Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

43

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 2 มิ.ย.69 ปิด +19.69 จุด อยู่ที่ 1,588.06 จุด มูลค่าการซื้อขาย 93,010 ลบ. ต่างชาติซื้อ 8,597 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,617 ลบ. สถาบันขาย 1,042 ลบ.และรายย่อยขาย 9,172 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 6,576 ลบ. โดยซื้อ GULF,SCB,KTB,TRUE,AOT และขาย BBL,CPALL,BH,MINT,DELTA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,176 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น LH,TU,BDMS โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 35,412 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 110,476 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,326 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.21%, S&P500 -0.74%, Nasdaq -0.89% จากแรงขายกลุ่มเทค ฯ -1.52%, การเงิน -1.21% หลังอิหร่านโจมตีคูเวต, บาห์เรน เพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐโจมตีเกาะเกซม์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +2.41% และนักลงทุนกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. โดย CME คาดมีโอกาสเกิด 41.1% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ พ.ค. เพิ่มขึ้น 122,000 & เม.ย. 105,000 & ดีกว่าคาดที่ 117,000 ตำแหน่ง โดยวันศุกร์นี้ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ พ.ค. คาดเพิ่มขึ้น 95,000 & เม.ย. 115,000 ราย, อัตราว่างงาน พ.ค.คาดทรงตัวที่ 4.3%
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.66% นำโดยกลุ่มบริการการเงิน -2.4% หลัง Partners Groups บริษัทการลงทุนของสวิตเซอร์แลนด์ -16.3% ประกาศจำกัดการไถ่ถอนเงินลงทุนในกองทุน Private Equity กองหนึ่ง เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการลงทุนในบริษัทขนาดกลางมากเกินไป ซึ่งอาจได้ผลกระทบจาก AI Disruption ขณะที่ตลาดยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนต่อสถานกาณณ์ในตะวันออกกลาง และ ปธน.ทรัมป์เตรียมเก็บภาษีนำเข้าจาก EU ในอัตรา 12.5% ส่วน ข้อมูล CPI ยูโรโซน พ.ค. อยู่ที่ 2% & เม.ย. 3.0% YoY สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี อาจส่งผลให้การประชุม ECB วันที่ 11 เม.ย. มีโอกาสที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
  • ตลาดหุ้นเอชีย ดัชนีนิเกอิวานนี้ +2.5% ทำจุดสูงสุดใหม่ นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์เซมคอนดักเตอร์ หลัง Kioxia Holding Corp. ปรับขึ้น ส่งผลให้มี Market Cap. สูงเป็นอันดับ 2 แซงหน้า Toyota Motor ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.22% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Cambricon +6.0% และ Rating Dog รายงาน PMI ภาคบริการจีน พ.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 4 & เม.ย 52.6% ขณะที่ฮั่งเส็ง -1.56% ปรับลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ และการเงิน เช่น Tencent -3.2%, Lenovo -1.4% ส่วนดัชนี JCI อินโด ฯ -4.1% ต่ำสุดนับตั้งแต่ พ.ค. 2564 หลังค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่า -0.50% จากความกังวลต่อฐานะด้านการคลังของประเทศ
  • SET วันอังคารปิด +1.26% ปริมาณการซื้อขาย 3 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 8,597 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,617 ลบ. สถาบันขาย 1,042 ลบ. และรายย่อยขาย 9,172 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจาก Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เช่น โรงไฟฟ้านำโดย GULF +4.03% ที่ได้ประโยชน์จากการขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศ & ต่างประเทศ เพื่อรองรับต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ต่างๆ กอปรยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน ADVANC & KBANK มาช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัท ขณะที่กลุ่มไอซีที ADVANC และขนส่ง AOT ก็เริ่มมีแรงซื้อหุ้นคืน หลังผ่านช่วงการปรับลดน้ำหนักการลงทุนของ MSCI ในช่วง พ.ค. ส่วนกลุ่มธนาคารก็มีแรงซื้อสะสมเนื่องจากเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินปันผลในอัตราเฉลี่ยสูงถึง 6% กอปรกับการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจใหญ่ในปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวตามกระแสลงทุน FDI จากต่างชาติ และยอดขอส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในช่วง Q1/69 มีมูลค่าสูงถึง 1 ล.ลบ. ขณะที่กลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก & ไฟแนนท์ก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งทาง ธปท.คาดการณ์ GDP ไทยในงวด Q3/69 มีโอกาส +3.2% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากการบริโภคที่ปรับดีจาก ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ และยอดส่งออกปีนี้คาดจะขยายตัวที่ระดับ 12 – 13% และยังไม่กังวลต่อยอดขายดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากเป็นผลกระทบระยะสั้นจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น โดยภาพรวมดัชนี SET ยังได้แรงหนุน ม.กระตุ้นกำลังซื้อ และ ม.ส่งเสริมการลงในอุต ฯ New S Curve แต่ระยะสั้นต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากปัจจุบัน Valuation ของ SET ที่เริ่มตึงตัวปัจจุบันเทรดที่ Forward P/E ที่ 16.3 เท่า

