Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

16

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 22 พ.ค.69 ปิด +6.00 จุด อยู่ที่ 1,538.67 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,034 ลบ.ลบ. สถาบันซื้อ 844 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 180 ลบ. รายย่อยขาย 1,664 ลบ. และต่างชาติซื้อ 640 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,447 ลบ.ซื้อ CCET,EA,NEX,HANA,AJ และขาย TRUE,GUNKUL,VGI,IRPC,CPF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,709 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,AOT,MSFT01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 3,482 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 69,170 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,374 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หนุนจากสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (De-escalate) แต่ความชัดเจนยังมีน้อยมาก รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ บจ.นำโดยกลุ่มเฮลท์แคร์ สาธารณูปโภค อุตสาหกรรม ประกอบกับ US10Yr bond yield ลดลงจากระดับสูงก่อนหน้าอยู่ที่ 558% เป็นบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี-เซมิคอนดักเตอร์ Qualcomm +12%, Dell Technologies +17% และ HP Inc +15% ตามผลประกอบการของ Lenovo ทั้งนี้ตลาดยังคงรอดูทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังนายเควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยการประชุม FOMC ครั้งถัดไปวันที่ 16-17 มิ.ย.คาดคงดอกเบี้ยและรอดูสถานการณ์เงินเฟ้อ ขณะที่ CME FedWatch คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง ที่ความน่าจะเป็นมากกว่า 50% ใน 4Q69 โดยผลสำรวจผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในวันศุกร์ ระบุว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงอยู่ที่ 44.8 แตะระดับต่ำสุดในเดือน พ.ค. หลังราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ
  • ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียุโรป +3.2% จาก Bond Yield ที่ปรับลดลงและคาดหวังด้านการลงทุน AI โดย Infineon +8%, STMicroelectronics +2% และ ASML +4.7% บรรยากาศการลงทุนดีขึ้นจากความคาดหวังข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางใกล้บรรลุผล ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของเยอรมัน 1Q69 +0.3% หนุนจากการส่งออกที่เติบโต ตลาดการเงินประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่มีโอกาสเร่งตัวตามราคาพลังงาน ส่วนดัชนี FTSE อังกฤษปิดบวกหลังข้อมูลเศรษฐกิจที่ผ่อนคลาย ทำให้ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BoE ลดลง  
  • ตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนี Shanghai Composite +0.87%, ดัชนีฮั่งเส็ง+86% ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และความหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีความคืบหน้า ส่วนดัชนีนิกเกอิ +2.68% และดัชนี KOSPI +0.41% หนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งมีมุมมองบวกต่อธุรกิจในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ นำโดยหุ้น SoftBank ที่มีข่าวว่า OpenAI กำลังเตรียมยื่น IPO ขณะที่ SK Hynix +0.05%, Samsung Electro-Mechanics +11.3% และ SK Square +0.51%
  • SET +1.36% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 63 หมื่น ลบ. -14% WoW สถาบันซื้อ 1,266 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,298 ลบ. รายย่อยซื้อ 471 ลบ. และ ต่างชาติขาย 3,037 ลบ. ภาพรวมดัชนีเคลื่อนไหวในโทนบวกจากม.กระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐผ่าน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. นำโดยโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุน Sentiment การลงทุน โดยคาดช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศและหนุน GDP ไทยปีนี้ราว +0.6% ส่งผลบวกต่อหุ้น Domestic Play เช่น ค้าปลีก ไฟแนนท์ รับเหมาฯ ขณะเดียวกัน GDP ไทย Q1/69 +2.8% สูงกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากการบริโภค การลงทุน และการส่งออก สะท้อน Momentum การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Electronics โดยเฉพาะ DELTA +4.08%WoW ตามกระแสการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคาดการณ์ยอดส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กฯของไทยจะเติบโตตามต่างประเทศ รวมถึงแรงหนุนจากกลุ่มธนาคารปรับขึ้นรับรายงานการขยายตัวของสินเชื่อในเดือนล่าสุด ทั้งนี้ สำหรับปัจจัยที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ 1.ตัวเลขส่งออกไทยเดือน เม.ย.69 ในวันนี้ 2.การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันดิบซึ่งเช้านี้ WTI, Brent ลดลง 5% และ 3.ทิศทาง Fund Flowต่างชาติหลังสัปดาห์ก่อนขายสุทธิในตลาด TIP และการปรับน้ำหนักของ MSCI ปลายสัปดาห์นี้

