Market Wrap-Up
- SET วันที่ 21 พ.ค.69 ปิด +4.24 จุด อยู่ที่ 1,532.67 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,734 ลบ.ลบ. สถาบันซื้อ 991 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,095 ลบ. รายย่อยซื้อ 1,246 ลบ. และต่างชาติขาย 3,333 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 1,557 ลบ.ซื้อ TIDLOR,DELTA,PTT,SAWAD,GUNKUL และขาย ADVANC,HANA,PTTEP,TRUE,SCB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,793 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,SCC,PRM โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 3,431 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 65,688 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,415 ลบ.
Market View
- DJIA +0.55%, S&P500 +0.17%, Nasdaq +0.09% นำโดยกลุ่มสาธารณูปโภค +1.03%, สินค้าฟุ่มเฟือย +0.77% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภค -1.63%, พลังงาน -1.01% หลัง รมว.ต่างประเทศสหรัฐเผยการเจรจาข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ – อิหร่านยังอยู่ในทิศทางบวก แต่กำลังหาข้อตกลงในประเด็นสำคัญ คือ การเดินเรือในช่วงแคบฮอร์มุซและคลังสำรองยูเรเนี่ยมของอิหร่าน ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +1.3% นำโดย IBM +12.4% หลัง ปธน.ทรัมป์จะให้เงินสนับสนุนบริษัทที่พัฒนาระบบ Quantum Computing ส่งผลให้หุ้น D-Wave Quantum +33%, Rigetti Computing +30% ส่วนข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 3,000 อยู่ที่ 209,000 ต่ำกว่าคาดที่ 210,000 ราย
- Stoxx600 ยุโรป +0.04% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทค ฯ ASML +1.0% กอปรกับข่าว SpaceX ของอีลอน มัสก์เตรียมเข้าตลาดหุ้น ส่งผลบวกไปยัง Eutelsat ของฝรั่งเศส +22% และ OHB ของเยอรมัน +7.7% ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว -1.4% หลัง Easyjet รายงานผลขาดทุนในงวดครึ่งปีแรก ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจนั้น PMI รวมภาคผลิต & บริการของฝรั่งเศสและเยอรมัน พ.ค. อยู่ในโซนถดถอย ส่งผลให้นักลงทุนกังวลภาวะเศรษฐกิจยุโรปอาจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation และ ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 11 มิ.ย.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้นิเกอิ +3.14% ได้แรงหนุนจากกลุ่มไอซีที SoftBank +19.8% รับข่าว OpenAI ที่เป็นบริษัทเครือกำลังเตรียมขายหุ้น IPO ซึ่งคาดจะทำกำไรให้กับบริษัทราว 4.5 หมื่น ล.ดอลลาร์ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +8.4% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผลิตชิป & ธุรกิจหุ้นยนต์ปรับขึ้น หลัง Nvidia รายงานกำไรไตรมานที่ผ่านมาดีกว่าคาด ขณะที่ Samsung Electronics +8.5% หลังบริษัทสามารถบรรลุข้อตกลงค่าจ้างกับสหภาพแรงงาน และรายงานยอดส่งออกเซมิคอน ฯ ของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของ พ.ค. +202% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -2.0% จากแรงขายทำกำไรหุ้นเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech -3.1%, Zhongji Innolight -4.2% ระหว่างรอผลการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน
- SET +0.28% ปริมาณการซื้อขาย 5 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 991 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,095 ลบ. รายย่อยซื้อ 1,247 ลบ. และ ต่างชาติขาย 3,333 ลบ. ภาพรวมดัชนีเคลื่อนไหวในโทนบวกรับความคาดหวังต่อ สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงได้แรงหนุนจาก พรก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท และ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ นำโดย โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะเริ่มเบิกจ่ายได้ในช่วง 1 มิ.ย. – 30 ก.ย.69 ส่งผลบวกไปยัง กลุ่มค้าปลีก ด้านกลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังราคาน้ำมันชะลอตัว ขณะที่กลุ่มนิคมฯ อยู่ใน supply chain การลงทุนทางด้าน Facility Infrastructure (AI) ของไทย ส่วน DETLA ยัง +0.93% ส่งผลบวกต่อดัชนี +2.95 รับ Sentiment บวกจาก Nvdia รายงานกำไรสูงกว่าตลาดคาดและ US10Yr bond yield ชะลอตัว ขณะที่ TIDLOR +10.56% มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 122.8 ล้านหุ้น ภายใต้วงเงินไม่เกิน 2.4 พันลบ. ทั้งนี้ ปัจจัยที่ยังต้องติดตามในช่วงนี้ ได้แก่ 1.ตัวเลขส่งออกไทยเดือน เม.ย.69 ในวันที่ 25พ.ค.69 2.การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และ 3.ทิศทาง Bond Yield สหรัฐฯ
