Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : กลุ่ม TOURISM คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ERW และ THAI

87


TOURISM : ภาพรวมใน 1Q26 และปรับประมาณการใหม่ ท่ามกลาง 2Q26 ที่อ่อนแอ

 

เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ 3Q26 เป็นต้นไป หุ้นเด่นของเราคือ ERW ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการพึ่งพาตลาดในประเทศและกลุ่ม MICE (การประชุม สัมมนา นิทรรศการ) และ THAI จากมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน

ประเมินความเสียหาย : โมเมนตัมสูญหาย - ผลกระทบจากความขัดแย้ง 3 เดือน
ภาคการท่องเที่ยวของไทยเผชิญกับการชะลอตัวอย่างชัดเจนในช่วง มี.ค.-พ.ค. 2026 หลังจากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน โดยทั้งตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยและปริมาณผู้โดยสารของ AOT แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ จำนวนนักท่องเที่ยวรวมลดลงในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2026 (-7%/-2%) โดยมีสาเหตุหลักจากการหดตัวอย่างรุนแรงของตลาดตะวันออกกลาง (-47% ใน เม.ย. 2026) และยุโรป (-15% ใน เม.ย. 2026) รวมถึงการชะลอตัวล่าสุดของนักท่องเที่ยวอินเดีย สะท้อนถึงทั้งความสามารถในการรองรับผู้โดยสารต่อเครื่องที่ลดลงและความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่แข็งแกร่ง (เติบโตมากกว่า 30% YoY) จะช่วยพยุงบางส่วน แต่ข้อมูลการจราจรทางอากาศของ AOT บ่งชี้ถึงความอ่อนแอในวงกว้างมากขึ้น โดยจำนวนผู้โดยสารรวมลดลง 4% YoY ในเดือน พ.ค. 2026 และปริมาณผู้โดยสารภายในประเทศลดลงแรงกว่า (-10%) จากแรงกดดันของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่อ่อนแอลง

ภาพรวมใน 1Q26 : กำไรปกติของกลุ่มเพิ่มขึ้น 1.5% ; ดีกว่าคาด 6 บริษัท, ตามคาด 2 บริษัท และต่ำกว่าคาด 1 บริษัท
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว 9 บริษัทภายใต้การวิเคราะห์ของเรารายงานกำไรปกติรวม 20.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% YoY และเพิ่มขึ้น 64.5% QoQ (จากการเป็นช่วง high season ใน 1Q) ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกบริษัท (ยกเว้น THAI) มีกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ที่เติบโตและอัตราการใช้ประโยชน์จากต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้น โดยรวมแล้ว ประมาณการเบื้องต้นของเราค่อนข้าง conservative เนื่องจากคำนึงถึงความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงเดือน มี.ค. อย่างไรก็ตาม บริษัทต่าง ๆ สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้

ปรับคาดการณ์นักท่องเที่ยวเหลือ 33.0 ล้านคน และปรับประมาณการกำไรกลุ่มขนส่งทางอากาศ
เราได้ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2026 ลงเหลือ 33.0 ล้านคน จากประมาณการเดิมที่ 34.2 ล้านคน การปรับลดดังกล่าวสะท้อนจำนวนนักท่องเที่ยวจริงในช่วง ม.ค.-พ.ค. 2026 รวมถึงการคาดการณ์ของเราที่คาดว่าการเดินทางจะกลับสู่ภาวะปกติภายในเดือน ส.ค. 2026 ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2027-29 ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง เราได้ปรับลดประมาณการกำไรของหุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศลง 23% ในปี 2026 โดยการปรับประมาณการดังกล่าวอิงจากผลประกอบการจริงใน 1Q26 และผลกระทบที่รุนแรงขึ้นของความขัดแย้งในตะวันออกกลางนับตั้งแต่การปรับประมาณการครั้งล่าสุดในช่วงกลางเดือน มี.ค. 2026 ผลกระทบหลักมาจากการรับรู้ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นเฉลี่ยตลอดทั้งปี เราได้ปรับลดมูลค่าที่เหมาะสมของกลุ่มขนส่งทางอากาศและเลื่อนฐานการประเมินมูลค่าไปเป็น 1H27 โดยมูลค่าที่หมาะสมใหม่คือ AOT (54.00 บาท), THAI (7.80 บาท), AAV (1.15 บาท) และ BA (17.60 บาท)

 


แนวโน้ม 2Q26 : ช่วงฤดูร้อนที่ท้าทาย
เราคาดว่ากำไรจะลดลงเกือบทุกบริษัทภายใต้การวิเคราะห์ของเรา หุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศจะเผชิญกับต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น ซึ่งไม่สามารถผลักภาระผ่านค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรถูกกดดัน AOT มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากปริมาณการจราจรทางอากาศของสายการบินที่อ่อนแอลง สะท้อนอุปสงค์ที่ชะลอตัว ขณะที่กลุ่มโรงแรมอาจเผชิญการยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มต้องเร่งจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศในระยะใกล้ เราคาดว่า MINT จะเป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีแนวโน้มสร้างการเติบโตของกำไรในระดับทรงตัวถึงเป็นบวก โดยได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ERW และ THAI โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 3.40 และ 7.80 บาท ตามลำดับ

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

จับตามุมมองประธานเฟดบนเวที IMF By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าที่ผ่านมา SET ย่อลงมากกว่าวันก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดพิเศษ คือการจัดประชุม IMF

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้