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,520-1,530 แนวต้าน 1,540-1,550 ยังแนะนำลงทุนใน Theme ที่เข้ากับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ อย่าง ค้าปลีก/ส่ง/ศูนย์การค้า CPAXT, CPN, CPALL, BJC, TNP, MOTHER รับเหมาฯ/นิคมฯ/สาธารณูปโภค AMATA, WHA, ROJNA, WHAUP, EASTW, GULF, GPSC, CK, STECON ธนาคาร/การเงิน KBANK, KTB, TIDLOR, MTC, SINGER, SGC, SCAP Anti-Commodity SCGP, EPG, BGRIM          
  • BBGI* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.45 บาท) ปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 69 จะมาจาก 1) ปริมาณขายB100 ที่จะเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลปรับสัดส่วนการผสมจาก B5 เป็น B7 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน 2) คาดว่าธุรกิจเอทานอลจะดีขึ้นตามการใช้กำลังการผลิต 3) โรงงาน SAF (ถือหุ้น 20%) กำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน จะเริ่มเดินเครื่องได้ในช่วง 2Q69 ซึ่งเราคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ SAF จะทยอยเพิ่มขึ้น ส่วนภาพระยะสั้นใน 2Q69 คาดกำไรปรับตัวดีขึ้นตามการปรับสัดส่วนดีเซลเกือบเต็มไตรมาส ขณะที่ราคาขายเอทานอลที่ทรงตัวขณะที่ราคาต้นทุนโมลาสที่ลดลง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 583 ล้านบาท +106%YoY และ 722 ล้านบาท +24%YoY
  • TNP* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 3.79บาท) กำไรสุทธิ1Q69 อยู่ที่ 48 ลบ.-4%YoY -24%QoQ แม้การดำเนินงานใน 1Q69 มีจะถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ SSSG -3.2%YoY รวมถึงฐานสูงใน 4Q68 จากภาครัฐมีการเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ช่วงที่เหลือของปี คาดมีแรงหนุนจากม.ช่วยค่าครองชีพ/กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล โดยทาง TNP* เองวางเป้าหมายรายได้ในปี69 นี้ จะเติบโตราว 10-15% วางแผนขยายสาขาใหม่อีก 8 สาขาบริเวณภาคเหนือที่งบลงทุน 130 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของTNP* จะอยู่ที่ 223 ลบ.(+5%YoY) และ 244 ลบ.(+9%YoY)

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ค. -$4.42 อยู่ที่ $96.60 / บาร์เรล, Brent ก.ค. -$5.72 อยู่ที่ $103.54/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI -4.58%, Brent -5.52% WoW ตลาดให้น้ำหนักไปที่ความหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะลุล่วง แม้ยังคงผันผวนรายวันไปตามข่าวที่มีสัญญาณทั้งบวกและลบ

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$38.70 ปิดที่ 4,523.20 ดอลลาร์/ออนซ์  -0.85%WoW ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า ขณะเดียวกัน US Bond Yield 10 ปี ยังยืนในระดับสูง

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ก่อน ขายสุทธิ -165.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -96.90 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -45.72 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -22.40 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ประคองตัวอยู่ที่ 4.58 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +27 จุด อยู่ที่ 2,991

(+) BitCoin เช้านี้  +0.01% อยู่ที่ 76,985 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

25 พ.ค.     กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ ชิ้นส่วน

ยานยนต์

สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/69

29 พ.ค.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

 

ต่างประเทศ

26 พ.ค.     US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( พ.ค.)

28 พ.ค.     US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (เม.ย.)

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)

US ยอดขายบ้านใหม่  (เม.ย.)

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้