Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

65


AT THE OPEN (#ATO)
SET ฟื้นตัวภายใต้ 1500 จุด
Selective หุ้นรายตัว เลือก ERW BH

Market Strategy
SET Index คาดฟื้นตัวในกรอบ 1,480–1,500 จุด กลุ่มพลังงานและกลุ่มอิเล็คฯคาดได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ยืนสูงและกระแสบวกตามหุ้นเทคต่างประเทศ แต่การปรับขึ้นจะไม่ดีเท่าต่างประเทศ เนื่องจากความเสี่ยง MSCI Rebalance ที่ประกาศวันพรุ่งนี้ สำหรับฝ่ายค้านยื่นศาลฯวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงินประเมินส่งผลต่อกระบวนการสภาฯล่าช้า แต่การผลักดันนโยบายรัฐบาลยังเดินได้ต่อ หุ้นเด่นวันนี้เลือก ERW และ BH

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงทรงตัว จากล่าสุดสหรัฐฯปฏิเสธข้อเสนอแผนสันติภาพจากอิหร่านและฮอร์มุซยังคงปิด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยืนสูง โดย Brent ล่าสุดอยู่ที่ 104 เหรียญฯ แต่ตลาดหุ้นยังไม่ได้ตอบรับเชิงลบ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปรับขึ้น 0.2% ตลาดภูมิภาคเช้านี้ยืนได้แดนบวก จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคฯ จากสถานการณ์ข้างต้นทำให้หุ้นในกลุ่มน้ำมันและปิโตรฯ ยังได้แรงหนุน ดีต่อ PTTEP PTTGC หุ้นกลุ่มอิเล็คฯ KCE HANA DELTA แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นหุ้นในกลุ่ม Market Cap ใหญ่อยู่ในช่วงระมัดระวังก่อนการประกาศ MSCI Rebalance ที่จะรู้ผลในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.) ซึ่งตลาดหุ้นบ้านเรามีโอกาสถูกลดน้ำหนักลงมา จึงทำให้การฟื้นตัวของ SET Index ช้ากว่าเมื่อเทียบตลาดหุ้นต่างประเทศ

วานนี้ฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตีความ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ขัดต่อมาตรา 172 ในประเด็นความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด สำหรับกระบวนการถัดไป ประธานสภาฯตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อศาลฯวินิจฉัย หากศาลฯรับวินิจฉัยจะส่งผลกระบวนการพิจารณา พ.ร.ก. ในสภาล่าช้าออกไป เรายังคงมุมมองเดิมต่อกระบวนการกู้เงินยังคงดำเนินการได้เนื่องจาก พ.ร.ก. มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งวันนี้การประชุม ครม. จะมีการเสนอแผนก่อหนี้ 2 แสนล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินนี้ สำหรับใช้ในโครงการไทยช่วยพลัส เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มอิงภาค Domestic Consumption หากเลือกเก็งกำไรเน้นตัวที่วานนี้ปรับลงเยอะกว่าตลาด เช่น MTC TIDLOR ส่วนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดเนื่องจากรายละเอียดการกู้เงินและรายละเอียดโครงการยังจำกัด ขณะที่ช่วงที่ผ่านมาเก็งกำไรพอสมควร ในระยะสั้นแนะนำ Wait & See รอการสร้างฐาน


Market Summary
SET Index -0.74% เผชิญแรงขายลดความเสี่ยงก่อนประกาศ MSCI Rebalance การเมืองในประเทศที่ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท กดดันกลุ่มรับเหมาและพลังงานสะอาดอย่างหนัก นำโดย CK (-5.29%) และ STECON (-5.76%) ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL (-1.61%) และ ERW (-1.43%) ย่อตัวจากความกังวลความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ด้านกลุ่มพลังงานมีแรงซื้อสวน นำโดย PTTEP (+1.01%) ตามราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูง เช่นเดียวกับกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง IVL (+1.67%) และหุ้นงบ 1Q69 ออกมาแกร่งเกินคาด ดันราคา STGT (+10.30%) พุ่งแรงจากการพลิก Turnaround และ STA (+4.23%) บวกรีบาวด์รับอานิสงส์ราคายางขาขึ้นส่งท้ายไตรมาส