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,520 – 1,530 แนวต้าน 1,540 – 1,550 ยังแนะนำลงทุนใน Theme ที่เข้ากับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ อย่าง ค้าปลีก/ส่ง/ห้างฯ เช่น CPAXT,CPN,CPALL,BJC,TNP,MOTHER รับเหมาฯ/นิคมฯ/สาธารณูปโภค เช่น AMATA,WHA,ROJNA,WHAUP,GULF,GPSC,CK,STECON ธนาคาร/การเงิน เช่น KBANK,KTB,TIDLOR,MTC
- WHAUP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.70 บาท)แนวโน้มกำไรปี 69 มีปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำในกลุ่มลูกค้า Data Center โดยบริษัทคาดรายได้ค่าธรรมเนียมการความพร้อมในการจัดหาหรือสำรองน้ำ (Capacity Charge) ในปี 69 ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท (เทียบปี 68 จำนวน 425 ล้านบาท) ขณะที่คาดการณ์ปริมาณการขายน้ำในปี 69 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการใช้ของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ 2Q69 คาดกำไรปกติดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าเก็กโค่-วันกลับมาเดินเครื่องหลังจากปิดซ่อม และมี coal inventory loss ลดลง ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 46 พันล้านบาท +44%YoY และ 1.66 พันล้านบาท +14%YoY
- ITC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 19.69 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 871 ลบ. (+29%YoY , +10%QoQ) โตได้เด่นจากปัจจัยหนุนในเชิงรายได้ที่ +22%YoY +8%QoQ ตาม Demand ที่สูงขึ้นในสหรัฐฯและยุโรป รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ส่วนการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีแม้คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะเห็นการส่งผ่าน Cost ได้บางส่วนจากการทยอยปรับขึ้นราคา ขณะที่ยังคาดว่า Demand อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯจะยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,361 ลบ.(+13%YoY) และ 3,691 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.ค. -$1.91 อยู่ที่ $96.35 / บาร์เรล, Brent ก.ค. -$2.44 อยู่ที่ $102.58/บาร์เรล รอผลการเจรจาข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย โดยระหว่างการเจรจาในประเด็นสำคัญ คือ การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และคลังสำรองยูเรเนี่ยมของอิหร่าน ขณะที่ Goldman Sachs เผยสต็อคน้ำมันทั่วโลกใน พ.ค. ลดลง 8.7 ล.บาร์เรล/วัน บ่งชี้อุปทานน้ำมันตลาดโลกกำลังอยู่ในภาวะตึงตัว
Gold Update (+)Comex Gold มิ.ย. +$7.20 ปิดที่ 4,542.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก US Bond Yield 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.577% ระหว่างรอผลการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ - อิหร่าน
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -135.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -101.92 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -30.83 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -3.09 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.632 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.577 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -41 จุด อยู่ที่ 2,964
(-) BitCoin เช้านี้ -0.61% อยู่ที่ 77,483 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
18 พ.ค. สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69
19 พ.ค. ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
20 พ.ค. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรร
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนี
ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
20 พ.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
21 พ.ค. US รายงานการประชุมของ FOMC
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ( พ.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ( พ.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th