว้างมากขึ้น และบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังคงปรับตัวดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นแรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างให้แก่ดัชนี SET ในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม หุ้นบางกลุ่มอาจเผชิญแรงขายทำกำไรเป็นระยะ หลังดัชนี Composite Medium-Term เริ่มเคลื่อนเข้าใกล้เขต Overbought แต่เราคาดว่าแรงกดดันดังกล่าวจะนำไปสู่เพียงการพักฐานระยะสั้น มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับทิศของแนวโน้มตลาด
เราประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคมถึง 3 สิงหาคม ไว้ที่ 1,590–1,680 จุด


สรุปภาพตลาดวานนี้ ธนาคารดันตลาดต่อ หลังงบ TTB ออกมาดีกว่าคาด หุ้นบวกแรง และกลุ่มธนาคารอื่นๆ ได้แรงหนุนเชิง Sentiment ตาม นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานที่เป็น Flow Rotation เข้ามา ยังเห็นมีแรงซื้อในหลายหุ้น เช่น PTT PTTEP


แนวโน้มตลาดวันนี้ Battle royale
กลยุทธ์การหมุนกลุ่มรอบนี้ แนะนำ ขายทำกำไรหุ้นธนาคารที่ราคาขึ้นต่อเนื่องมาจากเดือน มิ.ย. ถึงตอนนี้ ก.ค.บวกดีกว่าดัชนี โดยคาดราคาหุ้นธนาคารจะปรับฐาน-รับไม้ต่อจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่โดน เช็คบิล
กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ รอบนี้หลังจากราคาไหลลงมาเซ็ตตัวได้ที่ เราใช้กลยุทธ์ ศึกตัดสิน (Battle Royale) เพื่อหาหุ้นยืนหยัดเป็นตัวสุดท้าย ของกลุ่มระหว่าง พลังงานต้นน้ำ PTTEP PTT โรงกลั่น TOP BCP SPRC และ ปิโตรเคมี PTTGC SCC IVL IRPC
ราคาหุ้นโรงกลั่นที่บวกแรงแซงโค้ง เราคิดว่าผู้เล่นต่อ จะไม่กล้าไล่ราคา และคาดหันไปซื้อหุ้นตัวตามที่ Laggard: ด้วย
1) ค่าการกลั่นที่บวกแรง พุ่งสูงแท่งเขียวแปดเมตร มีแนวโน้มจะยืนระยะได้ไม่นาน และการปรับสมดุลจะเกิดขึ้น แม้ว่าอุปทานหดตัวจริงตามเหตุการณ์ความไม่สงบจากสงคราม ตะวันออกกลาง, รัสเซีย จะปะทุ แต่ราคาที่แพงเกินไปในที่สุด กำลังซื้อจะลดลงตามกลไลราคา
2) เมื่อราคาหุ้นโรงกลั่นพุ่งขึ้นตามค่าการกลั่น จะเร่งให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าออกขายเพื่อโกยกำไร และการเดินกำลังการผลิตแบบเต็มร้อย มีแนวโมจะทำให้ผลพลอยได้จากการกลั่น เช่น นาฟทา เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว กดดันให้ต้นทุน PTTGC SCC ปรับลงตามกลไกราคา
กลยุทธ์จึงคาดว่าผู้ที่เล่นหุ้นโรงกลั่นนำขึ้นไปก่อนหน้า จะมองเห็นโอกาสในการขายทำกำไรแล้วนำกำไรมาหมุนเข้าหุ้น ปิโตรเคมี รวมถึงหุ้นพลังงานต้นน้ำ PTTEP PTT PTTGC IRPC SCC
นอกจากหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์หลักที่น่าจะเล่นดี คาดว่า Soft commodity อย่าง CPF BTG TFG GFPT TVO จะดักเงินหมุนเข้าตามโมเมนตั้มกำไรที่ ฟื้นตัวครึ่งหลังดีกว่าครึ่งแรก จากภาวะอุปทานหดตัวจาก จีนที่กำลังจะเผชิญภัยธรรมชาติฤดูกาล ที่รอบนี้น่าจะหนัก จากน้ำท่วมน้ำหลาก ร้อนและแล้งจัด ขณะที่ต้นทุนในการผลิต จากราคา ข้าวโพด กากถั่วเหลือง ที่นำเข้ามีแนวโน้มถูกลง

 

กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค โครงสร้างราคา: SET Index price pattern “Higher High & Higher Low” เกิดขึ้นในกรอบเวลาระยะสั้น-กลาง พยายามประคองตัวยืนเหนือแนวรับจิตวิทยาสำคัญที่ 1,600 จุด ได้อย่างมั่นคง
Dynamic Support: เส้น EMA 10 & 25 วัน ทำหน้าที่เป็นแนวรับไดนามิก (Dynamic Support) ที่แข็งแกร่ง! ทุกครั้งที่ดัชนีย่อตัวลงมา จะเริ่มมีแรงซื้อดันกลับสลับขึ้น มาเสมอ
MACD: ยืนเหนือแกนศูนย์ (Zero Line) ในกราฟรายวันและรายสัปดาห์ บ่งชี้ฝั่งซื้อยังคงเป็นผู้ควบคุมตลาดในรอบนี้
Target Wave 5: หากคลื่น 5 นี้วิ่งเต็มขยาย (Extension) หรือวิ่งตามสัดส่วน Fibonacci channel ระดับปกติตามแรงส่ง คาดหวังมีโอกาสลุ้นตามสัดส่วน 61.8% ถึง 78.6% แนวต้าน จะอยู่บริเวณ 1,650 และ 1,700 จุด
แนวรับ: 1,625 จุด ยกระดับขึ้น….ห้ามหลุด เพื่อรักษาทรงขาขึ้นที่สมบูรณ์
จัดทัพเลือกหุ้น: แกนหลัก GULF, AOT, PTT, ADVANC, TRUE, IVL ทรงกราฟแข็งแกร่ง วอลุ่มแน่น สะสมเพื่อ "รันเทรนด์ยาว"
กลุ่มฟื้นตามผู้นำ MTC, BBIK, OSP ผ่านช่วงขาลง สร้างฐานออกข้างเสร็จและเพิ่งทะลุ EMA 200 วัน ทำให้ Upside เปิดกว้าง
Note: ติดตามการประกาศงบการเงินไตรมาส 2Q26 ของหุ้นรายตัว เนื่องจากอาจมีหุ้นบางตัวเช่น DELTA ที่ส่งสัญญาณเสี่ยงหลุดแนวรับ ที่อาจเข้ามากระทบ Sentiment ตลาดระยะสั้น แนะนำโฟกัสหุ้นที่กราฟแข็งแกร่งและวอลุ่มซัพพอร์ตชัดเจนเป็นหลักครับ (อ่านต่อหน้า 12)


What to watch โดรนยูเครนถล่มคลังสินค้า-คลังน้ำมันในรัสเซีย ดับ 7 ราย บาดเจ็บอื้อ เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) ว่า การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนหลายระลอกในช่วงข้ามคืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน หลังคลังสินค้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียตกเป็นเป้าโจมตี ขณะที่คลังน้ำมันในเขตรอบกรุงมอสโกเกิดเพลิงไหม้จากซากโดรนที่ตกลงมา
สหรัฐฯ เปิดโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หลังทหาร 2 นายเสียชีวิตจากเหตุโจมตีในจอร์แดน ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อเดือนก่อนล่มลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจบานปลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
อินเดียขึ้นภาษีส่งออกดีเซล-เชื้อเพลิงอากาศยาน รับมือตลาดเชื้อเพลิงโลกตึงตัว
ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติของจีน (National Climate Center) เตือนว่า จีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมและคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นในเดือนสิงหาคม โดยคาดว่าปริมาณน้ำฝนจะสูงกว่าระดับปกติในภูมิภาคทางตอนเหนือ ตะวันออก และตอนใต้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทั่วบริเวณลุ่มน้ำสายหลักหลายแห่ง
ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติฯ ระบุว่า บริเวณลุ่มแม่น้ำไห่ ซึ่งเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงพื้นที่ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญทางตอนเหนือ และลุ่มน้ำไข่มุกตอนล่าง ทางตอนใต้ของจีนนั้น คาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากถึง 50% และมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรง
นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังคาดการณ์ว่า คลื่นความร้อนจะแผ่ปกคลุมพื้นที่หลายแห่งของประเทศ รวมถึงพื้นที่ที่มีประชากรหน่าแน่นตามแนวชายฝั่งตะวันออกและบางส่วนของภูมิภาคตอนกลาง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ความต้องการใช้พลังงานพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนเปิดเครื่องปรับอากาศกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความชื้นสูงอันเนื่องมาจากฝนที่ตกหนักก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความร้อนสูงขึ้นด้วย
คูเวตเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกใหม่ในช่วงเช้าวันนี้ (18 ก.ค.) ส่งผลให้ทางการต้องระงับการขึ้นลงของเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวตเป็นการชั่วคราว พร้อมเร่งรับมือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งสำคัญ
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีลงโทษบราซิล 25% เริ่ม 22 ก.ค. นี้ ชี้ทำการค้าไม่เป็นธรรม กระทบน้ำตาล เครื่องจักร สินค้าเกษตร


