Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ประเมินกำไรกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม มีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 70 และการประเมินมูลค่าน่าสนใจ แนะนำ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” เลือก BTG เป็นหุ้น Top pick

57

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (30 มิถุนายน 2569 )-----ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ยช่วงสัปดาห์ของวันที่ 22 มิ.ย.69 ปรับขึ้น 3% wow (+2 บาท/กก.) เป็น 68.5 บาท/กก. ตามข้อมูลของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ (SRAT) ส่วนราคาสุกรทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ขึ้นไปแตะระดับ 70 บาท/กก. ถึงแม้ว่าราคาตามประกาศจะสูงขึ้น แต่ราคาซื้อขายจริงกลับต่ำกว่า เพราะการไหลทะลักเข้ามาของเนื้อสุกรจากห้องเย็นกดดันตลาด อย่างไรก็ตาม การบริโภคเนื้อสุกรยังคงแข็งแกร่ง และราคาขายสุกรถือว่ายังทรงตัวได้ดี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ของรัฐบาล

ส่วนราคาสุกรมีชีวิตในเวียดนามยังปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยลดลงอีก 2-3% wow มาอยู่ที่ประมาณ 62,500-66,500 ดอง/กก. ซึ่งเป็นผลมาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นในประเทศ แรงกดดันจากการนำเข้า และการบริโภคที่อ่อนตัวหลังช่วงเทศกาล Tet อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในเวียดนามยังคงทำกำไรได้ที่ระดับราคานี้ เพราะต้นทุนการผลิตคาดว่าจะอยู่ที่ 48,000-55,000 ดอง/กก.

ขณะเดียวกัน ราคาสุกรในจีนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย wow เป็น 9-10 หยวน/กก. ในสัปดาห์ของวันที่ 22 มิ.ย. ที่สำคัญ ราคาขายล่วงหน้าในไตรมาส 3/69 ตามข้อมูลของ CPF อยู่ที่ 10-11 หยวน/กก. แสดงให้เห็นว่าราคากำลังค่อยๆฟื้นตัว แต่หากเทียบกับเดือนพ.ค. 69 ราคาสุกรในจีนจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% mom หลังจากลดลงถึง 10% mom ในเดือนเม.ย. 69

 

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า ราคาไก่เนื้อในประเทศไทยยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาในสัปดาห์ของวันที่ 22 มิ.ย. 69 เพิ่มขึ้น 5-6% wow มาอยู่ที่ 39 บาท/กก. เนื่องจากการบริโภคในประเทศฟื้นตัว และแนวโน้มการส่งออกดีขึ้น นอกจากนี้ การรับมือผลกระทบจากโรค Newcastle ทำได้ดีกว่าช่วงการระบาดของไข้หวัดนก จึงทำให้การส่งออกกลับสู่ภาวะปกติ และทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากไฮซีซันของการส่งออกในไตรมาส 3/69 ซึ่งจะช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินในประเทศที่สะสมมาในช่วงต้นเดือนมิ.ย.69 เมื่อสินค้าบางส่วนไม่ผ่านมาตรฐานการส่งออกเนื้อสัตว์

ส่วนด้านต้นทุน ราคาอาหารสัตว์ในเดือนพ.ค. 69 ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยราคาข้าวโพดปรับเพิ่มขึ้นอีก 9% มาอยู่ที่ประมาณ 12 บาท/กก. (เทียบกับประมาณ 11 บาท/กก. ในเดือนเม.ย. 69) จากข้อจำกัดด้านอุปทานตามฤดูกาล แต่ราคากากถั่วเหลืองทรงตัว mom ที่ประมาณ 16 บาท/กก. และต่ำกว่าราคาสูงสุดในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 69 ที่ 16.8 บาท/กก.

ขณะที่ราคาปลาป่นเกรด 2 เพิ่มขึ้น 4% wow มาอยู่ที่ประมาณ 49 บาท/กก. ในสัปดาห์ของวันที่ 22 มิ.ย. 69 โดยแม้ว่าต้นทุนอาหารสัตว์ช่วงนี้จะเพิ่มสูงขึ้น แต่คาดว่าราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองจะอ่อนตัวลง qoq ในช่วงปลายไตรมาส 3/69 หลังผลผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว และอุปทานธัญพืชในตลาดโลกอยู่ในระดับสูงจนถึงปลายปี 69 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรของกลุ่ม

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงคำแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่ม F&B ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสุกรและไก่เนื้อ จากราคาสุกรที่แข็งแกร่งในไทย แม้จะมีความกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาด ราคาไก่เนื้อที่สูงขึ้นจากการบริโภคภายในประเทศและอุปสงค์การส่งออกที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลงในช่วงปลายไตรมาส 3/69 และการฟื้นตัวของกำไรจะเห็นได้ชัดขึ้นในปี 70

ปัจจุบัน กลุ่ม F&B ไทยซื้อขายที่ Forward P/E 12 เดือน เพียง 7.4 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี แต่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจอยู่ที่ 5-6% และ ROE ประมาณ 18-19% ในปี 69-70 ส่วน Top pick ยังคงเป็น BTG เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายเนื้อสุกรในประเทศสูงที่สุด ตามด้วย TFG ซึ่งเป็นตัวเลือกถัดไป เพราะมี operating leverage สูง และธุรกิจสัตว์บกครบวงจรเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ทั้งสองบริษัทได้ลดสัดส่วนธุรกิจสุกรมีชีวิตที่มีความผันผวน

ปัจจัยที่จะช่วยหนุนกลุ่ม F&B ได้แก่ ราคาเนื้อสัตว์ที่สูงกว่าคาด การบริโภคที่กลับมาฟื้นตัว และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง ขณะที่ downside risk จะมาจากต้นทุนโลจิสติกส์และต้นทุนอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งอุปสงค์ที่อ่อนตัวกว่าคาด

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้