 

Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 แนวต้าน 1,600 – 1,610 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ โดยได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่เข้าซื้อหุ้นในกลุ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แต่ระยะสั้นดัชนีอาจผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง, ราคาน้ำมัน และดัชนีหุ้นต่างประเทศ แนะนำทยอยซื้อ GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,STECON,CK,AMATA,WHA,KBANK ได้ประโยชน์จากธีมการส่งเสริมการลงทุนในอุต ฯ New S Curve

 

  • GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 75 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 9.1 พันล้านบาท +QoQ, +YoY มีแรงหนุนจากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วง low season และการรับรู้การขายไฟฟ้าจากโครงการ Solar ในไทย 354MW ที่ทยอย COD ตั้งแต่ปีก่อน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จาก ADVANC แนวโน้ม 2Q69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ของ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าปากลาย ช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY

 

  • ERW* (ซื้อเก็งกำไร /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.24 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทย 25-31พ.ค.69 +16%WoW ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ ERW* อยู่ที่ 376 ลบ.(+9%YoY, +1% QoQ) มีแรงหนุนจาก RevPAR และ Rate ที่สูงขึ้น ขณะที่การดำเนินงานปกติ 2Q69 คาด YoY ดีต่อเนื่องแต่อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ด้าน ERW* วางเป้ารายได้ +9%YoY โดยแบ่งเป็นการเติบโตของกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดที่ 7% และกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท (Hop Inn) ที่ 14% ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ ERW* จะอยู่ที่ 893 ลบ.(+7%YoY) และ 981 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ค. +$2.26 อยู่ที่ $96.02 / บาร์เรล, Brent ส.ค. +$1.81 อยู่ที่ $97.81/บาร์เรล หลังอิหร่านโจมตีคูเวต & บาห์เรน เพื่อเป็นการตอบโต้สหรัฐที่โจมตีเกาะเกซม์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 8 ล.บาร์เรล มากกว่าคาดจะลด 4 ล.บาร์เรล

 

Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$53.00 ปิดที่ 4,466.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.3% จากคาดการณ์เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ หลังราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูง กอปรกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐยังแข็งแกร่ง

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -54.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นอินโด ฯ -55.39 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +0.85 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 32.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.485 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -81 จุด อยู่ที่ 3,124

(-) BitCoin เช้านี้  -2.68% อยู่ที่ 65,135 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

01 มิ.ย.     วันหยุด - ชดเชยวันวิสาขบูชา

03 มิ.ย.     วันหยุด - วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา

พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย

 

ต่างประเทศ

01 มิ.ย.     US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( พ.ค.)

02 มิ.ย.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) ( พ.ค.)

                US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  (เม.ย.)

03 มิ.ย.     US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(พ.ค.)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( พ.ค.)

04 มิ.ย.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

05 มิ.ย.     US อัตราการว่างงาน  ( พ.ค.)

                US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( พ.ค.)

 

             

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้