Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

189

 

 

สงคราม เงินเฟ้อ ภาษี... 3 สิ่งต้องจับตา


HORIZON MARKET VIEW
แรงกดดันเริ่มเข้ามา เสี่ยงเพิ่มระดับความผันผวนให้กับตลาดหุ้นจาก 3 ปัจจัยหลักๆรายละเอียดดังต่อไปนี้
• สงครามตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น จากการปะทะใหม่ระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน และยังมีประเทศที่ 3 อย่างคูเวต บาห์เรน ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย จึงผลักราคาดิบ BRENTขยับขึ้นจาก $92 เป็น $97 ต่อบาร์เรล
• เงินเฟ้อโลกยังมีแนวโน้มสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยล่าสุดเงินเฟ้อทั่วไปยุโรปเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น +3.2%YOY ตามคาด ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของยุโรปล่าสุดอยุ่ที่ -1.2% ขณะที่การประชุม ECB ในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ CONSENSUSคาด ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 BPS. สู่ระดับ 2.25%
• สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าใหม่กับ 60 ประเทศคู่ค้า (รวมไทย) ภายใต้ SECTION 301

 


REGION RADAR
• บริษัท SPACEX ของ ELON MUSK กำหนดราคา IPO ไว้ล่วงหน้าที่$135 ต่อหุ้น ก่อนเริ่มโรดโชว์อย่างเป็นทางการ ตามเอกสารที่ยื่นต่อSEC เมื่อวันพุธ โดยบริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นจำนวน 555.6 ล้านหุ้นคิดเป็นมูลค่าระดมทุนประมาณ $7.5 หมื่นล้าน
• BROADCOM (AVGO US) -12% ในช่วง AFTER-HOURS แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 จะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดหนุนจากยอดขายชิป AI อย่างไรก็ตาม แนวโน้มรายได้ใน AI สำหรับไตรมาสถัดไปออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด


THAI FOCUS
• การประชุมเดือน มิ.ย.69 ECB และ BOJ ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย ส่วนFED คงดอกเบี้ย ส่งผลให้DOLLAR INDEX อ่อนค่า ตามกลไกค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น สะท้อนเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทยสวนทางกับประเทศอื่นในภูมิภาค (มียอดเงินทุนไหลเข้า YTD กว่า 933 ล้านเหรียญฯ)
• ปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดัน GDP (2H26 - 2027) คือ 1.ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มีปัญหาเงินเฟ้อผ่านราคาน้ำมัน 2.กำแพงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ (SECTION 301) ส่งผลต่อภาคการส่งออกไทยที่คิดเป็นสัดส่วนราว 65-70%ของ GDP

 

SYNAPSE STRATEGY

• นักลงทุนกำลังเผชิญกับการปรับพอร์ตจากกองทุนต่างประเทศ เพื่อIPO SPCX ใหญ่สุดอันดับ 7 ของหุ้นสหรัฐ และการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในรอบ 33 เดือน รวมถึง BOJ ในช่วงกลางเดือน
• คาด เดือน มิ.ย. ตลาดโลกอาจเข้าสู่โหมด FUND FLOW ROTATIONจากธีม GROWTHไม่มี YIELD ไปสู่สินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นแนะหุ้น DEFENSIVE : BDMS BH BGRIM GULF, หุ้นปันผล BBLKTB KBANK SCB ADVANC, และหุ้นได้ประโยชน์จาก BONDYIELD ที่อยู่ในระดับสูง BLA TLI


HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมมีโอกาสกดดันตลาดหุ้น
แรงกดดันเริ่มเข้ามา เสี่ยงเพิ่มระดับความผันผวนให้กับตลาดหุ้นจาก 3 ปัจจัยหลักๆ รายละเอียดดังต่อไปนี้
1. สงครามตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น จากการปะทะใหม่ระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน และยังมีประเทศที่ 3อย่างคูเวต บาห์เรน ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย จึงผลักราคาดิบ BRENT ขยับขึ้นจาก $92 เป็น $97ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี เช้านี้ราคาน้ำมันย่อตัวลงราว 1% หลังมีกระแสข่าวจากสหรัฐเผย อิสราเอล–เลบานอนตกลงดำเนินการหยุดยิง แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขหลัก ได้แก่ 1.ต้องยุติการยิงทั้งหมดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (HIZBOLLAH) 2. ต้องถอนกำลังทั้งหมดของฮิซบอลเลาะห์ออกจากพื้นที่ตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี (SOUTH LITANI SECTOR)

2. เงินเฟ้อโลกยังมีแนวโน้มสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยล่าสุดเงินเฟ้อทั่วไปยุโรปเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น +3.2%YOY ตามคาด ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของยุโรปล่าสุดอยุ่ที่ -1.2%ขณะที่การประชุม ECB ในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ CONSENSUS คาด ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 BPS. สู่ระดับ 2.25%

3. สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าใหม่กับ 60 ประเทศคู่ค้า (รวมไทย) ภายใต้ SECTION 301 อ้างเหตุผลว่าหลายประเทศยังมีมาตรการป้องกันแรงงานบังคับ (FORCED LABOR) ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่หลังศาลสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการ GLOBAL TARIFFS เดิมเมื่อ ก.พ. 69

โครงสร้างอัตราภาษี: กลุ่มประเทศที่ยังไม่มีข้อตกลงทวิภาคีเฉพาะด้านกับสหรัฐฯ 44 ประเทศ (รวมไทย, จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย, เกาหลีใต้) เก็บในอัตรา 12.5% และกลุ่มประเทศ 16 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ (EU,แคนาดา, เม็กซิโก, ไต้หวัน, มาเลเซีย เก็บในอัตรา 10%

สินค้ายกเว้นภาษี: อาหารและสินค้าเกษตรบางประเภท, ชิ้นส่วนอากาศยาน, แร่หายาก (RAREEARTH) เพื่อลดผลกระทบเงินเฟ้อและค่าครองชีพของผู้บริโภคสหรัฐฯคาดการณ์ TIMELINE: 6 ก.ค. 69 ปิดรับความคิดเห็นสาธารณะ, 7 ก.ค. 69 จัดประชาพิจารณ์, ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า คาดเริ่มบังคับใช้จริง


REGION RADAR
SPACEX กำหนดราคา IPO ที่ $135 เตรียมซื้อขาย 12 มิ.ย. นี้
บริษัท SPACEX ของ ELON MUSK กำหนดราคา IPO ไว้ล่วงหน้าที่ $135 ต่อหุ้น ก่อนเริ่มโรดโชว์อย่างเป็นทางการ ตามเอกสารที่ยื่นต่อ SEC เมื่อวันพุธ โดยบริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นจำนวน 555.6 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนประมาณ $7.5 หมื่นล้าน ผ่านผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ระดับโลก ได้แก่ GOLDMAN SACHS,MORGAN STANLEY, BANK OF AMERICA, CITIGROUP และ JPMORGAN CHASE ส่งผลให้มูลค่าของบริษัท SPACEX อยู่ที่ราว $1.75-$1.77 ล้านล้าน ซึ่งจะสูงกว่ามูลค่าของ TESLA ที่ราว $1.6 ล้านล้าน โดยบริษัทมีแผนเข้าซื้อขายในตลาด NASDAQ ภายใต้สัญลักษณ์ SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน


BROADCOM ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงแม้งบออกมาสูงกว่าคาด
BROADCOM (AVGO US) -12% ในช่วง AFTER-HOURS แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 จะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้รวมอยู่ที่ $2.21 หมื่นล้าน +48% YOY (สูงกว่าคาด 0.3%) ขณะที่ EPSอยู่ที่ $2.44 +54% YOY (สูงกว่าคาด 2%) โดยได้แรงหนุนจากรายได้จาก AI SEMICONDUCTOR อยู่ที่$1.08หมื่นล้าน +143% YOY สูงกว่าที่บริษัทเคยคาดไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ CUSTOM AIACCELERATOR และ AI NETWORKING ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มรายได้ใน AI สำหรับไตรมาสถัดไปออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยบริษัทคาดรายได้จากธุรกิจ SEMICONDUCTOR SOLUTION คาดอยู่ที่ $2.05 หมื่นล้าน (ตลาดคาดที่ $2.14 หมื่นล้าน)


THAI FOCUS
บาทแข็ง FLOW ไหลเข้าไทย ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าสหรัฐฯ
ทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นทั้ง ECB และ BOJ ที่ตลาดคาดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ ขณะที่ FED ยังคงดอกเบี้ย ทำให้ทิศทางของ DOLLAR INDEX อ่อนค่าลง เนื่องจากตะกร้าสกุลเงิน DOLLAR INDEX ประกอบไปด้วยเงินยูโร(57%) เยน (14%)ซึ่งเป็นแรงหนุนทางอ้อมแต่มีนัยสำคัญที่ทำให้สกุลเงินไทยมีเสถียรภาพและแข็งค่าขึ้น


ประเด็นดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนผ่าน FUND FLOW ต่างชาติที่ไหลเข้าไทยโดดเด่นสวนทางภูมิภาค (ต้นเดือน มิ.ย.2026) จะเห็นว่าไทยมียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิทั้งในรายวัน (+263.2 ล้านเหรียญฯ) และยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD)ที่เป็นบวกกว่า 933.3 ล้านเหรียญฯ ภาพนี้สวนทางกับหลายประเทศในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซียที่ตลาดปรับตัวลงแรง รวมถึงเกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม ที่เผชิญกับภาวะเงินทุนต่างชาติไหลออก