DAILY Stock Pick
ERW
ลุ้น นทท.จีนฟื้นใน 2Q69
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 3.60 บาท
ความจุที่นั่งของสายการบินจีนที่มายังไทย +19%YoY ใน 2Q26 ฟื้นจากฐานต่ำในปีก่อน โดย ERW มีสัดส่วนรายได้จากนทท. จีนถึง 13% สูงที่สุดในกลุ่มที่ เรา cover
ขณะที่กำไร 1Q69อยู่ที่ 402 ลบ. (+16%YoY, +3%QoQ) เติบโตจากทั้งการขยายโรงแรมและ RevPAR ฟื้นตัวในไทย ขณะที่ PE’69 อยู่เพียง 14 เท่า ต่ำกว่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 19 เท่า

Technical View
แนวรับ : 2.76 บาท
แนวต้าน : 2.88 บาท
จุดตัดขาดทุน : 2.64 บาท

 

WEEKLY Stock Pick
BH
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์215.00 บาท
laggard play กอปร แนวโน้มดี
BH ให้ผลตอบแทน -16.2% เทียบ SET-1.8% นับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่รายได้จากตะวันออกลางยังคงแข็งแกร่งใน 1Q69 และแนวโน้มฟื้นตัวต่อใน 2Q69
เราคาดกำไรปี 69-71 เติบโตเฉลี่ย 5% สูงกว่ากลุ่มที่ 2% หนุนจากลูกค้าตะวันออกกลางและการคุมต้นทุนสวนทางกับ PE’69 อยู่ที่ 18 เท่า ใกล้เคียงกับกลุ่ม


Technical View
แนวรับ : 178.00 บาท
แนวต้าน : 191.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 166.00 บาท

 

 


KEY FACTOR
แม้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังไม่บรรลุข้อตกลงและอาจใช้เวลานานกว่าที่ตลาดเคยคาดหวังไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในระยะสั้น และอาจกลับมาเป็นแรงหนุนสำคัญต่อแรงกดดันเงินเฟ้อโลกผ่านต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามทิศทางตลาดการเงินโลกที่สินทรัพย์เสี่ยงหันไปให้น้ำหนักแรงหนุนจากปัจจัยเฉพาะตัวอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะเดียวกันทิศทาง Fund flow ที่ชะลอแรงขายลง (MTD สะสม -69 ล้านบาท) ถือเป็นสัญญาณสำคัญสะท้อนภาพเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุน
ขณะเดียวกันในวันนี้ ติดตามการรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ Consensus คาด CPI +3.7% YoY และ +0.6% MoM ส่วน Core CPI +2.7% YoY และ +0.3% MoM แม้จะเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าแต่ถือว่ายังไม่ร้อนแรงจนเกินไป ซึ่งในมุมมองตลาดน่าจะไม่สร้างความกังวลต่อภาวะดอกเบี้ยสูงเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันตลาดให้น้ำหนัก Fed คงดอกเบี้ยและเข้มงวดในการกำหนดนโยบายการเงินอยู่แล้ว


EYES ON
ในสัปดาห์ สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง, รายงานงบฯ 1Q69
12 พ.ค. เงินเฟ้อสหรัฐฯ
13 พ.ค. ดัชนี PPI สหรัฐฯ
14 พ.ค. ยอดค้าปลีก
15 พ.ค.ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

 


นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ITD ถึงเวลาพลัดใบ? หลังสิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต

ผู้สื่อข่าวหุ้นอินไซด์ ขอตั้งคำถามว่า ITD ถึงเวลาพลัดใบ แล้วหรือยัง? หลัง สิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต....

ความหวัง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ฟ้าหลังฝนเช้าที่ผ่านมา แดดเริ่มออกอีกครั้ง ส่วนหุ้นไทยรีบาวน์ นับเป็นสัญญาณดี ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้