Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

34

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 5 มิ.ย.69 ปิด -12.19 จุด อยู่ที่ 1,582.60 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,946 ลบ. ต่างชาติขาย 1,357 ลบ. สถาบันขาย 329 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 42 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,645 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,528 ลบ. โดยซื้อ BH,SCC,KBANK,SCGP,THAI และขาย DELTA,KTB,ADVANC,BBL,TRUE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,272 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CPN,DELTA,BDMS โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 16,070 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 89,597 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,647 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.35%, S&P500 -2.64%, Nasdaq -4.18% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -5.8%, สินค้าฟุ่มเฟือย -2.4% หลังข้อมูลตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ พ.ค. เพิ่มขึ้น 172,000 สูงกว่าคาดที่ 85,000 ตำแหน่งงาน , อัตราว่างงานทรงตัวที่ 3% ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 42.7% ที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. ขณะที่การเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ – อิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุป โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Nvidia -6.2%, Intel -11.3% และ Broadcom -7.9% ส่วนกลุ่มคริปโทฯ Coinbase -7.1%, Strategy -6.9% หลังราคา Bitcoin -4.1% อยู่ที่ $60,979 สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.32%, S&P -2.59% และ Nasdaq -4.7% WoW ปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มเทค ฯ สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม US CPI พ.ค. คาด 4.2% & เม.ย. 3.8% YoY, วันพฤหัส US PPI พ.ค., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และวันศุกร์ ม.มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เบื้องต้น มิ.ย., SpaceX เข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ
  • ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 -0.29% และ -0.50% WoW จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -2.9% นำโดย Infineon -9.1%, Schneider Electric -4.5% ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ ขณะที่กลุ่มการเงิน -0.8% หลังกองทุน Private Equity บางแห่งได้จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุน โดยนักลงทุนกังวล ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. หลัง CPI ยูโรโซน พ.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 2% & เม.ย. อยู่ที่ 3.0% YoY สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
  • ตลาดหุ้นเอชีย MSCI Asia Pacific X Japan -1.86% WoW นำโดย Kospi เกาหลีใต้ -3.7% WoW จากแรงขายทำกำไร Samsung Electronic, SK Hynix ที่ปรับลดลงตามกลุ่มชิปของสหรัฐ หลังนักลงทุนผิดหวังกับผลประกอบของ Broadcom ในช่วง Q2 ที่ผ่านมา ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.0% WoW จากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของจีน และดัชนีหุ้นอินโด ฯ JCI -8.7% WoW ถูกกดดันจากค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่า จากความกังวลต่อสถานะการคลังของรัฐบาลที่ถูกกดดันจากต้นทุนราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นมาก ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันอังคารติดตาม ตัวเลขส่งออก – นำเข้าจีน พ.ค., วันพุธ CPI & PPI จีน พ.ค.
  • SET +0.91% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 35 หมื่น ลบ. +21.4%WoW ต่างชาติซื้อ 5,767 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 2,484 ลบ. สถาบันขาย 1,598 ลบ. และรายย่อยขาย 9,172 ลบ. WoW ได้ปัจจัยหนุน Fund Flow ของต่างชาติ หลัง ตลท.ได้เดินทางไป Road Show ที่อังกฤษ & ฮ่องกง ส่งผลให้มีเม็ดเงินใหม่สนใจเข้าลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของไทย เช่น GULF, ADVANC รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง & นิคมอุต ฯ ที่ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินของ FDI ที่สนใจลงทุนในอุต ฯ New S Curve ของไทย เช่น กลุ่มดิจิทัล, Data Center, พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ ขณะที่กลุ่มขนส่ง & ท่องเที่ยวก็เริ่มฟื้นตัวตามรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินเข้าไทยที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 2 สัปดาห์ กอปรสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีสัญญาณลดความรุนแรง จากท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ที่ต้องการใช้วิธีทางการทูตเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน อย่างไรก็ตามล่าสุดอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล หลังอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีศูนย์บัญชากลางของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุด ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI Futures เช้านี้ +2.25% อยู่ที่ $92.58/บาร์เรล ส่วนหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือเช้านี้ปรับลดลง หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ พ.ค. สูงกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ วันอังคาร ผลการประชุม ครม.และข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ / วันพุธ รัฐบาลร่วม กกร.หาแนวทางผ่อนคลายกฏระเบียบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุน

