Today’s NEWS FEED

News Feed

ก.ล.ต. เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการสำคัญ มุ่งเป้าหมายขับเคลื่อน “ตลาดการลงทุนไทย” ที่มีคุณภาพ

61


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(11 กันยายน 2569)----------------ก.ล.ต. เปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนตลาดการลงทุนของประเทศ ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ที่มุ่งเน้น ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ด้วยการสร้างเสริมคุณภาพ ทั้งอุปสงค์และอุปทานในตลาด โดยมีการให้ข้อมูลมาตรการสำคัญ พร้อมผลักดันให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม ตัวอย่างของการสร้างอุปสงค์ที่มีคุณภาพในตลาดทุน ได้แก่ โครงการ TISA ที่จัดได้ว่าเป็น “โครงสร้างพื้นฐานการออม” ของประเทศ มาตรการสร้างคุณภาพสำหรับอุปทาน ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ดึงดูดธุรกิจกลุ่ม New Economy และกระชับกระบวนการพิจารณา IPO รองรับ “กิจการที่มีศักยภาพ” เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทย ตอบรับโอกาสของสังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัย โดยการขับเคลื่อนตลาดทุนดิจิทัลที่คุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม นำร่อง tokenized fund พร้อมยกระดับการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพทั้งกระบวนการ ป้องกันและลดโอกาสการใช้ช่องทางตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในการเลี่ยงกฎเกณฑ์และการกระทำผิดกฎหมายฟอกเงิน ด้วยการบูรณาการกับหน่วยงานและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องในการจัดการภัยทุจริตทางการเงินและอาชญากรรมทางไซเบอร์

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ พัฒนาการและการเติบโตของเทคโนโลยีทางการเงินการลงทุน รวมถึงมาตรฐานและกติกาสากลในด้านสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว เป็นปัจจัยที่มีผลต่อ “ตลาดการลงทุนไทย” ในหลายด้าน ทั้งต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าและความผันผวนของตลาดการลงทุน ความเสี่ยงทางไซเบอร์ และการหลอกลวงลงทุน ขณะเดียวกันเป็นโอกาสเติบโตของกลุ่มเศรษฐกิจกระแสใหม่ (New Economy) และการใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายฐานการเข้าถึงการลงทุนของประชาชนได้


ก.ล.ต. ได้ดำเนินมาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่มุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่น “Resilience” แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้เกิดความยั่งยืนระยะยาว โดยขับเคลื่อนตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็น “ตลาดการลงทุนไทย” ที่มีคุณภาพ พร้อมรับมือกับปัจจัยต่าง ๆ โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญในแต่ละด้าน ดังนี้

มุ่งเป้าหมาย “สร้างคุณภาพ” ตลาดการลงทุนไทย


ก.ล.ต. ได้ร่วมกับกระทรวงการคลัง สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์ฯ ผลักดันโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ซึ่งถือเป็น “โครงสร้างพื้นฐานการออม” ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเปลี่ยนเงินออมเป็นเงินลงทุนระยะยาว และกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย สะดวก และมีแรงจูงใจที่เหมาะสม รวมทั้งเป็นการขยายฐานผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ ๆ เพื่อสร้างฐานผู้ลงทุนระยะยาวในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น

ในขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงกระบวนการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรกให้มีความกระชับขึ้น (Streamline IPO process) โดยเน้นแนวทางการเปิดเผยข้อมูล (More disclosure-based) ร่วมกับเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ตั้งเป้าหมายที่จะลดระยะเวลาในการพิจารณา IPO เหลือ 60 – 100 วัน จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 147 วัน คิดเป็นการลดลง 30 – 60%


สำหรับการปรับปรุงกระบวนการดังกล่าว ก.ล.ต. ได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้สอบบัญชี เป็นต้น โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน และช่วยดึงดูดกิจการที่มีศักยภาพให้มาระดมทุนในตลาดทุนไทย โดยมีการกำกับดูแลและการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม เช่น เรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ซึ่งสอดคล้องกับหลักสากล

 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ผลักดันโครงการ BOI to IPO เพื่อดึงดูดธุรกิจกลุ่ม New Economy เข้าสู่ตลาดทุน โดยได้เห็นชอบการปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ เงื่อนไขคุณสมบัติของบริษัท New Economy และกำหนดช่องทางพิเศษ (Special Track) เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดึงดูดการเข้ามาลงทุนของกลุ่มธุรกิจ New Economy ในไทย

 

การพัฒนาการระดมทุนรูปแบบใหม่ พร้อมคุ้มครองผู้ลงทุน


ก.ล.ต. ได้ส่งเสริมผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ทั้งการระดมทุนรูปแบบใหม่ ๆ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกผลิตภัณฑ์และการทำธุรกรรมในตลาดทุน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความหลากหลายสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการเงินทุนแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้กับผู้ลงทุน รวมทั้งได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.

 

ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ส่งเสริม Securities Tokenization เพื่อรองรับการนำหลักทรัพย์มาแปลงให้อยู่ในรูปโทเคน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมในตลาดทุนดิจิทัล เช่น หน่วยลงทุน (tokenized fund) ซึ่งหลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 การส่งเสริมนวัตกรรมเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ พัฒนาการทางเทคโนโลยีร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในการที่จะรองรับการกำกับดูแลที่เหมาะสม เมื่อกฎหมายหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์
มีผลใช้บังคับ


ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงินในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการใช้ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์การโอนเงินระหว่างประเทศ โดยได้ออกหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น การออกหลักเกณฑ์ Travel Rule ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 และมีแนวคิดในการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นต้น

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ผวา เฟด ขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตลาดหุ้นย่านเอเชีย ปรับตัวลง หุ้นไทย ก็เจอแรงขาย บนความกังวล เฟด จะขึ้นดอกเบี้ย ในเดือนนี้....

NAM ส่ง "เซอร์วิโซฯ" ผนึก "รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ" คว้า CSSA Bronze Awards 2026 ยกระดับมาตรฐานหน่วยจ่ายกลาง

NAM ส่ง "เซอร์วิโซฯ" ผนึก "รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ" คว้า CSSA Bronze Awards 2026 ยกระดับมาตรฐานหน่วยจ่ายกลาง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้