Market Wrap-Up
- SET วันที่ 8 พ.ค.69 ปิด -7.17 จุด อยู่ที่ 1,500.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 64,393 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 1,674 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,000 ลบ. สถาบันซื้อ 278 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,396 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 316 ลบ.ซื้อ KTB,TRUE,KBANK,BBL,PTT และขาย GULF,DELTA,AOT,PTTEP,ADVANC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,822 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,NDX01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 11,704 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 18,881 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,106 ลบ.
Market View
- DJIA +0.02%, S&P500 +84%, Nasdaq +1.71% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +2.74%, สินค้าฟุ่มเฟือย +0.5% นำโดย Nvidia +1.8%, Micron Tech & Sandisk +15% ได้ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ชิปที่ใช้ใน Data Center ส่วนข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ เม.ย. เพิ่มขึ้น 115,000 สูงกว่าคาด 65,000 ราย และอัตราว่างงานสหรัฐ เม.ย. ทรงตัวที่ 4.3% ส่งผลให้ตลาดคาดเฟดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% ในปีนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA +0.2% และ S&P500 +2.3%, Nasdaq +4.5% WoW ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ และรายงานกำไร บจ. S&P500 Q1/69 +29% YoY ส่วนข้อเสนอ 14 ข้อเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่านนั้น ทาง ปธน.ทรัมป์แสดงความไม่พอใจ เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอให้ยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลีย์ แลระงับการเสริมสมรรถภาพแร่ยูเรเนี่ยมเป็นเวลา 20 ปี ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันพรุ่งนี้ติดตาม US CPI เม.ย.คาด +3.7% & มี.ค. +3.3% YoY
- Stoxx600 ยุโรป -0.69% จากแรงขายกลุ่มการเงิน -0.7%, อุตสาหกรรม -1.5%, กลาโหม -3.6% และกลุ่มท่องเที่ยว -1.4% สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx600 ยุโรป +0.14% WoW โดยนักลงทุนกังวล ECB อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อย่างน้อย 2 ครั้ง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อยุโรปปรับสูงขึ้น สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม GDP ยูโรโซน Q1/69 คาด +0.1% QoQ
- ตลาดหุ้นเอเชียวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีนิเกอิ -0.19% จากแรงขายกลุ่มธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์ และขนส่งทางทะเล ระหว่างรอผลการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน หลังเกิดเหตุปะทะกันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่วน Kopsi เกาหลีใต้ +0.11% ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป SK Hynix +1.9% , ยานยนต์ Hyundai Motor +7.1% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ปิดทรงตัว รอการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์ กับ ปธน.สี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14 – 15 พ.ค.
- SET +0.45% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 53 หมื่น ลบ. +33.7% WoW สถาบันขาย 3,725 ลบ. ต่างชาติขาย 2034, ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 2,033 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,726 WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง +11.2% WoW ได้ประโยชน์จาก พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเม็ดเงิน 2 แสน ลบ.จะใช้เพื่อปรับโครงสร้างพลังงานจากฟอสซิลเป็นพลังงานทดแทน กอปรกับ BOI ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 6 โครงการมูลค่า 9.5 แสน ลบ. เช่น โครงการ Data Center ของ TikTok มูลค่า 8.4 แสน ลบ. ส่งผลให้งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การรายงานกำไร บจ.Q1/69 ที่ส่งงบแล้วก็มีกำไรดีกว่าคาด +11% YoY โดยได้แรงหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี, ไอซีท๊, ไฟแนนท์ ที่ออกมาดีกว่าคาด ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ วันอังคาร ผลการประชุม ครม., วันพุธ MSCI ผลรีบาลานท์รายไตรมาส ซึ่งหุ้นไทยถูกปรับลดน้ำหนักลงทุนจากเกณฑ์ Free Float และวันที่ 14 – 15 ผลการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์ & สี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,490 แนวต้าน 1,510 – 1,520 คาดดัชนีมีโอกาสทรงตัวระหว่างรอการรายงายกำไร บจ. Q1/69 และรอผล MSCI รีบาลานท์ รวมถึงท่าทีของสหรัฐหลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอให้ระงับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ แนะนำทยอยซื้อ GULF, GPSC ที่รายงานกำไร Q1/69 ดีกว่า กอปรกับคาดแนวโน้มขายไฟฟ้าใน Q2/69 ยังเติบโตดี / CK,STECON,AMATA,WHA ,DITTO ได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการลงทุน /เก็งกำไรหุ้นคาดจะรายงานกำไร Q1/69 ในเชิงบวก เช่น TOP, ICHI, MTC
- PTT (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 00 บาท)คาดกำไรสุทธิ 1Q69 เพิ่มขึ้น QoQ, YoY ที่ราว 2.6-2.7 หมื่นล้านบาท หนุนจากกำไรของกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่นที่มีการรับรู้ stock gain และการปรับตัวขึ้นของค่าการกลั่น ขณะที่ธุรกิจของ PTT โรงแยกก๊าซได้ผลบวกจากต้นทุนลดลงตาม utility model สำหรับแนวโน้ม 2Q69 คาดกำไรปกติแข็งแกร่งทั้ง QoQ, YoY หนุนจากธุรกิจก๊าซฯ และปิโตรเคมีที่สะท้อนราคาและ spread ปรับเพิ่มขึ้น ธุรกิจ E&P ของ ปตท.สผ.ที่มีปริมาณขายและราคาปรับขึ้น ส่วนภาพรวมปี 69-70 คาดการณ์กำไรสุทธิของ PTT อยู่ที่ 9.3 หมื่นล้านบาท +3%YoY และ 9.4 หมื่นล้านบาท +4%YoY และ Div Yield ในระดับ 6%
- ITC* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 19.69 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 871 ลบ. (+29%YoY , +10%QoQ) โตได้เด่นจากปัจจัยหนุนในเชิงรายได้ที่ +22%YoY +8%QoQ ตาม Demand ที่สูงขึ้นในสหรัฐฯและยุโรป รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ส่วนการดำเนินงานช่วงถัดไปแม้คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะเห็นการส่งผ่าน Cost ได้บางส่วนจากการทยอยปรับขึ้นราคา ขณะที่ยังคาดว่า Demand อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯจะยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,361 ลบ.(+13%YoY) และ 3,691ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI มิ.ย. +$0.61 อยู่ที่ $95.42 / บาร์เรล, Brent ก.ค. +$1.23 อยู่ที่ $101.29/บาร์เรล โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI -6.3%, Brent -6.4% WoW ระหว่างผลการเจราข้อเสนอยุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน
Gold Update (+)Comex Gold มิ.ย. +$19.80 ปิดที่ 4,730.70 ดอลลาร์/ออนซ์ รอผลการเจรจาข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน และ Dollar Index อ่อนค่า -0.17% อยู่ที่ 97.90
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ซื้อสุทธิ +644.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -63.07 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +706.10 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +0.98 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.389 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -56 จุด อยู่ที่ 2,978
(+) BitCoin เช้านี้ +1.37% อยู่ที่ 81,756 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
18 พ.ค. สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69
สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ ชิ้นส่วน
ยานยนต์
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ต่างประเทศ
11 พ.ค. US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (เม.ย.)
12 พ.ค. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)
13 พ.ค. US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (เม.ย.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
14 พ.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ดัชนียอดขายปลีก (เม.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, COM7*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th