หุ้นแนะนำวันนี้
CPF งบไตรมาส 2 นี้จะเป็นช่วงที่ต่ำที่สุดของปี เมื่อผ่านไปแล้วกำไรครึ่งปีหลังที่ดีขึ้นจะมาจาก ต้นทุนที่ลดลง, ภัยพิบัติในจีน ทำให้อุปทานลดลง, ราคาหมู ไก่ ในประเทศราคาดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศ
แนวรับ 21.5 ต้าน 22.5/23 Stop loss 21

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

Quantitative Strategy SET ทะลุ 1,620 จุด เหนือความคาดหมาย
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หนุนจากการแสเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนต่างชาติกว่า 900 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,620 จุด ซึ่งเหนือความคาดหมายของเรา เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังยืนได้ดี ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก ดัชนี Composite Short-term ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสองสัปดาห์ก่อนหน้า หนุนจากการปรับขึ้นของทุกองค์ประกอบย่อย อันได้แก่ ดัชนี Short-term Bull-to-Bear ที่เพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 71% ขณะที่ดัชนี Short-term Momentum ปรับขึ้นจาก 14.7 จุด สู่ 22.3 จุด ทั้งนี้ดัชนี Composite Short-term ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องชี้ว่าดัชนี SET จะยังคงยืนได้ดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค นอกจากนั้น ดัชนีชี้วัดการกระจายตัวของการปรับขึ้นของหุ้นระยะกลาง (Medium-term Market Breadth) ปรับขึ้นจากระดับ 55% ในสองสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 66% ในปัจจุบัน ชี้ว่าบรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างของดัชนี เราประเมินกรอบการแกว่งตัวของ SET ที่ระดับ 1590-1680 จุดในช่วงวันที่ 21 ก.ค.-3 ส.ค.

Commodities Tracker
GRM ยังเด่น แต่ถึงเวลาสลับมาเก็บหุ้นปิโตรเคมี
แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลายหลังการเปิด ช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง ทำให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานลดลง
ราคาน้ำมันดิบ ปรับขึ้นต่อ โดย Dubai เพิ่ม 9.34 ดอลลาร์/บาร์เรล WoW มาอยู่ที่ 77.5 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานในช่วงความขัดแย้งตะวันออกกลาง แม้การเปิด Hormuz จะช่วยเพิ่มอุปทาน แต่หากความตึงเครียดกลับมารุนแรงอีกครั้ง ก็มีโอกาสผลักดันราคาพลังงานกลับขึ้นได้

ค่าการกลั่น (Singapore GRM) ยังแข็งแกร่ง โดยเพิ่มเป็น 25.89 ดอลลาร์/บาร์เรล (+5.58 ดอลลาร์ WoW) จาก Crack Spread ที่ขยายตัวแทบทุกผลิตภัณฑ์ ทั้ง Jet Fuel, Diesel และ Gasoline อย่างไรก็ตาม เรามองว่าปัจจัยบวกดังกล่าวสะท้อนในราคาหุ้นโรงกลั่นไปพอสมควรแล้ว

ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี (Chemical Spread) ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เพราะต้นทุน Naphtha เพิ่มเร็วกว่าราคาผลิตภัณฑ์ โดย Ethylene, Propylene, HDPE และ PP อ่อนตัวลง WoW แต่เรามองว่าเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นปิโตรเคมี หลังราคาหุ้นยังปรับขึ้นน้อยกว่ากลุ่มโรงกลั่น ขณะที่ธีมการฟื้นตัวของ PET Cycle ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ราคาถ่านหิน ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ 132.2 ดอลลาร์/ตัน จากแรงซื้อในเอเชีย ขณะที่ ค่าระวางเรือเทกอง ยังทรงตัวในระดับสูง โดยดัชนี Supramax ปรับขึ้นต่อ สะท้อนแรงหนุนจากอุปสงค์ตามฤดูกาล ส่วน ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดลงเล็กน้อย 2% WoW
Fundamental view: ราคาหุ้นโรงกลั่นได้สะท้อน GRM ที่แข็งแกร่งไปมากแล้ว ดังนั้น มองว่าหุ้นปิโตรเคมีเริ่มมีความน่าสนใจกว่า เพราะราคาหุ้นยัง Laggard เรามองว่าหุ้นเด่นในช่วงนี้คือ IVL และ PTTGC จากโอกาสฟื้นตัวของวัฏจักรปิโตรเคมี
ขณะที่ฝั่งเดินเรือยังสามารถ Trading ได้ตามโมเมนตัมค่าระวางที่แข็งแกร่งในช่วง High Season

