มีหลายเหตุการณ์ให้ลุ้น กดดันตลาดอาจพักได้
HORIZON MARKET VIEW
• เช้านี้ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นเกือบ 3% ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง และล่าสุด ปธน. ทรัมป์ เผยว่า รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง (TOTALLYUNACCEPTABLE) ออกมาตอบโต้อิหร่านทันที หลังอิหร่านส่งข้อเสนอกลับต่อแผน14 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม สะท้อนถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งกร้าวต่ออิหร่านทำให้ผลกระทบต่อ SUPPLY การผลิตน้ำมันยังหยุดชะงักต่อเนื่อง
• ด้วยผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำให้เห้นภาพตลาดหุ้นผันผวนในระยะกลาง (3-6 เดือน) รวมถึงมีแนวโน้มเห็นสภาพคล่องส่วนเกินที่เบาลงในปีนี้ จากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เปลี่ยนเป็นขาขึ้น อาทิ BOJ, ECB, BOE เป็นต้น ขณะที่ ตลาดคาด FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ส่งสัญญาณอ่อนแอ
REGION RADAR
• สัปดาห์นี้ (11-15 พ.ค.) จะเป็นสัปดาห์การเริ่มต้นรายงานผลประกอบการของหุ้นจีน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม BIG TECH แนะนำเก็งกำไร ALIBABA (DR: BABA80) เนื่องจากธุรกิจ CLOUD มีแนวโน้มแข็งแกร่งจากความต้องการใช้งาน CLOUD ที่มากขึ้น
• หุ้นในกลุ่มของ SPACE ECONOMY ปรับตัวขึ้นแรงนำโดยROCKET LABS +34%, INTUITIVE MACHINES +20% และ ASTSPACEMOBILE +15% หลังได้แรงหนุนจาก ROCKET LABSรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 แข็งแกร่ง
THAI FOCUS
• ศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่กลุ่มหุ้นส่งออกปรับตัวลดลง ด้วย 2SENTIMENT เชิงลบ คือ 1. สหรัฐฯ สงสัยว่ามีบริษัทในไทยแห่งหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งชิป NVIDIA ไปยังประเทศจีน และ 2.หลังศาลการค้าสหรัฐฯ ชี้ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า 10% SECTION 122เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้ต้องจับตาแผนการใช้ SECTION อื่นๆ ที่อาจตามมาได้
• นอกจากนี้ ยังต้องจับตาฝ่ายค้าน ยื่นร้องต่อศาล รธน. ตีความพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในวันที่ 11 พ.ค. 2026
SYNAPSE STRATEGY
TIMELINE สำคัญที่จะต้องจับตาในสัปดาห์นี้
• หลากหลายเหตุการณ์ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ประเด็นสงครามยังไม่ยอมเจือจาง, เงินเฟ้อสหรัฐ, MSCI REBALANCE และการพบกันของปธน. จีน และสหรัฐ อาจกดดันให้ตลาดหุ้นโลกที่ขึ้นมาแรงทำATH แต่ เริ่มเห็นสัญญาณพักฐานได้ จาก RSI OVERBOUGHTพร้อมกับเกิดสัญญาณ BEARISH DIVERGENCE
• กลยุทธ์ยังคงแนะขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาแรง ทยอยสะสมหุ้นเปิดเมืองBDMS, BH, CENTEL, ERW, MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผล KTB, BBL, KBANK
HORIZON MARKET VIEW
ราคาน้ำมันปะทุ จากความกังวล SUPPLY ยังชะงัก
เช้านี้ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นเกือบ 3% ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน ที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง และล่าสุดปธน. ทรัมป์ เผยว่า รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง (TOTALLY UNACCEPTABLE) ออกมาตอบโต้อิหร่านทันที หลังอิหร่านส่งข้อเสนอกลับต่อแผน 14 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม สะท้อนถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งกร้าวต่ออิหร่านทำให้ผลกระทบต่อ SUPPLY การผลิตน้ำมันยังหยุดชะงักต่อเนื่องด้วยผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำให้เห้นภาพตลาดหุ้นผันผวนในระยะกลาง (3-6 เดือน)รวมถึงมีแนวโน้มเห็นสภาพคล่องส่วนเกินที่เบาลงในปีนี้ จากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เปลี่ยนเป็นขาขึ้น อาทิ BOJ, ECB, BOE เป็นต้น
ขณะที่ ตลาดคาด FED จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ส่งสัญญาณอ่อนแอ ทั้งการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ เดือนเม.ย. 2026 อยู่ที่ 115,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าตลาดคาดที่ 65,000 ตำแหน่ง และในวันที่ 12 พ.ค. 2026 มีรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเม.ย.2026 โดย CONSENSUS คาดว่าจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 3.7%YOY (เดือนก่อน 3.3%YOY)
REGION RADAR