แม้ภาพของค่าเงินและกระแสเงินทุนต่างชาติจะดูดี แต่ปัจจุบันยังมีอีก 2 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจเข้ามากระทบเศรษฐกิจไทย คือ 1.ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กระทบแศรษฐกิจในภาพกว้าง จากราค้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น และส่งผลต่อราคาสินค้า บริการ และขนส่งในประเทศ หนุนให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้2.กำแพง
ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ (SECTION 301) ซึ่งประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกในระดับที่สูงคิดเป็นประมาณ 65% - 70%ของ GDP (เมื่อรวมทั้งการส่งออกสินค้าและบริการ) ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อประมาณการ GDPของไทยในช่วง 2H26 และ 2027

 

SYNAPSE STRATEGY
เม็ดเงินอาจกำลังเคลื่อนสู่สินทรัพย์มั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ
ตลาดหุ้นโลกในเดือน มิ.ย. กำลังเผชิญ 2 ปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนเกิดการหมุนตัวจากสินทรัพย์เติบโตสูงและสินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่สินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพและให้ผลตอบแทนในรูป YIELD มากขึ้น
1) IPO HYPE: SPACEX IPO อาจดึงสภาพคล่องออกจากหุ้น GROWTHกระแสการเข้าจดทะเบียนของ SPACEX หรือ TICKER: SPCX ซึ่งคาดว่าจะระดมทุนราว 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์และมีมูลค่าตลาดราว 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ SPACEX อาจกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่อันดับ 7ของตลาดหุ้นสหรัฐทันทีหลัง IPO

 

ประเด็นนี้อาจทำให้กองทุนต่างประเทศจำเป็นต้องเตรียมสภาพคล่องและปรับพอร์ตเพื่อรองรับ IPO ขนาดใหญ่ส่งผลให้แรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่บางส่วนชะลอลง โดยเฉพาะกลุ่ม MAGNIFICENT 7 ที่ย่อตัวลงราว -3.3% MTDรวมถึงหุ้นธีมอวกาศที่ปรับฐานแรง เช่น RKLB -20% MTD และ PL -16% MTD ขณะที่ S&P 500 ปรับลงเพียง -0.3% MTD

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเม็ดเงินบางส่วนอาจเริ่มลดน้ำหนักจากหุ้นธีม GROWTH / HIGH BETA ที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้า เพื่อรอจังหวะจัดสรรเงินเข้าสู่ IPO ขนาดใหญ


2) HIGHER YIELD: ความเสี่ยงดอกเบี้ยขาขึ้นจาก ECB และ BOJ
อีกปัจจัยสำคัญคือความเสี่ยงที่ธนาคารกลางหลักนอกสหรัฐฯ จะกลับมาใช้นโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น โดยตลาดเริ่มจับตาการประชุม ECB วันที่ 11 มิ.ย. และ BOJ วันที่ 16 มิ.ย. ซึ่งมีโอกาสเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25% และ 1.00% ตามลำดับหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยโลกอาจไม่ได้ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาด และจะทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มี YIELD เช่น ทองคำและ BITCOIN เผชิญแรงกดดันมากขึ้น ซึ่งล่าสุดทั้งสองสินทรัพย์เริ่มย่อตัวลง
ใกล้บริเวณจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน

สำหรับ ECB หากมีการขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ จะถือเป็นการกลับมาขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบราว 33 เดือน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้ คล้ายกับกรณี BOJ ที่กลับมาขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2024หลังจากนั้น 1 เดือน S&P 500 ปรับตัวลงราว -6% และ SET INDEX ลดลงราว -3.6% สะท้อนภาพเม็ดเงินที่เริ่มหมุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน และหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ YIELD สูงขึ้น

3) DOLLAR WEAKNESS: ดอลลาร์อาจอ่อนค่าตามแรงหนุนจากดอกเบี้ยประเทศอื่นในระยะถัดไป ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า หากธนาคารกลางอื่น ๆ โดยเฉพาะ ECB และBOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพราะจะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศหลักอื่น ๆ แคบลงประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อ DOLLAR INDEX เนื่องจากตะกร้า DXY มีน้ำหนักของเงินยูโรสูงถึงราว 57% และเงินเยนราว 14% ดังนั้นหากยูโรและเยนแข็งค่าขึ้นจากทิศทางดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ย่อมมีโอกาสกดดันให้ DOLLAR INDEXอ่อนค่าลงได้

 

สรุป ภาพรวมในเดือนมิ.ย. จึงอาจเป็นช่วงที่ตลาดโลกเข้าสู่โหมด FUND FLOW ROTATION จากธีมGROWTH, HIGH BETA และสินทรัพย์ไม่มี YIELD ไปสู่สินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น เช่น หุ้น DEFENSIVE :BDMS BH BGRIM GULF, หุ้นปันผล BBL KTB KBANK SCB ADVANC, และหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก BONDYIELD ที่อยู่ในระดับสูง BLA TLI

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้