 


Energy
(Tactical Idea)
Switching จาก TOP สู่หุ้นปิโตรเคมี
เราแนะนำ Switch จาก TOP (ล็อคกำไร) ไป IVL และ PTTGC หลังราคาหุ้นโรงกลั่นปรับขึ้นแรงจนสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่หุ้นปิโตรเคมียัง Laggard และมีโอกาสเกิด Valuation Catch-up ตามการฟื้นตัวของวัฏจักรปิโตรเคมี
โดยในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา TOP ปรับขึ้นถึง 26% ขณะที่ IVL และ PTTGC เพิ่มขึ้นเพียง 7-8% เท่านั้น โดย เรามองว่าราคาหุ้น TOP ปัจจุบันสะท้อน Effective GRM ราว 16 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงกว่าสมมติฐานเฉลี่ยปี 2026 ที่ 14 ดอลลาร์/บาร์เรล ไปแล้ว ขณะที่ราคาหุ้น IVL ยังสะท้อน PET Spread เพียง 130 ดอลลาร์/ตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปีนี้ที่ 170 ดอลลาร์/ตัน และ PTTGC สะท้อน HDPE Spread เพียง 360 ดอลลาร์/ตัน เทียบกับค่าเฉลี่ย YTD ที่ 390 ดอลลาร์/ตัน จึงยังมี Upside หาก Spread ฟื้นตัวตามคาด
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐ หลัง กบง. มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่นของน้ำมันดีเซล 1.40 บาท/ลิตร ในช่วง 9-29 ก.ค. 2026 ซึ่งเราประเมินว่าจะกระทบประมาณการกำไรปี 2026 ของกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ BCP -3%, IRPC -11%, SPRC -4% และ TOP -1% แม้ผลกระทบต่อ TOP จะไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็น Overhang จากความเสี่ยงด้านการแทรกแซงที่ยังมีอยู่



รายงานผลประกอบการวันนี้

TTB
ธนาคารทหารไทยธนชาต

 


(+) TTB รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.5 พันล้านบาท (+10% YoY, +7% QoQ) ขึ้นทำจุดสูงสุดรายไตรมาส สูงกว่าเราคาด 9% (และสูงกว่าตลาดคาด 7%) จาก NIM และกำไรจากเงินลงทุนดีกว่าคาด ปัจจัยบวกที่เราเห็นในไตรมาสนี้ คือรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย, NIM และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีกว่าคาด ส่วนปัจจัยลบที่เราเห็นคือสินเชื่อยังฟื้นตัวช้าในไตรมาสนี้ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น QoQ โดย TTB จากการตั้งสำรองส่วนเพิ่ม 1.1 พันล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งก็ทำให้ loan-loss coverage ratio ก็ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 157% ณ สิ้น 2Q26 ขณะที่ NPLs/loans ratio ทรงตัวที่ 2.93% ณ สิ้น 2Q26 แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q26 จะทรงตัว YoY และ QoQ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ของ TTB ขึ้น 10% สะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐาน NIM และรายได้ค่าธรรมเนียมขึ้น แต่เราประเมินว่า valuation ของ TTB แพงกว่ากลุ่มธนาคารอยู่มาก เราจึงยังแนะนำขาย

 

 

KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

 

(+) KKP รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 2.1 พันล้านบาท (+51% YoY, +9% QoQ) ขึ้นทำจุดสูงสุดรายไตรมาส สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 18% จากรายได้ค่าธรรมเนียม, NIM และขาดทุนจากการขายรถยึดดีกว่าคาด โดยเราเห็นรายได้ค่าธรรมเนียม 2Q26 เติบโตถึง 28% YoY และ 16% QoQ หนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและตลาดทุนเติบโต ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ก็ฟื้นตัวดีขึ้น QoQ เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26 จะปรับเพิ่มขึ้นถึง 23% YoY (สินเชื่อ, รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต และขาดทุนจากการขายรถยึดลดลง) แต่ลดลง 3% QoQ (แนวโน้มค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นบ้าง QoQ) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 20% จากการปรับเพิ่มสมมติฐานสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังคาด dividend yield ได้กว่า 6% แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 130 บาท

 



วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้