สัปดาห์การเริ่มรายงานผลประกอบการของหุ้นจีนสัปดาห์นี้(11-15 พ.ค.) จะเป็นสัปดาห์การเริ่มต้นรายงานผลประกอบการของหุ้นจีน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม BIGTECH นำโดย วันอังคาร:JD.COM และวันพุธ: ALIBABA,TENCENT ซึ่งในสัปดาห์นี้เราชื่นชอบ ALIBABA มากสุดเนื่องจากคาดธุรกิจ CLOUD ของ ALIBABA มีแนวโน้มแข็งแกร่งในรอบนี้จากความต้องการใช้งาน CLOUD ที่มากขึ้น อีกทั้งบริษัท CLOUD ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งทุกเจ้า อาทิ GOOGLE CLOUD และAWS นอกจากนี้ธุรกิจ FOOD DELIVERY ที่กดดันกำไรของ ALIBABA มาอย่างต่อเนื่องจะเริ่มเห็นผลขาดทุนลดลงจากการแข่งขันที่ผ่อนคลายมากขึ้น แนะนำเก็งกำไร ALIBABA (DR: BABA80)
หุ้นกลุ่ม SPACE ECONOMY ปรับตัวขึ้นแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา
หุ้นในกลุ่มของ SPACE ECONOMY ปรับตัวขึ้นแรงนำโดย ROCKET LABS (RKLB US) +34%, INTUITIVEMACHINES (LUNR US) +20% และ AST SPACEMOBILE (ASTS US) +15% หลังได้แรงหนุนจาก ROCKETLABS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 แข็งแกร่ง โดยมีรายได้อยู่ที่ $200 ล้าน +63% YOY (สูงกว่าคาด 5%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $-0.07 +41% YOY (ดีกว่าคาด 11%) โดยบริษัทรายงาน BACKLOG ในครั้งนี้แตะระดับ $2.2พันล้าน +106% YOY สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นในธุรกิจ SPACE ECONOMY ก่อนการเข้า IPOของ SPACEX ที่หลายคนตั้งตารอในช่วงปีนี้ นอกจากนี้ ความต้องการะบบอวกาศและดาวเทียมยังพุ่งสูงขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันโครงการป้องกันขีปนาวุธ "GOLDEN DOME" ที่ทะเยอทะยาน และภารกิจ ARTEMIS ของ NASA ที่กำลังเร่งเครื่องเต็มท
THAI FOCUS
ระวังแรงกดดันทำตลาดหุ้นไทยผันผวน
ศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่กลุ่มหุ้นส่งออกปรับตัวลดลง อาทิ DELTA -1.3% KCE -2.3% HANA -2.1% TU -1.7% AAI -1.1% CPF -2.5% TFG -2.7% ด้วย 2 SENTIMENT เชิงลบ ดังนี้
1. สหรัฐฯ สงสัยว่ามีบริษัทในไทยแห่งหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งชิป NVIDIA ไปยังประเทศจีน มีการขายเซิร์ฟเวอร์มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งถูกส่งต่อไปยังบริษัท ALIBABA ซึ่งสถานะปัจจุบันอัยการสหรัฐฯ ได้สั่งฟ้องผู้ร่วมก่อตั้ง SUPER MICRO และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ในข้อหาละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออก ขณะที่ทางบริษัทในไทยแห่งนั้น และALIBABA ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการลักลอบดังกล่าว
2. หลังศาลการค้าสหรัฐฯ ชี้ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า 10% SECTION 122 เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้ต้องจับตาแผนการใช้ SECTION อื่นๆ ที่อาจตามมาได้ เช่น SECTION 301 (TRADE ACT OF 1974: ตอบโต้การค้าที่เลือกปฏิบัติ) และ SECTION 232 (TRADE EXPANSION ACT 1962 : ภาษีเพื่อความมั่นคง)เป็นต้น เพราะไทยเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุดอันดับที่ 10 ของโลก อาจทำให้บ้านเราตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งบางกลุ่มสินค้าเสี่ยงถูกเก็บภาษีเกิน 19% ได้ แต่ภาพรวมแรงกดดันน่าจะเบากว่า RECIPROCAL TARIFF
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน ได้นัดหมายยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 พ.ค.2026เพื่อให้ตีความความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท ของรัฐบาล ด้วยเหตุกู้เงินก้อนนี้ ไม่จำเป็นเร่งด่วน และไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจที่ต้องตรากฎหมายเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172ซึ่งต้องจับตาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ทั้งนี้ที่ผ่านมาคำร้องลักษณะนี้ส่วนใหญ่มักถูกรับไว้วินิจฉัย เสี่ยงสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพการเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้
SYNAPSE STRATEGY
หลากหลายปัจจัยน่าจับตา กดดันตลาดหุ้นโลกถูกขายทำกำไรก่อนได้
หลากหลายเหตุการณ์ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ประเด็นสงครามยังไม่ยอมเจือจาง, เงินเฟ้อสหรัฐ, MSCIREBALANCE และการพบกันของปธน. จีน และสหรัฐ
อาจกดดันให้ตลาดหุ้นโลกที่ขึ้นมาแรงทำ ATH แต่ เริ่มเห็นสัญญาณพักฐานได้ จาก RSI OVERBOUGHTพร้อมกับเกิดสัญญาณ BEARISH DIVERGENCE ซึ่งตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเกิดสัญญาณนี้ถึง 3 ครั้ง และทุกครั้งหุ้นโลกจะย่อตัวในช่วง 1 –2 สัปดาห์ข้างหน้า
กลยุทธ์ยังคงแนะขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาแรง ทยอยสะสมหุ้นเปิดเมือง BDMS, BH, CENTEL, ERW,MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผล KTB, BBL, KBANK
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์