 

Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,560 – 1,570 แนวต้าน 1,590 – 1,600 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวจากคาดการณ์เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งมีผลกระทบต่อ Fund Flow ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ กอปรกับยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน GULF,BGRIM, AMATA,WHA,STECON,CK,BBL,KBANK และพักเงินบางส่วนในกลุ่มปลอดภัย BH,BDMS,PR9,BLA,TLI / เก็งกำไรธีม World Cup เช่น CPALL,MINT,CENTEL,ADVANC,TRUE

 

  • WHAUP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.90 บาท) แนวโน้มกำไรปี 69 มีปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำในกลุ่มลูกค้า Data Center โดยบริษัทคาดรายได้ค่าธรรมเนียมการความพร้อมในการจัดหาหรือสำรองน้ำ (Capacity Charge) ในปี 69 ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท (เทียบปี 68 จำนวน 425 ล้านบาท) ขณะที่คาดการณ์ปริมาณการขายน้ำในปี 69 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการใช้ของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ 2Q69 คาดกำไรปกติดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าเก็กโค่-วันกลับมาเดินเครื่องหลังจากปิดซ่อม และมี coal inventory loss ลดลง ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 45 พันล้านบาท +44%YoY และ 1.69 พันล้านบาท +17%YoY

 

  • CHG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 248 ลบ.( +10%YoY, +10%QoQ) โดยในเชิงรายได้มีปัจจัยหนุนจากรายได้โครงการสวัสดิการภาครัฐฯที่ +8%YoY เป็นผลจากรายได้ UCEP  โรคซับซ้อน และ บริการเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ, มะเร็ง, การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น เราคาดว่าจะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ในภาพ YoY จะสามารถเป็นบวกได้ต่อ โดย 2Q68 มีฐานต่ำจากจำนวนเงินรับจริงต่ำกว่าที่ Accrual ไว้ของ 26 โรคเรื้อรังราว -73 ลบ.จากการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของผู้ประกันตน นอกจากนี้ คาดว่ารายได้โรคซับซ้อนจะทยอยบวกได้ต่อ YoY ตามที่เห็นใน 1Q69 ปัจจุบัน เรางประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ CHG อยู่ที่ 1,037 ลบ. ( +12%YoY )  และ  1,121 ลบ.( +8%YoY ) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ค. -$2.50 อยู่ที่ $90.54 / บาร์เรล, Brent ส.ค. -$1.94 อยู่ที่ $93.09/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +3.64%, Brent +1.18% WoW หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนที่เป็นพันธมิตรของอิหร่าน กอปรกับอิหร่านได้ยิงตอบโต้ไปที่คูเวต & บาร์เรน หลังสหรัฐได้ยิงโจมตีไปที่เกาะเกซม์ใกล้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การเจรจาข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ – อิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนเช้านี้ WTI +2.25% อยู่ที่ $92.58/บาร์เรล หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลอีกครั้ง หลังอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

 

Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$139.70 ปิดที่ 4,365.30 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ พ.ค. เพิ่มขึ้น 172,000 สูงกว่าคาดที่ 85,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้เฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. ซึงเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ  

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -248.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +175.6 ล.ดอลลาร์ ขายหุ้นอินโด -410.7 ล.ดอลลาร์ ขายหุ้นฟิลิปปินส์ -13.8 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 32.79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.554 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -56 จุด อยู่ที่ 2,981

(+) BitCoin เช้านี้  +4.61% อยู่ที่ 63,577 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

10 มิ.ย.     ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

สัปดาห์ที่2 ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์

                สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและ

อัพเดตสถานการณ์ลงทุน

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ

เชื่อมั่นหอการค้าไทย

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

 

 

ต่างประเทศ

09 มิ.ย.     US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  ( พ.ค.)

10 มิ.ย.     US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( พ.ค.)

                US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

11 มิ.ย.     EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  (มิ.ย.)

                EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป

                US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (เดือนต่อเดือน) ( พ.ค.)

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้